เยาวชน...รู้รักษ์พลังงาน สานสร้างโลกที่ดีขึ้น กับเดลต้า DELTA ENERGY EDUCATION SHARING

ข่าวประชาสัมพันธ์พลังงานและปิโตรเคมี Thursday November 23, 2017 11:27
กรุงเทพฯ--23 พ.ย.--เบรนเอเซีย คอมมิวนิเคชั่น

พลังงานทางเลือกและการประหยัดพลังงานเป็นเมกะเทรนด์ของโลกและวิถีชีวิตยุค 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ดังที่เราได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า บ้านเรือนในหลายเมืองเริ่มใช้พลังงานแสงอาทิตย์ สนามบินในอินเดียเก็บเกี่ยวพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใช้ในระบบแสงสว่าง

ในการก้าวสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 นั้น เยาวชนไทยเป็นกำลังสำคัญของประเทศและเป็นพลังแห่งการขับเคลื่อนอนาคตที่ดีกว่าบมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ผนึกความร่วมมือกับ 6 โรงเรียน จัดกิจกรรมโครงการเยาวชน...รู้รักษ์พลังงาน หรือEnergy Education Sharing เพื่อเพาะต้นกล้าคนรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด โดยส่งเสริมความรู้และการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาโดยสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

คุณนันท์นภัส เสรีฐิติวรโชติ หัวหน้าทีมอาสาสมัครเดลต้า กล่าวว่า กิจกรรม เยาวชน...รู้รักษ์พลังงาน หรือ Energy Education Sharing เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ DEEP (Delta Energy Education Program) ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 ด้วยปณิธานความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรม การใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่า วัตถุประสงค์ของโครงการนี้เพื่อถ่ายทอดความรู้การอนุรักษ์พลังงาน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพแก่เยาวชน เน้นให้เด็กๆสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ทั้งในบ้าน โรงเรียน หรือชุมชน ซึ่งในปี 2560 นี้ เดลต้าฯ ร่วมมือกับ 6 โรงเรียน ได้แก่ 1.โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา 2.โรงเรียนวัดคลองเก้า 3.โรงเรียนเอี่ยมสุรีย์ 4.โรงเรียนนาคดีอนุสรณ์ 5.โรงเรียนพิบูลประชาบาล 6.โรงเรียนวัดตำหรุ

จากปีที่แล้วกิจกรรมเน้นเรื่องการจัดการพลังงาน ในปีนี้ได้เพิ่มความรู้ในอาคารสีเขียว (Green Building) เมื่อน้องๆร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนแล้ว จะได้ไปเรียนรู้ทัศนศึกษาที่ เดลต้าฯ สำนักงานใหญ่ เพื่อจะได้เรียนรู้จริงเกี่ยวกับการจัดการด้านพลังงานในอาคาร กระบวนการผลิตที่ประหยัดพลังงาน ได้ชมแผงโซล่าร์เซลบนอาคาร ระบบติดตามประเมินผลว่าผลิตไฟฟ้าได้เท่าไหร่ ใช้ไปอย่างไร ประหยัดพลังงานเท่าไหร่ เพื่อให้เยาวชนเข้าใจและเห็นประโยชน์จากการลงมือปฏิบัติ เราเชื่อมโยงให้เด็กๆเข้าใจด้วยกิจกรรมเสริม เช่น ให้น้องๆนำกระบอกใส่น้ำจากบ้านมาไว้ดื่มน้ำที่โรงเรียน โดยนักเรียน 1 คน ลดการซื้อน้ำได้วันละอย่างน้อย 1 ขวด โรงเรียนมีนักเรียนทั้งหมด 1,000 คน ก็จะสามารถลดขยะขวดและฝาพลาสติก ได้ถึง 1,000 ขวดต่อวัน หรือเท่ากับ 30,000 ขวดต่อเดือน หรือ360,000 ขวด ต่อปี จากตัวอย่างนี้ก็ทำให้เยาวชนเข้าใจบทบาทของตนเองและความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานได้ ทั้งแก่ตัวนักเรียนเองและถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนในครอบครัว พ่อแม่ญาติพี่น้อง เราเชื่อว่าพลังเล็กๆเหล่านี้จะสามารถเปลี่ยนสังคมและโลกให้ดีขึ้นได้

ด.ญ.วิภาวี แสงเดือน หรือ น้องมายด์ วัย 13 ปี กล่าวว่า หนูสนใจพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์เพราะเป็นพลังงานยั่งยืนที่ไม่มีวันหมด บ้านเรามีมาก อนาคตอยากให้โซลาร์เซลมีราคาถูก เพื่อให้ทุกบ้านติดโซลาร์เซลกันเยอะๆ จะได้ช่วยกันผลิตไฟฟ้ามาใช้ในบ้าน วันนี้ได้ความรู้ว่าเราสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานก๊าซธรรมชาติ และอีกมากมาย หนูจะนำความรู้ที่ได้ไปบอกต่อ เริ่มทำจากสิ่งใกล้ตัวเรา เช่น ตักอาหารสำหรับทานแต่พออิ่ม ไม่เหลือทิ้งเหลือขว้าง สิ้นเปลืองพลังงาน ตั้งโคมไฟที่โต๊ะทำการบ้านแทนการเปิดไฟทั้งห้อง เวลารีดผ้าก็รีดละครั้งมากๆทีเดียว หรือหากที่บ้านมีอากาศเย็นสบายก็ไม่ต้องเปิดแอร์ เป็นการช่วยประหยัดไฟและค่าใช้จ่ายด้วยค่ะ

ด.ช.ธนกร ฟักทอง (ฟลุ๊ค) วัย 12 ปี กล่าวว่า เดี๋ยวนี้มีภัยธรรมชาติ พายุน้ำท่วมรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว เพราะสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย รู้สึกดีใจครับที่พี่ๆจากเดลต้าฯ มาให้ความรู้เรื่องการจัดการพลังงาน ผมชอบบทเรียนนักสืบพลังงาน ที่พี่ๆนำน้ำอัดลมเทใส่แก้ว แล้วก็ใส่ลูกเกดลงไป ทิ้งไว้ซักพักจะเห็นลูกเกดลอยขึ้นมา ช่วยกันหาคำตอบว่าทำไมลูกเกดถึงค่อยๆลอยขึ้นมา ทำให้รู้จักแหล่งที่มาของพลังงาน พลังงานมีความสำคัญอย่างไร และพลังงานมีหลายประเภท ผมจะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ที่โรงเรียน ช่วยประหยัดไฟ ปิดไฟหลังเลิกเรียนทุกครั้ง ช่วยโรงเรียนประหยัดค่าไฟด้วย ใช้น้ำที่บ้านอย่างประหยัด ไม่เปิดน้ำทิ้งไว้ ซักผ้าเสร็จก็นำน้ำไปรดน้ำต้นไม้ต่อครับ หรือเวลาฝนตกก็เอากะละมังมารองน้ำฝนไว้ เพื่อใช้ล้างรถต่อ ประหยัดทรัพยากรน้ำได้ครับ

ด.ช.นิรวิชญ์ บุตรพรม (ไผ่) วัย 13 ปี กล่าวว่า พลังงานสะอาดมีความสำคัญ ไม่ก่อมลพิษในสิ่งแวดล้อม ผมได้เรียนรู้แหล่งกำเนิดพลังงานที่เราใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ ซึ่งเป็นสิ่งใกล้ตัวมากๆ และเรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานทางเลือกจากธรรมชาติที่มนุษย์สร้างขึ้น โลกจะดีขึ้น ถ้าเราพร้อมใจร่วมมือกันลงมือปฏิบัติจริง เช่น มีช้อนติดตัวใช้แทนช้อนพลาสติก ช่วยกันใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ใช้ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระดาษที่ใช้แล้วด้านเดียวมาใช้เป็นกระดาษทดเลขได้ ปิดก๊อกน้ำขณะแปรงฟันหรือถูสบู่ ไม่ปล่อยน้ำสะอาดทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์พลังคนรุ่นใหม่ตัวเล็กๆเหล่านี้กว่าพันคน จะร่วมขับเคลื่อนพัฒนาพลังงานทางเลือกและการอนุรักษ์พลังงานเพื่อคุณภาพชีวิต ชุมชนสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไป


Latest Press Release

PPC-Petromat Sym ประชุมวิชาการ 2019

วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านปิโตรเคมีและวัสดุ และเครือข่ายจุฬาฯนานาชาติ จัดงานประชุมวิชาการ"The 25th PPC Symposium on Petroleum, Petrochemicals, and Polymers and The 10th Research Symposium on...

ทรินา โซลาร์ เปิดตัวแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบกระจกสองชั้นสองหน้า N-type i-TOPCon

ทรินา โซลาร์ (Trina Solar) ผู้นำระดับโลกด้านเซลล์แสงอาทิตย์และโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะครบวงจร ประกาศเมื่อไม่นานมานี้ว่า บริษัทได้เริ่มผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบกระจกสองชั้นสองหน้า N-type i-TOPCon ในปริมาณมาก โดยแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้เซลล์ i-TOPCon...

TPCH แจกข่าวดี! 2 โรงไฟฟ้า คว้า Thailand Energy Awards 2019 ขึ้นแท่น ESG 100 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน-ตอกย้ำให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสังคม

TPCH ผู้ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแจกข่าวดี! 2 โรงไฟฟ้าชีวมวล ได้รับรางวัลชนะเลิศประกวด Thailand Energy Award 2019 และเป็นตัวแทนของไทยไปแข่งขันในเวทีอาเซียน พร้อมขึ้นแท่น ESG 100 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน...

LONGi คว้ารางวัล RETC High Achiever Award สำหรับสมรรถนะโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ที่เป็นเลิศ

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ศูนย์การทดสอบ RETC ซึ่งเป็นสถาบันการทดสอบด้านพลังงานหมุนเวียนที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา ได้มอบรางวัล High Achiever Award ให้แก่ LONGi หลังจากที่การทดสอบอย่างเข้มงวดของ RETC...

สถานการณ์น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปวันที่ 3-7 มิ.ย. 62 และคาดการณ์วันที่ 10-14 มิ.ย. 62 โดยทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) ปรับลดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของจีน ในปี พ.ศ. 2562 อยู่ที่ 6.2 % ต่อปี จากคาดการณ์ครั้งก่อนหน้าที่ 6.3 % ต่อปี และในปี พ.ศ. 2563 อยู่ที่ 6 % ต่อปี จากคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 6.1 %...

Related Topics