ดำเนินธุรกิจวิศวกรรมก่อสร้างอย่างไร ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

ข่าวประชาสัมพันธ์อสังหาริมทรัพย์ Monday November 19, 2018 10:38
กรุงเทพฯ--19 พ.ย.--โฟร์ฮันเดรท
โดย นายณัษฐา ประโมจนีย์
รองกรรมการผู้จัดการ
บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด หรือ (ITALTHAI Engineering : ITE)

ธุรกิจก่อสร้าง เป็นนับว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องด้วยการดำเนินธุรกิจขึ้นอยู่กับความสามารถในการส่งมอบงานที่มีคุณภาพภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ความสามารถในการลดต้นทุนงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวมไปถึงประสบการณ์ของเจ้าของกิจการและทีมงานซึ่งมีผลต่อความเสี่ยงที่ส่งผลต่อความสำเร็จของงานที่ได้รับมา นอกจากนี้ยังมี ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลทำให้ ธุรกิจก่อสร้างเกิดความเสี่ยงสูง อาทิการแข่งขันราคาในการประมูล, การผูกมัดในการทำงานด้วยสัญญาที่อาจไม่เป็นธรรม, เจ้าของงานหรือลูกค้าเหนียวหนี้หรือไม่ชำระหนี้, การถ่ายความเสี่ยงของโครงการลงทุนต่างๆของผู้ลงทุนให้กับผู้รับเหมารับภาระแทน, การถูกปรับ เนื่องจากส่งงานล่าช้าหรือไม่ได้ผลงานตามสัญญา (Delay and Performance liquidated damages), การปรับราคาหรือเกิดความล่าช้าจาก Supplier หรือผู้รับเหมาช่วง, ทีมงานลุยทำงานอย่างเดียวไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่าย หรือแม้แต่การขาดการบันทึกข้อมูลค่าใช้จ่ายโครงการ ฯลฯ โดยปัจจัยดังกล่าว นี้เป็นสิ่งที่ผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ต่างเคยประสบปัญหาดังกล่าวมาแล้วแทบทุกราย

โดยส่วนใหญ่การแก้ปัญหานั้น จะขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการและตัวเจ้าของกิจการเป็นสำคัญ อาทิ หากเป็นกิจการขนาดเล็ก เจ้าของกิจการจะลงมาลุยแก้ปัญหาเอง ดูแลเกือบทุกขั้นด้วยตัวเองเพื่อป้องกันความผิดพลาด และหากเป็นกิจการขนาดใหญ่ขึ้นมา ทางเจ้าของกิจการจะดำเนินการสรรหาผู้จัดการโครงการที่มีฝีมือและประสบการณ์ที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้มาบริหารแทน เพื่อสร้างหลักประกันให้โครงการสำเร็จอย่างมีกำไรได้ ซึ่งปัจจุบัน การหาผู้จัดการโครงการที่มีคุณสมบัติดังกล่าวค่อนข้างยาก จึงมีผู้รับเหมาหลายรายที่ต้องการเติบโตอย่างรวดเร็ว และพร้อมที่จะเสี่ยงทั้งโดยยอมเสนอราคางานต่ำๆ โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงข้างหน้าเพื่อให้ได้งาน ทั้งที่ไม่ยังสามารถหาทีมงานทีมีความสามารถมาเสริมได้ ในขณะเดียวกันการบริหารภายในก็ขาดระบบ ผลก็คือ งานขาดทุน เงินสดหมุนเวียนไม่เพียงพอ ทำให้งานหยุดชะงักเพราะไม่มีเงินจ่ายคนงาน, ผู้รับเหมาช่วง รวมถึง Supplier ก่อให้เกิดความล้มเหลวส่งงานล่าช้ากว่าสัญญาจนถูกปรับ ถูกฟ้องร้อง บังคับชำระหนี้ และล้มละลายในที่สุด บางรายอาจเปลี่ยนชื่อทั้งของกิจการและตนเองเพื่อหลบเหลี่ยงและจัดตั้งกิจการใหม่เปลี่ยนชื่อใหม่ วนเวียนเช่นนี้ในธุรกิจก่อสร้าง

แม้ว่าธุรกิจก่อสร้างจะมีความเสี่ยงดังที่ได้นำเสนอข้างต้น แต่ก็มีกิจการจำนวนไม่น้อยที่สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ด้วยการลดการพึ่งพาความสามารถส่วนบุคคล และเพิ่มระบบการบริหารที่มีประสิทธิผล โดยใช้เทคโนโลยีในการบริหารงานโครงการ และความคุมทรัพยากรมาช่วย ตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างหลักประกันในการดำเนินโครงการให้เสร็จได้ทันตามกำหนดเวลา ด้วยผลงานที่สอดคล้องตามความต้องการของลูกค้า (Specification) ตามสัญญา

นอกจากนี้ การทำงานอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ ยังสามารถควบคุมต้นทุนและกระแสเงินสดได้ตามเป้าหมาย ทำให้งานไม่หยุดชะงักได้ ทั้งยังมีระบบงานที่สามารถให้รายงานสถานการณ์ค่าใช้จ่ายเทียบกับงบประมาณ และกระแสเงินสดที่เป็นปัจจุบันทันต่อเหตุการณ์ ทำให้มีผลกำไรและกระแสเงินสดที่จะหล่อเลี้ยงกิจการให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมไปกับการเพิ่มพูนความพึงพอใจให้กับลูกค้า สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทั่วไปในการบริการที่มีคุณภาพ เสร็จทันเวลาอย่างสม่ำเสมอในทุกๆโครงการที่ได้รับมา ส่งผลให้มีโอกาสได้รับงานมากขึ้น ซึ่งเรียกว่า "ระบบการบริหารและเทคโนโลยีเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนดังกล่าว" ซึ่งได้แก่

1. ระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 : 2015 มีเป้าหมายที่จะแสดงให้เห็นถึงความสามารถของกิจการในการส่งมอบผลงานให้ลูกค้าได้คุณภาพตามความต้องการตามสัญญา และสอดคล้องกับข้อกำหนด ข้อบังคับ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามสัญญาอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ สัญญาที่ได้รับ

2. ระบบบริหารอาชีวอนามัยและความปลอดภัย OHSAS 18001: 2007 และ ISO 45001:2018 มุ่งที่จะควบคุมให้การปฏิบัติงานก่อสร้างมีความปลอดภัยไร้อุบัติเหตุโดยที่ผู้ปฏิบัติ งานทุกคนมีสุขภาพอาชีวอนามัยที่ดี พร้อมในการทำงานสู่เป้าหมายทั้งร่างกายและจิตใจ ใสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย

โดยทั้งมาตรฐานทั้ง 2 ระบบนี้ เป็นระบบบริหารที่เป็นสากลได้รับการรับรองทั่วโลก โดยใช้หลักการการจัดกระบวนการทำงานที่เหมาะสม พร้อมการกำหนดเป้าหมายในแต่ละกระบวนการ (Process Approach) เพื่อการทำงานให้บรรลุเป้าหมายของทั้งโครงการ ด้วยวงจรของ Deming หรือ PDCA คือการกำหนดเป้าหมายและวางแผน (Plan) การซักซ้อมแผนและการนำไปปฏิบัติ (Do) การตรวจสอบผลการทำงานเทียบกับเป้าหมายเป็นระยะๆ (Check) และการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการทำงานในรอบต่อไปให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Action) วงจร PDCA ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยสากลที่จะสามารถสร้างหลักประกันในการจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอ และการปรับปรุงพัฒนาการทำงานและผลงานของแต่ละกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันเพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้ผลงานเบี่ยงเบนจากเป้าหมายและเพิ่มโอกาส สร้างหลักประกันในการบรรลุผลงานให้ได้ตามเป้าหมายหรือดีกว่า ด้วยเหตุนี้ มาตรฐานทั้ง 2 จึงได้กำหนดให้มีการคำนึงถึงความเสี่ยงต่อการเบี่ยงเบนจากเป้าหมายในทุกๆ ครั้ง ที่มีการวางแผนหรือที่เรียกว่า Risk – based thinking เหล่านี้คือหลักการสำคัญในการพัฒนาการดำเนินการโครงการสู่คุณภาพและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง อันนำไปสู่การเพิ่มพูนความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ในที่สุด

3. เทคโนโลยีการวางแผนและควบคุมโครงการด้วย PERT / CPM ในปัจจุบันมี Software ในการวางแผนและควบคุมโครงการเช่นนี้อยู่หลายรายที่เป็นที่ยอมรับในการนำมาใช้บริหารโครงการตามขนาดของโครงการนั้นๆ Software เหล่านี้จะเป็นแก่นและเครื่องมือสำคัญเพื่อกำหนดทิศทางให้แก่การบริหารงานโครงการตามมาตรฐานการบริหารข้างตน ช่วยทำให้ผู้บริหารโครงการทราบถึงกระบวนการหรืองานต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการตามลำดับพร้อมทั้งความสัมพันธ์ในแต่ละงาน และกำหนดเวลาการเริ่มและเสร็จ รวมถึงทรัพยากรที่ใช้ในแต่ละงานของโครงการ สามารถทราบถึงสถานะความก้าวหน้าหรือความล่าช้าในงานต่างๆและผลการทบต่อความสำเร็จของงานทั้งหมด พร้อมทั้งทราบถึงการจัดการเพื่อการเร่งรัดให้โครงการเสร็จตามเป้าหมาย ด้วยการจัดสรรทรัพยากรทั้งแรงงาน เครื่องจักรให้เพียงพอโดยเฉพาะงานที่เป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของโครงการ หรือ Critical Path ได้ทันเวลา

4. การใช้ระบบงบประมาณ (Budgeting) และระบบการวางแผนทรัพยากร (Enterprise Resource Planning-ERP) ระบบนี้ จะทำให้ผู้บริหารโครงการทราบถึงสถานะเงินสดหมุนเวียน และค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปในโครงการตลอดเวลา ทำให้สามารถความคุ้มค่าใช้จ่ายและพิจารณาในการเพิ่มทรัพยากร เพื่อแลกกับกับผลลัพธ์ที่ได้ในการเร่งรัดงานให้ได้ตามเป้าหมาย ทำให้สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดในการบริหารโครงการตามสัญญาได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ระบบการบริหารดังกล่าว นอกจากจะสามารถใช้ในการบริหารภายในแล้ว เจ้าของงาน, ผู้ลงทุน หรือConsultant ในปัจจุบัน โดยเฉพาะที่เป็นเงินลงทุนจากนานาชาติหรือการลงทุนที่มีธนาคารสนับสนุน ก็มักจะกำหนดให้เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้เข้าร่วมประมูลงานก่อสร้างโครงการ เพื่อเป็นหลักประกันความสำเร็จของงานอีกด้วย

อย่างไรก็ ตามการนำระบบและเทคโนโลยีใหม่มาใช้อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น เจ้าของกิจการ อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับใช้ระบบและเทคโนโลยีใหม่ ให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมขององค์กรอย่างแยบยล (Customization) ด้วยความความเชื่อมั่น และศรัทธาในระบบ เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ จากผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าของกิจการเองตลอดจนความร่วมมือจากผู้ปฏิบัติงานในองค์กรทุกคน ในขณะเดียวกันก็ต้องอดทนกับการปรับตัวขององค์กรเพื่อให้เข้ากับระบบเทคโนโลยีและวัฒนธรรมใหม่ขององค์กรอีกด้วย

ในขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทุกธุรกิจก็ต้องแข่งขันกันมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้าง แม้ว่าจะมีโครงการก่อสร้างในประเทศเราเกิดขึ้นอย่างมากในอนาคต แต่ก็มีผู้แข่งขันหน้าใหม่ที่แข็งแกร่งจากต่างประเทศเข้ามารับงานในประเทศเรามากขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้นผู้รับเหมาไทยควรจะต้องปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์หรือบริบททางธุรกิจในปัจจุบันจึงสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน

ถึงเวลาตัดสินใจแล้วหรือยังที่จะพัฒนานำระบบและเทคโนโลยีใหม่ที่ให้ประสิทธิผลมากกว่า มาใช้ในการทำงานก่อนที่จะสายเกินไป


Latest Press Release

ภาพข่าว: อนันดาฯ อวดโฉม แอชตัน สีลม คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่

คุณชานนท์ เรืองกฤตยา (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดประสบการณ์สุดพิเศษภายในงาน City of Stars ชมความเรียบหรูอลังการ ทั้ง Architecture & Design ของโครงการ แอชตัน สีลม (Ashton Silom)...

แสนสิริ ตอกย้ำผู้นำ Prop Tech รายแรกในไทย ชู สิริ เวนเจอร์ส ยกระดับ Sansiri Home Service Application ก้าวสู่อีกขั้น รองรับการโต้ตอบเสียงด้วย AI เต็มรูปแบบ พร้อมจับมือ GDG Thailand จัด Actions on Google Hackathon ตอบโจทย์ Smart Living 15 - 16 ธ.ค.นี้

แสนสิริ ตอกย้ำผู้นำ Prop Tech รายแรกในไทย ชู สิริ เวนเจอร์ส ยกระดับ Sansiri Home Service Application ก้าวสู่อีกขั้นกับการพัฒนา AI บนสองแพลตฟอร์ม คือ Sansiri Home Service Application และ Google Assistant ให้โต้ตอบได้ทันที รองรับโลกขยับสู่ยุค...

ภาพข่าว: ศุภาลัย รับโล่รางวัล รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) โดย นางศิวะพร ดีตพันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561 (Sustainability Report Award 2018) ประเภท Recognition ในการประกาศรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561...

ไทคอน เตรียมปรับภาพลักษณ์ใหม่สู่แบรนด์ระดับโลก สนับสนุนทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ในอาเซียน

"ไทคอน" ผู้นำการให้บริการสมาร์ทแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม เปิดเกมรุกพลิกโฉมธุรกิจ ยกระดับองค์กรสู่แบรนด์ระดับโลก (Global brand) หลังบอร์ดอนุมัติการเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เพื่อดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้...

ซีบีอาร์อีได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ สำหรับที่ดิน 67 ไร่บนถนนราชดำริ

ซีบีอาร์อีได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของสำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สิน วชิราวุธวิทยาลัย เพื่อการพัฒนาที่ได้ประโยชน์สูงสุดและดีที่สุดสำหรับที่ดินขนาด 67 ไร่ในซอยมหาดเล็กหลวง 1 – 3 บนถนนราชดำริ...

Related Topics