มิติใหม่ยูโอบีในประเทศไทย

จันทร์ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๐๐๕ ๑๖:๒๕
กรุงเทพฯ--28 พ.ย.--ยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์
ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ ฉลองช่วงเวลาประวัติศาสตร์ในประเทศไทย หลังประสบความสำเร็จในการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารยูโอบี รัตนสิน จำกัด (มหาชน) กับธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) และประกาศชื่อธนาคารใหม่เป็น ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ ธนาคารยูโอบี ในประเทศไทย มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 206,000 ล้านบาท และมีพนักงานกว่า 3,800 คน มีเครือข่ายสาขามากขึ้นเป็น 154 สาขา ให้บริการแก่ลูกค้าบุคคลและลูกค้าบริษัท ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย ตั้งแต่การให้บริการทางด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารเงินและตลาดทุน
นายคิม ชุง หว่อง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูไยเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยูโอบีไม่ใช่ธนาคารใหม่ในประเทศไทยในช่วงระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ยูโอบีได้ทุ่มเทในการทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจธุรกิจและระบบตลาดของไทย พร้อมไปกับการสร้างความมั่นคงและเจริญเติบโตให้กับธนาคารยูโอบี รัตนสิน และตั้งแต่ยูโอบีเข้าดำเนินกิจการในธนาคารเอเชีย จนถึงการปฏิบัติภารกิจที่ท้าทายในการรวมและโอนกิจการที่มีขนาดใหญ่ในครั้งนี้ จากความสำเร็จในการรวมและโอนกิจการที่เกิดขึ้น ธนาคารยูโอบียังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างความเติบโตบนรากฐานที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกและได้รับบริการที่ดีขึ้น
ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ เราหวังจะสร้างความแตกต่างจากธนาคารอื่น โดยอาศัยนวัตกรรมด้านเทคโนโล
ยีสารสนเทศที่ดีของกลุ่มยูโอบีมารองรับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งรวมถึงบริการที่เพิ่มมูลค่าผ่านธนาคารทางอินเตอร์เน็ต และทุกช่องทางที่เข้าถึงการทำธุรกรรมทางการเงินได้ การทำธุรกรรมทางเครื่องเอทีเอ็มที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก และโปรแกรมการสะสมคะแนนของบัตรเครดิตที่ใช้ได้ทั่วประเทศและทั่วภูมิภาค
สำหรับ 9 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารยูโอบีในประเทศไทยมีกำไรสุทธิ* 1,057 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 564 ล้านบาท สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับธนาคารยูโอบี ในประเทศไทย และเป็นบทพิสูจน์ถึงผลดีจากการลงทุนในการควบรวมกิจการ (*รวมผลกำไรของธนาคารยูโอบี รัตนสิน จำกัด (มหาชน) และธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน)
นายฟรานซิส ลี ชิน ยง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารอาวุโส กลุ่มงานบุคคลธนกิจและกิจการต่างประเทศ ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ยูโอบี)กล่าวว่า ยูโอบีเป็นธนาคารระดับภูมิภาค และในข้อเท็จจริงนั้นยูโอบีมีการดำเนินธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าธนาคารอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ เราเชื่อว่า โครงข่ายพื้นฐาน รวมถึงเครือข่ายสาขาการให้บริการ และประสบการณ์ที่ได้รับจากการบริหารธนาคารยูโอบี รัตนสิน ทำให้ธนาคารยูโอบี ในประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดได้เป็นอย่างดี
สำหรับแผนในการสร้างความเจริญเติบโตในภูมิภาคเอเชียนั้น ธนาคารยูโอบีจะมุ่งมั่นสร้างความเติบโตต่อไปด้วยการเติบโตจากภายในองค์กร การควบรวมกิจการ หรือการสร้างพันธมิตรธุรกิจ เป้าหมายของยูโอบี มุ่งเน้นการสร้างผลกำไรจากเครือข่ายกิจการในต่างประเทศ 40% ของกำไรทั้งหมดภายในปี 2553 และยังคงแสวงหาโอกาสในการขยายการลงทุนในประเทศจีน และกำลังรอการอนุมัติเปิดสาขาในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย
ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย)
ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) เกิดขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2548 เป็นความสำเร็จสูงสุดจากการรวมและโอนกิจการระหว่างธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) และธนาคารยูโอบี รัตนสิน จำกัด(มหาชน) โดยเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 9 ของประเทศไทย มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 206,000 ล้านบาท ณ วั
นที่ 30 กันยายน 2548 ทั้งนี้ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) เป็นหนึ่งในสมาชิกของธนาคารยูโอบี ซึ่งเป็
นธนาคารชั้นนำของสิงคโปร์และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ผลสำเร็จแห่งการรวมกิจการ ทำให้ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) มีเครือข่ายสาขาเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและประสิทธิภาพการให้บริการ รวมไปถึงการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ผ่านทางเอทีเอ็ม อนึ่งด้วยสาขาที่มีมากถึง 154 สาขา และการให้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านทางเครื่องเอทีเอ็มที่มีมากถึง 335 แห่งทั่วประเทศไทย ทำให้ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) สามารถให้บริการและอำนวยความสะดวกกับลูกค้าได้เป็น
อย่างดี ผนวกกับการที่มีเครือข่ายในระดับภูมิภาคจึงสามารถสนับสนุนการทำธุรกรรมทางการเงินในภูมิภาคให้
แก่ลูกค้าของธนาคารได้ดีมากยิ่งขึ้น
ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) เน้นการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าทั่วไป บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของภาครัฐบาลและเอกชน ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย ตั้งแต่การให้บริการทางด้านการเงิน การลงทุน การบริหารเงินและตลาดทุน ทำให้ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย) อยู่ในฐานะธนาคารที่มีบทบาทสำคัญในวงการธนาคารและธุรกิจการเงินของไทย
ท่านสามารถค้นหาข้อมูลของธนาคารเพิ่มเติมได้ที่ www.uob.co.th
ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์
ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ยูโอบี) เป็นธนาคารชั้นนำแห่งประเทศสิงคโปร์ ที่ให้บริการทางการเงินอย่างหลากหลายผ่านเครือข่ายสำนักงาน 572 แห่ง ใน 18 ประเทศและเขตการปกครองในเอเชีย-แปซิฟิก ยุโรปตะวันตก และอเมริกาเหนือ มีสาขาอยู่ในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย
ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ มุ่งเน้นในการเป็นผู้นำในตลาดผู้บริโภค โดยธนาคารยูโอบีเป็นผู้ออกบัตรเครดิตมากที่สุดในประเทศสิงคโปร์ ด้วยยอดบัตรที่มากถึง 1 ล้านใบ นอกจากนี้ยังมีฐานลูกค้าธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ทั้งที่เป็นธุรกิจส่วนบุคคลและระดับร้านค้าบริษัท ขณะนี้ทางธนาคารได้ผลิตบัตรเครดิตร่วมกับองค์กรหรือสถาบันอื่นมากกว่า 20 แห่งครอบคลุมทุกหน่วยงาน ร้านค้า และองค์กรอิสระ
ท่านสามารถค้นหาข้อมูลของธนาคารเพิ่มเติมได้ที่ www.uobgroup.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (ไทย)
คุณจิรา สุรเชษฐพงษ์
คุณบุญชัย อัศวอรุโณทัย
คุณพรศิลป์ ชิโนเรสโยธิน
โทรศัพท์ 02-343-4963 ถึง 64 โทรสาร 02-285-1372--จบ--

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๐๓ ขอเป็นส่วนหนึ่งทีได้ดูแล.ทรูพร้อมเคียงคู่สู้โควิดไปด้วยกันให้บริการช่วยเหลือลงทะเบียนรับวัคซีน หมอพร้อม ณ
๑๗:๕๖ วว. ได้รับรางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2020 ด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พลังงานทดแทน ประเภท สมาคม องค์กร
๑๗:๐๗ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา เชิญชวนลงทะเบียนรับวัคซีนป้องกัน Covid-19 หมอพร้อม
๑๗:๕๒ LPH บุ๊คงบ Q1/64 รายได้โต 13% อยู่ที่ 479.99 ลบ. มีกำไร 40.39 ลบ. อานิสงส์ผู้ป่วยนอกพุ่ง - ปกส.หนุน การันตีรายได้ปีนี้โต 15-20%
๑๗:๐๑ Exablate Neuro เทคโนโลยีรักษาโรคอาการสั่นด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
๑๗:๔๘ สพร.9 พิษณุโลก ยกระดับช่างเชื่อมไทยสู่มาตรฐานสากล
๑๗:๑๓ แสนสิริเข้าถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ใน XSpring ประกาศลงทุน 15% ด้วยเงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท
๑๗:๐๘ MOVE Pr Agency เดินหน้าปรับตัวก้าวสู่ The Next Normal พร้อมนำพันธมิตรทางธุรกิจสู่เป้าหมายด้วยทีม Digital PR
๑๗:๔๐ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ มอบเงิน 500,000 บาท ให้กับมูลนิธิศิริราช เพื่อสนับสนุนงานโรงพยาบาลสนามของ อว.
๑๗:๕๐ สพร.9 พิษณุโลก จัดพิธีเปิดฝึกอบรมภายใต้โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ปีงบประมาณ