DTI ทดสอบยานเกราะล้อยาง 8x8 ผ่านทุกมาตรฐาน

พฤหัส ๑๕ ตุลาคม ๒๐๑๕ ๑๕:๐๘
DTI ทดสอบยานเกราะล้อยาง 8x8 ผ่านทุกมาตรฐานเตรียมพร้อมพร้อมสู่ภาคผลิต สร้างความมั่นคงยุทธยานยนต์ไทย
DTI ทดสอบยานเกราะล้อยาง 8x8 ผ่านทุกมาตรฐาน

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) มั่นใจเดินหน้าโครงการพัฒนายานเกราะล้อยาง 8x8 รุ่น Black Widow Spider (BSW) เพื่อสนับสนุนด้านยุทธยานยนต์ไทย พร้อมจัดทดสอบสมรรถนะยานยนต์ ด้านความแข็งแรง ปลอดภัย ตามมาตรฐานทหารระดับสากล เผยผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถสนับสนุนงานพัฒนายุทธยานยนต์ของไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

· ประเดิมครั้งแรก ทดสอบวิ่งระยะไกล (16 ก.ย. 58)

เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา DTI ได้จัดทดสอบยานเกราะล้อยาง 8x8 ขึ้นเป็นครั้งแรกนับแต่ได้มีการพัฒนาต้นแบบยานเกราะล้อยางขึ้นมา ซึ่งย้อนไปเมื่อปี 2556 โครงการพัฒนายานเกราะได้กำเนิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลสมัยนั้นที่อยากให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีป้องกันประเทศด้วยตนเอง เพื่อลดการนำเข้ายุทโธปกรณ์ และลดงบประมาณในการจัดหา จึงทำให้ DTI เร่งดำเนินการโครงการพัฒนายานเกราะอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งใช้นักวิจัยไทยทั้งหมดร่วมกันพัฒนาออกแบบ โดยยึดต้นแบบยานเกราะประสิทธิภาพสูงจากทั่วโลกเป็นตัวเปรียบเทียบ และวิจัยพัฒนาให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานและความต้องการของประเทศไทย

ในการทดสอบครั้งแรกนี้ เป็นการทดสอบการวิ่งระยะทางไกล 64 กิโลเมตร โดยใช้การวิ่งไป – กลับทางตรง ในสภาพถนนทั่วไป โดยมีระยะทางไป 8 กม. และกลับ 8 กม. ซึ่งได้จัดให้มีการทดสอบจำนวน 4 รอบ เพื่อทดสอบสมรรถนะของรถในเบื้องต้น /ทดสอบระบบเลี้ยว /ทดสอบอัตราการเร่ง (โดยวิ่งที่ความเร็วเฉลี่ย 40-60 กม./ชม.) และการทำงานของเครื่องยนต์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งผลจากการทดสอบในครั้งแรกนี้ถือว่าประสบความสำเร็จตามที่คาดการณ์ไว้

· ทดสอบความปลอดภัย - ความแข็งแกร่งตัวรถ (17 ก.ย.58)

ด่านทดสอบต่อมาสำหรับ ยานเกราะล้อยาง BWS 8x8 เรียกว่าเป็นด่านที่สำคัญมาก คือการทดสอบคุณสมบัติเกราะกันระเบิด (Mine Blast Test) ด้วยวิธีการจุดระเบิดน้ำหนัก 6 กิโลกรัมที่ตำแหน่งกึ่งกลางใต้ท้องรถ และใต้ล้อ เพื่อทดสอบว่าเกราะและตัวถังของยานเกราะที่ออกแบบมานั้นสามารถกันการระเบิดตามที่ออกแบบไว้ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นการทดสอบตามมาตรฐาน AEP-55 V.2 Edition 1 (STANAG 4569 Level 2a และ 2b) หรือมาตรฐานทางทหารของกลุ่มประเทศ NATO และผลจากการทดสอบก็ประสบความสำเร็จด้วยดี ตัวรถและเกราะมีความปลอดภัยสูงจึงไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

· ทดสอบครั้งที่ 3 สมรรถนะเยี่ยมเต็มกำลัง (21 ก.ย.58)

หลังจากที่ได้มีการทดสอบการวิ่งระยะทางไกล และคุณสมบัติเกราะกันระเบิดแล้ว ครั้งที่ 3 นี้ได้เพิ่มรายละเอียดการทดสอบมากขึ้นไปอีก โดยเริ่มจากอัตราเร่งของเครื่องยนต์ , ความเร็วสูงสุดและทดสอบเสียง , ประสิทธิภาพการทำงานของระบบเบรค ,ระบบบังคับเลี้ยว ,ระบบช่วงล่าง , ทดสอบการขึ้นลาดเอียง เป็นต้น

· สรุปรายละเอียดผลการทดสอบ

ทดสอบอัตราเร่งของเครื่องยนต์ โดยกำหนดค่าความเร็วจาก 0-60 กม. และ 0-90 กม. เป็นการวิ่งทางตรง และทำการทดสอบเป็นจำนวน 5 ครั้ง เพื่อหาค่าเฉลี่ยที่เหมาะสม ซึ่งระหว่างทดสอบได้ติดตั้งกล้องวิดีโอบันทึกภาพหน้าปัดแสดงผลการขับขี่ เพื่อบันทึกข้อมูลตลอดการวิ่ง เช่น ความเร็ว ปริมาณน้ำมัน ความร้อน ระยะทาง เป็นต้น และติดตั้งกล้องทางด้านซ้ายและขวาของรถเพื่อให้เห็นการทำงานของระบบขับเคลื่อนทั้ง 8 ล้อ เพื่อทดสอบการทำงานของล้อและระบบเลี้ยวและการรั่วไหลต่าง ๆ

ทดสอบความเร็วสูงสุดและทดสอบเสียง โดยเริ่มวิ่งทดสอบจาก 0 – ความเร็วสูงสุด กม./ชม. ทำการทดสอบ 5 ครั้ง เพื่อหาค่าเวลาในการทำความเร็วและความเร็วสูงสุดที่ทำได้ ในการทดสอบหัวข้อนี้จะติดตั้ง Sensor เพื่อวัดอุณหภูมิบริเวณชุดเกียร์ และติดตั้งเครื่องทดสอบเสียงเพื่อเก็บค่าความดังเมื่อรถวิ่งผ่าน

ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบเบรก โดยใช้วิธีการปักหลักสำหรับการเบรกเพื่อวัดระยะทาง และเริ่มวิ่งทดสอบที่ความเร็ว 90 กม. จากนั้นเมื่อผ่านหลักแล้ว เจ้าหน้าที่ประจำหลักจะให้สัญญาณ เพื่อให้คนขับเหยียบเบรกให้เต็มที่จนรถหยุดสนิท แล้วจึงวัดระยะทางและบันทึกค่าอุณหภูมิที่จานเบรก และในการบันทึกการทำงานของระบบเบรคนี้ต้องวิ่งทดสอบที่ความเร็วทุก ๆ ค่าความเร็วในการวิ่ง ตั้งแต่ 80, 70 ,60 ไปจนถึง 20 กม./ชม.

ทดสอบระบบบังคับเลี้ยว โดยวิธีการปักหลักอีกเช่นกันเพื่อวัดระยะทางจากระยะไม้ไปถึงตัวรถ ซึ่งวิ่งทดสอบเลี้ยวซ้ายสุดจนกลับมาที่เดิมแล้วจึงวัดระยะทางวงเลี้ยว และทำเช่นเดียวกันในการเลี้ยวขวาสุด นอกจากนี้ยังต้องทำการตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำมันไฮดรอลิคด้วย

ทดสอบระบบช่วงล่างและการบังคับเลี้ยว โดยวิธีการตั้งกรวยเป็นแนวตรงระยะห่าง 15-20 เมตร และติดตั้งเครื่องวัดระดับเพื่อดูการเอียงของรถตรงกึ่งกลางคัน จากนั้นวิ่งทดสอบเลี้ยวซ้ายขวาไปมาเหมือนการเปลี่ยนเลนโดยอ้อมกรวยลักษณะซิกแซกไปมา

ทดสอบการขึ้นลาดเอียง โดยมีด่านทดสอบการขึ้นลาดเอียงระดับองศาตั้งแต่ 20-60 เปอร์เซ็นต์ ทดสอบสิ่งกีดขวาง โดยการวิ่งข้ามขอนไม้ , วิ่งลงบ่อโคลน ทดสอบการลุยน้ำ โดยการวิ่งลงบ่อน้ำที่มีความลึกประมาณ 0.8 เมตร และสุดท้ายทดสอบวิ่งในภูมิประเทศ ด้วยการวิ่งเป็นระยะทาง 10 กม. เพื่อหาค่าความสั่นสะเทือนในตัวรถ

จากการทดสอบทั้งหมด ก็เป็นไปตามคาดหมาย BWS 8x8 สามารถผ่านมาตรฐานการทดสอบดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ซึ่งต่อจากนี้ DTI จะได้นำผลการทดสอบทั้งหมดนี้ไปพัฒนาปรับแต่งให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานของเหล่าทัพภายในประเทศต่อไป ซึ่งถือได้ว่าเป็นความท้าทายครั้งสำคัญในการพิสูจน์ตนเอง ว่าจะสามารถสร้างยุทธยานยนต์ให้ใช้ได้ในประเทศโดยไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศได้สำเร็จหรือไม่ ในอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๖ เม.ย. ไมโครลิสซิ่ง (MICRO) จัดประชุมผู้ถือหุ้นปี 2564 ไฟเขียวจ่ายปันผล 0.055 บาทต่อหุ้น
๑๖ เม.ย. คนเดียวก็อิ่มได้ ไม่ต้องง้อเพื่อน กับ มายบ็อกซ์ ซีรีส์ จากพิซซ่า ฮัท
๑๖ เม.ย. อัปเดตใหม่! อาชีพใหม่ 'สกอลาร์' มาแล้ว! พร้อมพบโบนัสพัฒนา 5 เท่า ใน A3: STILL ALIVE
๑๖ เม.ย. ไทยพาณิชย์ จับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ไทยไพบูลย์ประกันภัย เปิดตัว ประกันภัยไซเบอร์ (Cyber Insurance)
๑๖ เม.ย. เอ็นทีที เปิดเวที NTT Digital Innovation Challenge 2021 คัดเลือกสุดยอดคนไอทีรุ่นใหม่
๑๖ เม.ย. Wealth Dynamix เปิดตัวโซลูชัน SaaS บริหารวงจรชีวิตลูกค้าบนคลาวด์ สำหรับบริษัทบริหารจัดการความมั่งคั่ง
๑๖ เม.ย. PROS ตั้ง KGI ลีดอันเดอร์ไรท์เตอร์ เคาะราคาขายหุ้น IPO ที่ 2 บ./หุ้น ระดมทุน 280 ลบ. เปิดจองซื้อ 19-21 เม.ย. เทรด 27
๑๖ เม.ย. ดั๊บเบิ้ล เอ ส่งความสุขและห่วงใยในกิจกรรมเลี้ยงน้องวันเกิด
๑๖ เม.ย. ออฟฟิศเมท เปิดร้านบน GrabMart Application ช้อปอุปกรณ์สำนักงาน ส่งด่วนภายใน 2 ชั่วโมง
๑๖ เม.ย. เกมมือถือ Kingdom Heroes M เปิดตัวอย่างเป็นทางการบน iOS และ Android