ตลาดหุ้นไทยเริ่มเข้าสู่จุดฟื้นตัว ให้น้ำหนักต่อนโยบายเชิงบวก ของว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ

ศุกร์ ๐๖ พฤศจิกายน ๒๐๒๐ ๑๔:๕๓
ตลาดหุ้นไทยเริ่มเข้าสู่จุดฟื้นตัว ให้น้ำหนักต่อนโยบายเชิงบวก ของว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ

นายธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์ นักกลยุทธ์เศรษฐศาสตร์มหภาค บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่า สำหรับ Joe Biden ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอเมริกา แม้การนับคะแนนผลการเลือกตั้งสหรัฐฯจะยังไม่จบอย่างเป็นทางการ แต่สถานการณ์ล่าสุด Joe Biden มีโอกาสสูงที่จะชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งหากคะแนนไม่พลิกไปจากปัจจุบัน ผลจะจบลงที่ชัยชนะของ Joe Biden ด้วยคะแนน Electoral Vote ที่ 270 ต่อ 268 ซึ่งถือเป็นผลที่ออกมาสอดคล้องกับผลสำรวจก่อนการเลือกตั้งที่ Joe Biden นำมาโดยตลอด แต่กลับกลายเป็นว่าไม่ได้ชนะขาดเหมือนที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า เนื่องจาก Donald Trump สามารถกวาดคะแนนในรัฐใหญ่อย่างTexas และ Swing States อย่าง Florida, Georgia และ North Carolina จึงทำให้ผลที่ออกมาค่อนข้างสูสี นอกจากนี้ยังถือเป็นชัยชนะที่ไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดของฝั่ง Democrat ที่ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) แต่ในขณะที่วุฒิสภา (Senate) เสียงข้างมากตกเป็นของ Republican

ส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังการเห็น Blue Wave ชัยชนะที่ไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด แม้สะท้อนถึงความไม่เป็นปึกแผ่นของรัฐบาล และอาจสร้างความกังวลต่อการผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลังรอบใหม่ของสหรัฐ แต่หากมองย้อนกลับไปช่วงระหว่างการนับคะแนน มีจังหวะคะแนนของ Donald Trump พลิกกลับมาแซง และมีท่าทีว่าจะเก็บชัยชนะ ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานสั้นไปแล้วในระหว่างวัน บ่งชี้ถึงภาวะตลาดที่ผิดหวังต่อการเกิด Blue Wave และสะท้อนไปแล้วในราคาหุ้น ดังนั้น แม้ว่าผลที่ออกมารัฐบาลของ Joe Biden จะไม่ได้ครองเสียงข้างมากทั้งสภาล่างและสภาสูง ก็จะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากตลาด "ไม่ได้อยู่บนความคาดหวังที่สูง" หากเทียบกับช่วงก่อนหน้า

เกิด Election Rally ตลาดหุ้นไทยที่ซึมมานานจะให้น้ำหนักปัจจัยบวกระยะสั้น ความชัดเจนของผลการเลือกตั้งที่มาพร้อมกับความคาดหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ภายใต้การนำของรัฐบาลชุดใหม่ ตลอดจนการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่ค้างคามาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งให้เดินหน้าต่อ รวมถึงโอกาสการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินที่จะยังมีต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะ Risk On ในตลาดการเงินทั่วโลกจากสภาพคล่องในระบบที่จะยังสูงขึ้นต่อเนื่อง และหากประเมินภาพตลาดหุ้นไทยก็พบว่าอยู่ในภาวะที่ซึมมานาน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะถึงจุดปลดล็อคและเริ่มเข้าสู่จุดฟื้นตัว โดยคาดว่าตลาดจะให้น้ำหนักต่อนโยบายเป็นเชิงบวกของ Joe Biden ที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้น มากกว่านโยบายที่เป็นลบต่อตลาดหุ้นซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในระยะยาว และเกิดขึ้นไม่ง่ายนักท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว อาทิเช่น การปรับขึ้นภาษี หรือ Green Energy ที่กระทบต่ออุตสาหกรรม Oil and Gas เป็นต้น ทั้งนี้ประเมินว่าหุ้นกลุ่มที่น่าจะ Outperform ในกรอบระยะเวลา 1-3 เดือน จาก Election Rally และต่อเนื่องไปจนมีโอกาสการเกิด January Effect คือหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันราคาอยู่ในจุดที่น่าสนใจและเริ่มมีสัญญาณบวกสะท้อนโอกาสที่แนวโน้มผลประกอบการจะผ่านพ้นจุดต่ำสุด

Blue Chip Stocks Play (กลยุทธ์การลงทุน)
- Value Play: ราคาปรับตัวลงมามากจนอยู่ในจุดที่น่าสนใจและน่าจะเป็นเป้าเข้าซื้อของกลุ่มนักลงทุน
สถาบันฯ (Top Picks: PTT CPALL GULF)
- Earnings Delivered Play: หุ้นแนวโน้มผลประกอบการ 2H63 เด่น
(Top Picks: CBG SAWAD)
- Turnaround: หุ้นที่มีโอกาสพลิกกลับมามีกำไรและราคาน่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว
(Top Picks: CRC)

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๒ พ.ค. เซ็นทรัลพัฒนา เปิดหน่วยบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในศูนย์การค้าเป็นแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว
๑๒ พ.ค. สพร.9 พิษณุโลก ยกระดับฝีมือแรงงานช่างบำรุงรักษาระบบเซลล์แสงอาทิตย์
๑๒ พ.ค. ซีพีเอฟ ใส่ใจพลังงานหมุนเวียน รักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม สร้างธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน
๑๒ พ.ค. ผู้ถือหุ้น PLANET เตรียมใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน 13-14 และ 17-19 พ.ค.นี้
๑๒ พ.ค. Study in ZJUT ทุนเรียนต่อป.ตรี-โท บริหาร วิศวะ มหาวิทยาลัยในเมืองหางโจว
๑๒ พ.ค. ออสซี่ออยล์ เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ แฟรนไชส์น้ำมันแกลลอน
๑๒ พ.ค. 7 วิชาพิเศษที่เลือกเรียนได้! ที่ SPUIC Business Management Program
๑๒ พ.ค. Miss The Rage เพลงใหม่จาก 2 แรปเปอร์สุดฮอตขวัญใจวัยรุ่น Trippie Redd และ Playboi Carti มาพร้อม Lyric Video สุดเท่
๑๒ พ.ค. OPPO ประกาศการอัปเกรด OPPO App Market และ Gravity Plan อย่างเป็นทางการ
๑๒ พ.ค. ม.มหิดล จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ดูแลเด็กในศตวรรษที่ 21 รองรับสังคมแตกต่างหลากหลาย