กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 30.00-30.30 มองดอลลาร์ทรงตัว จับตามาตรการ ธปท.

อังคาร ๐๘ ธันวาคม ๒๐๒๐ ๑๓:๕๙

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาท
ในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 30.00-30.30 ต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 30.15 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยมูลค่า 0.6 พันล้านบาท และ 3.3 พันล้านบาท ตามลำดับ โดยคาดว่านักลงทุนจะซื้อขายอย่างระมัดระวังในสัปดาห์นี้ ซึ่งตลาดการเงินในประเทศเปิดทำการเพียง 2 วัน

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า จุดสนใจหลักอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) วันที่ 10 ธ.ค. ซึ่งคาดว่าจะมีมติเพิ่ม QE จำนวน 5 แสนล้านยูโร โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมดังกล่าวสอดคล้องกับการส่งสัญญาณจากอีซีบีในการประชุมเมื่อเดือนตุลาคม นอกจากนี้ นักลงทุนจะติดตามบทสรุป Brexit โดยตลาดคาดว่าสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปจะบรรลุข้อตกลงกันได้ในนาทีสุดท้าย สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านขาลงของเงินปอนด์ยังเปิดกว้างกรณีไม่เกิดดีล ส่วนปัจจัยอื่นๆ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่พุ่งสูงขึ้นมากในสหรัฐฯ และความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนักลงทุนเปิดรับความเสี่ยงท่ามกลางความหวังในเรื่องวัคซีนและมาตรการด้านการคลัง อย่างไรก็ดี ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มขาดแรงส่ง ในภาวะเช่นนี้ เราคาดว่าเงินดอลลาร์อาจทรงตัวที่ระดับต่ำเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ต่อไป

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะชี้แจงมาตรการเพิ่มเติมในการปรับระบบนิเวศใหม่ของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและการดูแลเงินบาทในวันที่ 9 ธ.ค. เพื่ออธิบายการปรับสภาพแวดล้อมของตลาด โดยทางการระบุว่าได้ติดตามดูแลค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดท่ามกลางการไหลเข้าของเงินทุนระยะสั้น ทางด้านดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนพฤศจิกายน ลดลง 0.41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการติดลบน้อยที่สุดในรอบ 9 เดือน ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานซึ่งไม่รวมอาหารสดและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.18% อนึ่ง เราคาดว่าการซื้อขายยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวังจากท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้นต่อการดูแลค่าเงินบาทของธปท. แม้ว่านับตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมเงินบาทแข็งค่าทิศทางเดียวกับสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ทั้งนี้ เงินวอนเกาหลีใต้ เงินหยวนจีน และเงินบาท ปรับตัวแข็งค่าขึ้นราว 2.0%, 0.7% และ 0.3% ตามลำดับ

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๙:๑๘ วิศวะมหิดล - สยามไอโอที รวมพลังสู้ PM 2.5 ด้วยนวัตกรรมระบบแจ้งเตือนเรียลไทม์ ด้วยเทคโนโลยี IoT
๐๙:๔๔ รู้หรือไม่ ลูกสุนัขต้องกินอย่างไรจึงจะสุขภาพดี
๐๙:๐๓ TK Park สานฝันเยาวชน สร้างชุมชนการเรียนรู้ ร่วมโครงการ TK DreamMakers
๐๙:๕๘ ใหม่ นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค รวมการปกป้องแบบ 3X* ทั้งยูวี มลภาวะ และผลจากแสงสีฟ้า
๐๙:๒๗ ชวนชมหนังสั้นแบบออนไลน์
๐๙:๒๖ Dek64 พร้อมมั้ย!! นับถอยหลัง - 31 มี.ค.64 รับทุน SPU โควตา สูงสุด 15,000 บาท*
๐๙:๒๒ ปภ.ชี้แจงสถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดนครราชสีมา และพิจิตร บูรณาการทุกภาคส่วนลดผลกระทบจากภาวะขาดแคลนน้ำ
๐๙:๒๐ ซัมซุงเปิดตัวไลน์อัพกลุ่มผลิตภัณฑ์ทีวีและจอภาพปี 2021 นวัตกรรมเพื่อการค้นหาตัวตน ได้อย่างลึกซึ้งกว่าที่เคย
๐๙:๔๔ (dIA) Dynamic Intelligence Asia เปิดตัว 4 Smart solutions
๐๘:๓๑ บ้านปู เพาเวอร์เผยผลประกอบการปี 2563 ย้ำความสำเร็จด้วยกำลังผลิตเพิ่ม 427 เมกะวัตต์ มุ่งขยายพอร์ตอย่างสมดุลเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน