งานวิจัยผู้บริโภคปี 2563 ของเต็ดตรา แพ้ค เผยวิกฤตการณ์ที่ทั่วโลก เผชิญระหว่างความปลอดภัยทางอาหาร และการดูแลสิ่งแวดล้อมภายใต้สถานการณ์โควิด19

พฤหัส ๑๗ ธันวาคม ๒๐๒๐ ๑๐:๓๑
  • 2 ใน 3 ของผู้บริโภคเห็นว่าความปลอดภัยทางอาหารคือประเด็นหลักของสังคม
  • ประเด็นสิ่งแวดล้อมยังเป็นความวิตกกังวลหลักของโลก นอกเหนือจากเรื่องโควิด-19
  • ผู้บริโภค 77% ทั่วโลกเห็นว่า ขยะอาหารกำลังเป็นปัญหาสำคัญ
งานวิจัยผู้บริโภคปี 2563 ของเต็ดตรา แพ้ค เผยวิกฤตการณ์ที่ทั่วโลก เผชิญระหว่างความปลอดภัยทางอาหาร และการดูแลสิ่งแวดล้อมภายใต้สถานการณ์โควิด19

เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำเสนอโซลูชั่นระบบการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก เปิดเผยงานวิจัยระดับนานาชาติซึ่งดำเนินการร่วมกับอิปซอส (Ipsos) แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยทางอาหารกำลังเป็นประเด็นหลักของสังคม โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เชื่อว่าสถานการณ์โควิด-19 คือ "ภัยคุกคามที่แท้จริง" และในขณะเดียวกันความวิตกกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ยังคงปรากฏอย่างเด่นชัด ก่อให้เกิดความย้อนแย้งในวิธีคิดของผู้บริโภค เมื่อพวกเขาต้องสร้างสมดุลระหว่างสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการดำรงชีวิต นั่นคือ อาหารที่ปลอดภัย กับการใส่ใจเรื่องความยั่งยืนของโลกที่เราอาศัยอยู่

รายงานเต็ดตรา แพ้ค อินเด็กซ์ ซึ่งจัดทำเป็นฉบับที่ 13 ในปีนี้ ชี้ว่าทั่วโลกมีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น 10% เกี่ยวกับความปลอดภัยทางอาหารและการจัดหาอาหารในอนาคต ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 30% ในปี 2562 เป็น 40% ในปีนี้ อีกทั้งผู้บริโภคมากกว่า50% ไม่เพียงแค่เชื่อว่าการยกระดับความปลอดภัยทางอาหารนั้นเป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิตเท่านั้น หากแต่ยังคิดว่านี่เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่บริษัทผู้ผลิตต่าง ๆ จำเป็นต้องจัดการแก้ปัญหานี้ตั้งแต่วันนี้และในอนาคต งานวิจัยครั้งนี้ยังระบุว่า สุขภาพมีความเชื่อมโยงอย่างมากกับประเด็นความปลอดภัยทางอาหารและสุขอนามัยที่เพิ่มสูงขึ้น โดยผู้บริโภค 2 ใน 3 กล่าวว่าการมีสุขภาพที่ดี คือความปลอดภัยของชีวิต และผู้บริโภค 60% ทั่วโลก ยังกล่าวว่าพวกเขารู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับอาหารที่พวกเขาซื้อว่าถูกสุขอนามัยหรือปลอดภัยหรือไม่

เมื่อถามผู้บริโภคว่าบรรจุภัณฑ์ควรมีคุณสมบัติข้อใดเป็นหลัก พวกเขาต่างชี้ว่าการรับประกันอาหารปลอดภัยคือหน้าที่หลักของบรรจุภัณฑ์ และยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมในระบบบรรจุภัณฑ์ที่ส่งผลถึงความปลอดภัยทางอาหาร โดยผู้ตอบคำถามส่วนใหญ่ยังกล่าวว่า "การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน" คือหนึ่งในประเด็นหลักที่แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มต้องใส่ใจทั้งในวันนี้และวันหน้า

รายงานเต็ดตรา แพ้ค 2563 ยังเน้นเรื่องขยะอาหารที่กำลังเป็นประเด็นร้อน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามมากถึง 3 ใน 4 ที่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวล ผลกระทบจากวิกฤตโควิด19 ต่อห่วงโซ่อุปทานได้กระตุ้นให้ผู้คนตระหนักว่าขยะอาหารกำลังกลายเป็นปัญหาเร่งด่วน โดยมีแนวโน้มว่าความวิตกกังวลนี้จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเราจำเป็นต้องจัดหาอาหารให้แก่ประชากรโลกที่กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้บริโภคยังบอกด้วยว่าการลดขยะอาหารถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมอันดับหนึ่งที่พวกเขาสามารถมีส่วนสนับสนุนได้ และยังเป็นปัญหาสำคัญที่สุด 1 ใน 3 เรื่องสำหรับบรรดาบริษัทผู้ผลิต แต่ความสับสนกับข้อมูลบนฉลากยังคงเป็นอุปสรรคในเรื่องนี้ ซึ่งนับเป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ ในการปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารข้อมูลให้ดีกว่านี้

"รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงสภาวะความต้องการรูปแบบใหม่ของผู้บริโภค นวัตกรรมที่ผู้บริโภคต้องการเป็นอันดับแรกในวันนี้คือสิ่งที่สามารถถนอมอาหารให้ปลอดภัยได้ยาวนานขึ้น และหลีกเลี่ยงการสร้างขยะไปพร้อมกับการรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร" นายสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว "สิ่งสำคัญอันดับต่อมาคือ ระบบแจ้งวันหมดอายุอัจฉริยะ ซึ่งเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งเพื่อแก้ไขปัญหาขยะเศษอาหาร นับเป็นเรื่องน่าสนใจที่ว่า แม้การแพร่ระบาดได้เปลี่ยนแปลงโลกในปัจจุบันอย่างมหาศาล หากผู้บริโภคยังคงชื่นชอบบรรจุภัณฑ์แบบเรียบง่ายที่สามารถยืนยันได้ว่าสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้"

"เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่เราจะไม่ละเลยต่อความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด19" เข็มอัปสร สิริสุขะ นักแสดงและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม กล่าว "การที่มุมมองของคนเราจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกนับเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่เรายังต้องคำนึงถึงลำดับความสำคัญในระยะยาวเช่นกัน ซึ่งในที่นี้การคำนึงถึงการปกป้องโลกใบนี้ควรจะมาเป็นอันดับแรกเสมอ"

"งานวิจัยของเต็ดตรา แพ้คนั้น มีความสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจต่างๆ สามารถจะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไรบ้าง" ผศ. ดร. ศศิธร ตรงจิตภักดี คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าว "รายงานนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้คนมิได้เพียงให้ความสนใจกับความต้องการพื้นฐานของพวกเขาเท่านั้น แต่เป็นการเลือกของพวกเขาที่ได้รับอิทธิพลมาจากปัจจัยต่างๆ ที่กว้างขึ้นด้วย"

รายงานนำเสนอข้อสรุปว่า ไม่มีโอกาสใดที่ดีไปกว่านี้อีกแล้วในการเริ่มพูดคุยถกประเด็นกันในวงกว้างถึงเรื่องความยั่งยืนและบทบาทของบรรจุภัณฑ์ในอนาคต โดยบริษัทต่าง ๆ สามารถแสดงออกถึงความมุ่งมั่นต่อปัญหาสองเรื่องนี้และนำเสนอวิธีการแก้ไขวิกฤตการณ์ระหว่างความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยทางอาหารและสิ่งแวดล้อมที่ปะทุขึ้นจากสถานการณ์โควิด19 ในปัจจุบัน

อ่านและดาวน์โหลดรายงานเต็ดตรา แพ้ค อินเด็กซ์ ได้ฟรีที่ www.tetrapak.com/insights/tetra-pak-index

เกี่ยวกับเต็ดตรา แพ้ค
เต็ดตรา แพ้ค คือผู้นำเสนอโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์และกระบวนการผลิตอาหารชั้นนำของโลก โดยทำงานร่วมกับลูกค้าและซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้คนนับพันล้านในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ด้วยจำนวนพนักงานมากกว่า 25,000 คนซึ่งมีฐานการดำเนินงานทั่วโลก เราเชื่อในความรับผิดชอบของเราในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมและการมอบความยั่งยืนแก่ธุรกิจนี้ ปรัชญาการทำงานของเราคือ "PROTECTS WHAT'S GOOD(TM)" ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเราในการผลิตอาหารที่ปลอดภัยและซื้อหาได้ในทุกที่

หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ เต็ดตรา แพ้ค กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.tetrapak.com/th

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๔:๔๒ Blue Card จับมือ Otteri Wash Dry มอบความสะดวกให้ลูกค้า ใช้ 200 คะแนน ซักผ้าฟรี
๑๔:๔๕ 'JOOX' แอปมิวสิคคอมมูนิตี้อันดับ 1 ของไทย ผนึกแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลก 'โคคา-โคล่า' ระเบิดแคมเปญ 'เปิดจังหวะซ่าในตัวคุณ'
๑๔:๐๔ การออกกำลังกายกับ โรคหัวใจ
๑๔:๑๗ บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดขายกองหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทนทั่วโลก SCBCLEAN IPO 2 - 8 มี.ค. นี้ โอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนกับธุรกิจพลังงานสะอาดทั่วโลก
๑๔:๕๕ การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน และเตรียมพร้อมก่อนมีบุตร สำคัญแค่ไหน
๑๔:๒๘ นักวิจัย ม.พะเยา รับรางวัลอิสรเมธี ผู้ทำความดีเพื่อสังคม จากท่าน ว.วชิรเมธี พร้อมมอบเงินทั้งหมด ให้กับชุมชนอนุรักษ์นกยูงไทย
๑๓:๑๖ NRF โชว์ผลงานปี 63 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ ทำรายได้กว่า 1,408.3 ล้านบาท ย้ำจุดแข็งเป็นผู้ผลิตอาหารแห่งอนาคต
๑๓:๓๐ อโกด้า เปิดตัวแคมเปญ GoLocal Tonight เอาใจคนชอบวางแผนเที่ยวในประเทศแบบนาทีสุดท้าย
๑๓:๐๘ B-WORK เผยผลประกอบการปี 2563 ยังคงแข็งแกร่ง กำไรจากการลงทุนสุทธิ 311.82 ล้านบาท เตรียมจ่ายเงินปันผล ครั้งที่
๑๓:๓๙ เครือซีพีตระหนักถึงสุขอนามัยกลุ่มผู้เปราะบาง เดินหน้ามอบหน้ากากอนามัยฟรีแก่มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการและสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย