อนันดาฯ เผยยอดขายกว่า 26,654 ล้านบาท บุ๊คกำไรกว่า 705 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดโอนกว่า 22,000 ล้านบาท เติบโต 10% ตั้งรับปีท้าทาย

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม Friday February 28, 2020 11:41
กรุงเทพฯ--28 ก.พ.--สยาม พีอาร์ คอนซัลแทนท์

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า เผยยอดขายปี 2562 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 14% อยู่ที่ 26,654 ล้านบาท โดยมาจากยอดขายของโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่เปิดขายในไตรมาส 4 โดยเฉพาะโครงการไอดีโอ จุฬาฯ-สามย่าน และไอดีโอ จรัญฯ 70-ริเวอร์วิว ที่มีอัตราการขายสูงกว่า 70% โดยบริษัทฯ มีแบ็คล็อค ณ สิ้นปี 2562 กว่า 31,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของยอดโอนของบริษัทฯ ในระยะ 3 ปี ขณะที่ในปี 2563 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดโอนกว่า 22,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อน สอดคล้องความต้องการที่อยู่อาศัยทำเลใกล้รถไฟฟ้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ดร. ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทฯ สามารถทำยอดขายและยอดโอนใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่าตัวเลขจะลดลงจากปีก่อน จากสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความท้าทายทั้งปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตามบริษัทฯเชื่อว่าความต้องการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะทำเลใกล้รถไฟฟ้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทฯ มีรายได้รวม 9,203 ล้านบาท ลดลง 13% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 705 ล้านบาท ลดลง 71% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า ซึ่งยอดโอนของโครงการร่วมทุนที่สร้างเสร็จพร้อมโอนในปี 2562 น้อยกว่าในปี 2561 ที่มีโครงการร่วมทุนขนาดใหญ่สร้างเสร็จและเริ่มโอน เช่น โครงการแอชตัน อโศก โครงการแอชตัน จุฬา-สีลม และโครงการไอดีโอ สุขุมวิท 93 ซึ่งเป็นไปตามกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จของโครงการ

สำหรับอนันดาฯ
ปีนี้ถือเป็นอีกปีที่ท้าทาย

เพราะสถานการณ์เปลี่ยนยิ่งทำให้ต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ภายใต้แนวคิด “Change The Plan Never

The Goal” ยึดมั่นในเป้าหมาย ยืดหยุ่นในวิธีการ
เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาดและความต้องการของลูกค้าซึ่งอนันดาฯ
ยังคงให้ความสำคัญและเชื่อมั่นในกลยุทธ์การพัฒนาคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า
ในส่วนของกระแสเงินสดของบริษัทยังมีความแข็งแกร่งโดย

ณ สิ้นสุดไตรมาสยังคงรักษาเงินสดรวมโครงการร่วมทุนกว่า 14,800 ล้านบาท ทั้งยังได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องจากสถาบันการเงินชั้นนำ

และมีทางเลือกในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายสามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์ และถึงแม้ว่าบริษัทจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด

โดยสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนไว้ภายใต้เป้าหมายที่ 1:1

ทั้งนี้ในไตรมาส 4
บริษัทฯ ได้เปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 4 โครงการ มูลค่ากว่า 13,000
ล้านบาท ได้แก่ โครงการไอดีโอ จุฬาฯ-สามย่าน มูลค่าโครงการกว่า
4,900 ล้านบาท ใกล้รถไฟฟ้าสถานี MRT สามย่าน
โครงการไอดีโอ สุขุมวิท-พระราม 4 มูลค่าโครงการกว่า
4,000 ล้านบาท ใกล้รถไฟฟ้าสถานี BTS พระโขนง
โครงการไอดีโอ จรัญฯ 70-ริเวอร์วิว มูลค่าโครงการกว่า 3,500
ล้านบาท ใกล้รถไฟฟ้าสถานี MRT บางพลัด
และโครงการคิว ประสานมิตร มูลค่าโครงการกว่า 700 ล้านบาท
ใกล้รถไฟฟ้าสถานี BTS พร้อมพงษ์
ในปี 2562 บริษัทฯ
ได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม 4 โครงการ และโครงการแนวราบ 2

โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 16,000 ล้านบาท โดยมีการเลือกเปิดโครงการซึ่งเน้นตลาดระดับ

Mid-End
บริษัทฯ
มียอดโอนจากต่างประเทศในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ระดับ 19% เป็น
22% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ปี 2557 ที่เริ่มการขายไปยังลูกค้าต่างประเทศ
ในปี 2563 บริษัทฯ มีแผนการเปิดตัวโครงการ
ไอดีโอ พหล-สะพานควาย อยู่ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสะพานควาย เพียง

0 เมตรบนที่ดินกว่า 5 ไร่   มีจำนวนห้องพักอาศัยทั้งหมด 1,356 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 8,500 ล้านบาท ซึ่งมีการปรับรูปแบบโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและสภาวะตลาด

พร้อมตั้งเป้ายอดโอน   22,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน และคาดว่าปีนี้จะมีคอนโดมิเนียมที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเริ่มโอนอีก

7 โครงการ เพิ่มเติมจากในปี 2562 ซึ่งมีคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างแล้วเสร็จ
และพร้อมเริ่มโอนกว่า 8 โครงการ

บริษัทฯ ยังคงได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างบริษัท มิตซุย ฟูโดซัง   จำกัด เป็นอย่างดีตั้งแต่เริ่มร่วมทุนในปี 2013– จนถึงปัจจุบัน   นอกจากนี้ โครงการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ที่จับมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่างดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจเซอร์วิสเรสซิเด้นซ์ระดับลักชัวรี่ชั้นนำของโลกกำลังจะแล้วเสร็จและพร้อมดำเนินการ 2 โครงการในปีนี้ คือ SOMERSET

RAMA9 และ LYF SUKHUMVIT 8 ซึ่งจะมาช่วยเสริมให้มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ
(Recurring Income) อีกด้วย
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ เตรียมขออนุมัตินำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น

เพื่อพิจารณาเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น เป็น 11.75 สตางค์ คิดเป็นอัตราเงินปันผลจ่าย

56% ซึ่งเป็นอัตราเงินปันผลจ่ายที่สูงสุดตั้งแต่มีการเสนอขายหุ้น
IPO ของบริษัทฯ

Latest Press Release

กลุ่ม ปตท. กับภารกิจสู้โควิด -19 เพื่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง และยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และทั่วโลกกำลังเผชิญร่วมกันในขณะนี้ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)...

"ไฮ-เจ็ท" ยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19 ต่อสวัสดิภาพความปลอดภัยของลูกค้า บริษัทคู่ค้า และพนักงาน

รายงานข่าวจาก บริษัท ปภาวิน จำกัด ผู้จัดจำหน่ายกระดาษและหมึกพิมพ์ ภายใต้แบรนด์ Hi-jet (ไฮ-เจ็ท) "ที่ 1 เรื่องงานพิมพ์" เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (COVID-19)ในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและประชาชนเป็นอย่างมาก...

ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ เปลี่ยนเวลาเปิดให้บริการใหม่ตั้งแต่ 3 เมษายน 2563

ห้ามประชาชนทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ระหว่างเวลา 22.00 – 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) บริษัทฯ มีความห่วงใย และตระหนักถึงความปลอดภัยของลูกค้า คู่ค้า...

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป พร้อมด้วยประธานคณะกรรมการดับบลิวเอชเอ และมูลนิธินายแพทย์สมยศ อนันตประยูร บริจาคเงินรวม 10 ล้านบาท ช่วยโรงพยาบาลต้านภัยโควิด-19

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ร่วมสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ มอบเงินช่วยเหลือให้แก่โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 10 ล้านบาท พร้อมส่งกำลังใจให้แพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลผู้ทำหน้าที่ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบ...

ซีคอนสแควร์ และ ซีคอน บางแค เปลี่ยนแปลงเวลาการ เปิด – ปิด การให้บริการชั่วคราว

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 2 เมษายน 2563 เรื่องการยกระดับมาตรการในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติม กำหนดเคอร์ฟิวทั่วประเทศระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป...

Related Topics