บลจ.กสิกรไทย คว้าไลเซนส์ผู้ให้บริการออกแบบการลงทุน จาก ก.ล.ต. เป็นรายแรกของไทย โชว์ศักยภาพผู้นำด้าน Digital Wealth Advisor ผ่านแอปฯ K-My Funds

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Thursday August 30, 2018 10:57
กรุงเทพฯ--30 ส.ค.--บลจ.กสิกรไทย

บลจ.กสิกรไทย ประเดิมคว้าไลเซนส์ผู้ให้บริการออกแบบการลงทุน จาก ก.ล.ต. เป็นรายแรกของไทย โชว์ศักยภาพผู้นำด้าน Digital Wealth Advisor ที่มุ่งให้คำแนะนำการลงทุนสู่ลูกค้าทุกระดับ ผ่านแอปฯ K-My Funds ที่เสมือนเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวด้านการลงทุน เพื่อให้ผู้ลงทุนไปถึงเป้าหมายง่ายขึ้นด้วยตัวเอง

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำการเป็นผู้ให้คำแนะนำการลงทุนผ่านระบบดิจิตอล (Digital Wealth Advisor) อีกครั้ง ด้วยการได้รับใบอนุญาตผู้ให้บริการออกแบบการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นรายแรกของประเทศไทย โดยใบอนุญาตดังกล่าวจะสามารถให้คำแนะนำผู้ลงทุนในลักษณะของการจัดพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการของ ก.ล.ต. ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนมุ่งเน้นการนำเสนอบริการให้คำแนะนำและวางแผนทางการเงินแก่ประชาชนในวงกว้างโดยสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยต้นทุนที่ต่ำ

การได้รับใบอนุญาตผู้ให้บริการออกแบบการลงทุนจากก.ล.ต.ในครั้งนี้เป็นไปตามเป้าหมายและกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ ที่มุ่งเน้นต่อยอดความเป็นผู้นำในธุรกิจกองทุนด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุน รวมถึงช่องทางการให้บริการและเครื่องมือช่วยการลงทุนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาบลจ.กสิกรไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนาดิจิตอลแพลตฟอร์ม และครองการเป็นผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจกองทุนรวม ด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชั่น K-My Funds ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแง่ของการได้รับคำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมแบบเฉพาะเจาะจงกับรายบุคคล (Personalize) มากขึ้น และยังสามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วไปได้ทุกระดับ

ความพิเศษของ K-My Funds ที่แตกต่างจากแอปพลิเคชั่นการซื้อขายกองทุนรวมทั่วไป คือ การเชื่อมโยงผู้ลงทุนให้สามารถเข้าถึงคำแนะนำด้านการลงทุนจากผู้เชี่ยญชาญโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีฟังก์ชั่นการแนะนำพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสม โดยเปรียบเทียบกับพอร์ตการลงทุนในปัจจุบันของผู้ลงทุน และแสดงผลการวิเคราะห์ออกมาในรูปแบบของกราฟและเส้น Fit Line ที่จะเป็นเส้นชี้วัดถึงผลตอบแทนของพอร์ตลงทุนที่แนะนำ โดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์มาแล้วว่าพอดีและเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุน เปรียบเสมือนโค้ชที่คอยสร้างแนวทางการลงทุน ให้ผู้ลงทุนสามารถติดตามและปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมได้ด้วยตนเอง ซึ่งนับว่าสอดคล้องกับใบอนุญาตที่บริษัทได้รับในครั้งนี้

"K-My Funds ของบลจ.กสิกรไทย ได้รับใบอนุญาตผู้ให้บริการออกแบบการลงทุนเป็นรายแรกของประเทศไทยได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เป็นความสำเร็จจากความพยายามคิดภายใต้ข้อจำกัดมากมายในการดำเนินธุรกิจแนวเดิม ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างน้อย 2 มิติ ทั้ง K-FIT Model ที่เป็นโซลูชั่นที่เปรียบเสมือน เป็น Private Fund ให้กับลูกค้า โดยที่ลูกค้าไม่ต้องพะวงว่าจะลงทุนหรือติดตามการลงทุนอย่างไร ในขณะที่แอปพลิเคชั่น ก็เปรียบเสมือน "กระจก" สะท้อนผลการลงทุนและเปรียบเทียบให้รู้ข้อแตกต่างระหว่างทางที่ "ลูกค้าเลือก" และ "KAsset แนะนำ" ซึ่งจะเป็นเสมือนประตูของ KAsset เพื่อออกไปหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้" นายวศินกล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจแอปพลิเคชั่น K-My Funds ต้องมีการลงทุนในกองทุนของ บลจ.กสิกรไทย โดย K-My Funds จะแสดง "พอร์ตการลงทุนปัจจุบันของลูกค้า" เปรียบเทียบกับ "พอร์ตที่แนะนำ" และจะมีพระเอกอย่างเส้น Fit Line ช่วยไกด์ให้ลงทุนตามพอร์ตที่ตอบโจทย์ ทั้งระดับความเสี่ยงและกระจายสัดส่วนในสินทรัพย์ต่างๆอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย หรือถ้าหากอยากจะปรับพอร์ตการลงทุนด้วยตัวเอง ก็มีโปรแกรมทดลองจัดพอร์ตก่อนลงทุนจริงพร้อมตัวเลขผลตอบแทนย้อนหลังรายปี สำหรับใช้ตัดสินใจก่อนจะลงทุนจริง หรือถ้านักลงทุนคนไหนอยากลงทุนแบบสำเร็จรูปทีเดียวจบให้เป็นไปตามระดับความเสี่ยงและเป้าหมายทางการลงทุน ก็สามารถลงทุนผ่านกองทุนในกลุ่ม K-FIT ที่มีให้เลือกตั้งแต่ K-FITS, K-FITM. K-FITL และ K-FITXL ได้เช่นเดียวกัน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะของกองทุนแต่ละกองทุน เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Fit Line และพอร์ตลงทุนแนะนำที่นำเสนอ เป็นเพียงรูปแบบการลงทุนเพื่อให้ท่านพิจารณาเท่านั้น ในการเลือกลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเทียบเคียงกับผลตอบแทนที่แสดงตาม Fit Line ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต


Latest Press Release

บล.เอเซีย พลัส l บทวิเคราะห์ Investment Gallery 25 ก.พ. - 1 มี.ค. 62

ผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนสัปดาห์ที่ผ่านมา ติดลบ 0.36% ซึ่งถือว่าต่ำกว่า Benchmark โดยสินทรัพย์ที่สร้างแรงกดดันหลักคือการลงทุนในหุ้นทั้ง หุ้นไทยและต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนติดลบ 0.86% และ 0.73% ตามลำดับ สัปดาห์นี้ฝ่ายวิจัยได้พิจารณาปรับพอร์ตการลงทุน...

WP สุดแซ่บ! โชว์งบปี61 กำไรผงาด 143.63% อานิสงส์บริหารต้นทุนได้ดีเยี่ยม-ฐานลูกค้าแข็งแกร่งเดินหน้าปั๊มรายได้ติดปีกไม่ยั้ง

บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) โชว์ผลประกอบการงวดปี'61 สุดประทับใจ กำไรพุ่งแตะ 321.48 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 143.63 % จากงวดเดียวกันของปีก่อนเท่ากับ 131.96 ล้านบาท เนื่องจากบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง...

PTG กางแผนธุรกิจปีหมูทอง วางเป้าปี 62 ปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน-รายได้พุ่ง 20% พร้อมเดินหน้าขยายสถานีบริการแตะ 2,000 สาขา รุกจับมือพันธมิตร สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า

"พีทีจี เอ็นเนอยี" ตั้งเป้าปี 2562 ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันและรายได้เติบโต 20% เล็ง EBITDA เติบโต 40-50% ลุยขยายสถานีบริการเพิ่มเป็น 2,000 สาขา พร้อมวางงบลงทุนรวม 3,500 ล้านบาท เดินหน้ารักษาอันดับ 2 ของส่วนแบ่งทางการตลาดค้าปลีกน้ำมัน นายพิทักษ์...

รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือนมกราคม 2562

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า มีจำนวนผู้สนใจยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เพิ่มขึ้น และคาดว่ายังคงมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง...

อมรินทร์เผยผลประกอบการปี 2561 กำไรเพิ่มขึ้นกว่า 200% เนื่องจากธุรกิจทีวีดิจิทัลที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการภาพรวมของบริษัทและในเครือของปี 2561 มีกำไรเพิ่มขึ้น 206.08% จากปีก่อนขาดทุน 163.84 ล้านบาท มาเป็นมีกำไร 173.91 ล้านบาท ในปี 2561 และมีรายได้รวมทั้งสิ้น 3,526.39...

Related Topics