EXIM BANK แก้กฎหมายขยายขอบเขตธุรกิจรับประกันความเสี่ยงการค้าการลงทุนของไทย พร้อมเริ่มสนับสนุนผู้ประกอบการไทยบุกตลาดแอฟริกา

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Tuesday September 4, 2018 11:44
กรุงเทพฯ--4 ก.ย.--EXIM BANK

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 EXIM BANK ได้ขยายขอบเขตการให้บริการในด้านการรับประกันความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการไทย ดังนี้ 1. ให้บริการประกันความเสี่ยงการลงทุนได้โดยไม่จำกัดแต่เพียงนักลงทุนที่ได้รับวงเงินสินเชื่อกับ EXIM BANK เท่านั้น หากแต่นักลงทุนที่ใช้บริการสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์อื่นก็สามารถใช้บริการได้ รวมถึงธนาคารพาณิชย์สามารถเป็นผู้ถือกรมธรรม์ได้ในกรณีที่กังวลกับความเสี่ยงในการให้วงเงินสินเชื่อเพื่อการลงทุนในต่างประเทศ 2. ให้บริการประกันความเสี่ยงจากการที่ผู้จำหน่ายสินค้าหรือบริการ (Supplier) ไม่ได้รับชำระค่าสินค้าหรือบริการจากผู้ส่งออก 3. ให้บริการประกันความเสี่ยง กรณีสถาบันการเงินถูกเรียกให้ชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันที่ออกให้กับผู้ประกอบการไทยที่ไปดำเนินกิจการในต่างประเทศอย่างไม่เป็นธรรม การขยายขอบเขตการให้บริการประกันความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุนของ EXIM BANK ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพสามารถเข้าไปรับงานหรือขยายฐานการค้าการลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น โดยการขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง EXIM BANK กับสถาบันการเงินและองค์กรรับประกันทั้งในและต่างประเทศในรูปแบบที่เกื้อกูลกันเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคและของโลกโดยรวม

นอกจากการขยายขอบเขตและเครือข่ายการให้บริการ EXIM BANK ยังจะร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรให้ข้อมูลการค้าการลงทุนที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อส่งเสริมการบุกตลาดใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศจากสถาบันการเงินอย่าง EXIM BANK โดยครั้งนี้ EXIM BANK ร่วมกับเอออน (ประเทศไทย) บริษัทนายหน้าประกันภัยข้ามชาติและที่ปรึกษาด้านการจัดการความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุนชั้นนำระดับโลก จัดสัมมนา "แอฟริกา : จุดหมายใหม่ โอกาสใหม่ในปี 2561 (Africa: New Destination, New Opportunities 2018)" เพื่อนำเสนอโอกาสการค้าและการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในตลาดแอฟริกาให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเริ่มต้นการค้าและการลงทุนในตลาดแอฟริกาจำนวน 150 คน ณ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561 ทั้งนี้ เนื่องจากทวีปแอฟริกาถือเป็นตลาดใหม่ (New Frontier) ที่มีขนาดพื้นที่และจำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากเอเชีย ประกอบด้วยประเทศมากถึง 54 ประเทศ มีความพร้อมด้านแรงงานและทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ สินแร่ น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีในการส่งออกไปตลาดหลัก ตั้งอยู่บนเส้นทางเดินเรือสำคัญระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแอตแลนติก และมีกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังในการใช้จ่ายคิดเป็น 40% ของประชากรทั้งหมด การค้าไทย-แอฟริกาในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2561 ขยายตัว 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปแอฟริกามีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาทิ ข้าว รถยนต์และส่วนประกอบ โดยคิดเป็นสัดส่วนการส่งออกที่ 35% และ 16% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสถาบันจัดลำดับความเสี่ยงประเทศหลายแห่งระบุว่า ประเทศในแอฟริกาหลายประเทศยังคงได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีความกังวลและไม่กล้าขยายการค้าการลงทุนเข้าไปในแอฟริกา ซึ่งมีศักยภาพและเป็นแหล่งลงทุนแห่งใหม่ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ EXIM BANK จึงต้องการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปค้าขายหรือลงทุนในแอฟริกาเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันที่การค้าไทย-แอฟริกามีสัดส่วนเพียง 3% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย ขณะที่เงินลงทุนโดยตรงของไทยในแอฟริกาก็ยังมีสัดส่วนไม่มาก โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอียิปต์และมอริเชียส ซึ่งมีสัดส่วนราว 4% ของเงินลงทุนโดยตรงในต่างประเทศทั้งหมดของไทย โดย EXIM BANK พร้อมให้คำปรึกษาด้านการป้องกันความเสี่ยงทางการค้า อาทิ การเลือกใช้เทอมการชำระเงินที่รัดกุม การวิเคราะห์ข้อมูลคู่ค้า และการให้บริการประกันการส่งออกและประกันความเสี่ยงการลงทุน โดยจัดให้มีสิทธิพิเศษลดค่าเบี้ยประกันการส่งออกให้แก่ผู้ส่งออกไปแอฟริกา พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลคู่ค้าฟรี 2 รายแรก และลด 50% สำหรับรายที่ 3-5

"EXIM BANK เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มุ่งเน้นการให้บริการเพิ่มเติมในส่วนที่ธนาคารพาณิชย์ยังให้บริการไม่เพียงพอ หรือที่ผู้ประกอบการไทยต้องการการสนับสนุนมากกว่าที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการค้าการลงทุนให้กับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพและพร้อมจะบุกตลาดใหม่หรือขยายการลงทุน นอกเหนือจากการให้บริการทางการเงินในรูปแบบต่างๆ EXIM BANK ยังทำหน้าที่เป็นองค์กรรับประกันวิเคราะห์ข้อมูลและคุ้มครองความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจอย่างประสบความสำเร็จในทุกตลาดที่มีศักยภาพและเต็มไปด้วยโอกาส โดยไม่ต้องกังวลกับความเสี่ยงของคู่ค้าหรือประเทศคู่ค้า" นายพิศิษฐ์กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ส่วนสื่อสารองค์กร ฝ่ายเลขานุการและสื่อสารองค์กร

โทร. 0 2271 3700, 0 2278 0047, 0 2617 2111 ต่อ 1141, 1144

Latest Press Release

การปรับปรุงการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้รับจากการลงทุนตามโครงการจัดการลงทุนกลุ่มอาเซียน (ASEAN Collective Investment Scheme: ASEAN CIS)

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. .......

สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561

สภาวะตลาดวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,220.90-1,225.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,100 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,050 บาทต่อบาททองคำ...

โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง)

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง)...

ครม.เห็นชอบหลักการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับเงิน ช.ค.บ. และบำเหน็จดำรงชีพ

ครม. เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยปรับเพิ่ม ช.ค.บ. รวมกับเบี้ยหวัดบำนาญเป็นเดือนละ 10,000 บาท...

มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า "คณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561 มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 4 มาตรการ ได้แก่...

Related Topics