ฟิทช์จัดอันดับเครดิตภายในประเทศหุ้นกู้ บมจ. อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป ที่ #A-(tha)

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Monday January 20, 2020 14:52
กรุงเทพฯ--20 ม.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศจัดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) หุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิของบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG (อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ 'A-(tha)' แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) จำนวนไม่เกิน 800 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2566 ที่ระดับ 'A-(tha)' เงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้จะนำไปใช้สำหรับชำระคืนเงินกู้บางส่วนและใช้เพื่อการลงทุน

หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ EPG เนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวมีสถานะเท่าเทียมกับหนี้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิของ EPG นอกจากนี้ ฟิทช์เชื่อว่าสิทธิของหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของบริษัทฯ ด้อยกว่าหนี้ที่มีหลักประกันและหนี้ที่มีลำดับสิทธิสูงไม่มากนัก เนื่องจากฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้ที่มีหลักประกันและหนี้ที่มีลำดับสิทธิสูงกว่าต่อกำไรจากการดำเนินงาน ก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัทฯ จะคงอยู่ในระดับที่น้อยกว่า 2 เท่า โดย ณ สิ้นเดือนกันยายน ปี 2562 EPG มีอัตราส่วนหนี้ที่มีหลักประกันต่อกำไรจากการดำเนินงาน ก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ 1.0 เท่า

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต

ผู้นำในธุรกิจเฉพาะกลุ่ม (Niche Market): อันดับเครดิตของบริษัทฯ สะท้อนถึงความเป็นผู้นำในฐานะเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับรถกระบะและรถเอนกประสงค์ที่ทำจากโพลีเมอร์และพลาสติก และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับใช้เพียงครั้งเดียวสำหรับอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย EPG เป็นผู้ริเริ่มในการผลิตพื้นปูกระบะ (Bed Liner) ที่ใช้ระบบตัวยึดโดยไม่ต้องเจาะรูบนตัวถังรถ (No-drilling Technology) เป็นรายแรกของโลก ซึ่งทำให้บริษัทฯ เป็นผู้นำในการผลิตพื้นปูกระบะในประเทศไทย นอกจากนี้ EPG ยังเป็นผู้ผลิตหลังคารถกระบะ (Canopy) ที่ผลิตจาก Acrylonitrile Butadiene Styrene (ABS) Alloy แบบ 2 ชั้น ขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวไร้รอยต่อ เนื่องจากพลาสติกประเภท ABS เป็นพลาสติกที่บริษัทผลิตรถยนตร์นิยมใช้ EPG จึงมีความได้เปรียบจากการเป็นผู้นำในผลิตภัณฑ์นี้

EPG ยังเป็นผู้ผลิตฉนวนยางกันความร้อน/เย็นที่ผลิตจากยางสังเคราะห์ประเภท Ethylene Propylene Diene Monomer (EPDM) รายใหญ่ของโลก ซึ่งใช้ในระบบทำความร้อน ระบบหมุนเวียนอากาศ ระบบปรับอากาศ ระบบท่อและระบบทำความเย็น ฉนวนยางประเภท EPDM เป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะ (Niche product) ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียงประมาณร้อยละ 8-10 ของตลาดฉนวนยางกันความร้อน/เย็นที่ผลิตจากยางสังเคราะห์

สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง: ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO-adjusted net leverage) ของ EPG จะยังคงอยู่ต่ำกว่า 1.0 เท่า ในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นอัตราส่วนทางการเงินที่แข็งแกร่งสำหรับอันดับเครดิตของบริษัทฯ อัตราส่วนหนี้สินที่ต่ำของบริษัทฯ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนที่สามารถปรับตามความต้องการผลิตภัณฑ์ได้ นอกจากนี้ฟิทช์คาดว่าบริษัทฯ จะมีกระแสเงินสดสุทธิเป็นบวกในช่วงห้าปีงบการเงินข้างหน้า

การกระจายความเสี่ยงในธุรกิจที่หลากหลาย: EPG มีการกระจายแหล่งรายได้ที่ดีจากผลิตภัณฑ์ในสามธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับรถยนต์ (มีสัดส่วนรายได้คิดเป็นร้อยละ 50 ของรายได้ทั้งหมดในปีงบการเงิน 2562 สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2562) ธุรกิจผลิตฉนวนยางกันความร้อน/เย็น (ร้อยละ 27 ของรายได้ทั้งหมด) และธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม (ร้อยละ 23 ของรายได้ทั้งหมด) ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเฉพาะที่อาจเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งได้ เนื่องจากบริษัทฯ ต้องเผชิญกับความผันผวนของธุรกิจผลิตรถยนต์และธุรกิจก่อสร้าง รวมถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีการแข่งขันสูงและจำนวนคู่แข่งที่มาก นอกจากนี้ EPG ได้รับประโยชน์ร่วมกันจากการที่มีการผลิตในธุรกิจเหล่านี้ในด้าน การจัดหาวัตถุดิบ และการวิจัยและพัฒนา เนื่องจากวัตถุดิบสำหรับการผลิตในธุรกิจเหล่านี้เป็น สารประกอบโพลีเมอร์และพลาสติก

ฐานลูกค้าที่กระจายตัวดี: EPG ขายชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับรถกระบะและรถเอนกประสงค์ ประมาณร้อยละ 50-60 ให้กับ ผู้รับจ้างที่ออกแบบและผลิตสินค้า (Original Design Manufacturer) และ ผู้รับจ้างผลิตสินค้า (Original Equipment Manufacturer) ให้กับบริษัทผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก ในส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 40-50 ขายให้กับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และร้านจำหน่ายสินค้าตกแต่งรถในประเทศและต่างประเทศกว่า 100 ประเทศทั่วโลกภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ เอง สำหรับธุรกิจฉนวนยางกันความร้อน/เย็น รายได้ประมาณร้อยละ 30 มาจากยอดขายในประเทศไทย ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นการขายให้กับโครงการก่อสร้างโดยตรง และเพื่อช่วยสนับสนุนการขายในต่างประเทศ EPG มีโรงงานผลิตฉนวนยางกันความร้อน/เย็น อีกสองแห่งในประเทศสหรัฐฯ และจีน และให้ใบอนุญาตในการผลิตผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ แก่โรงงานสองแห่งในประเทศรัสเซียและอินเดีย สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม รายได้ประมาณร้อยละ 90 มาจากยอดขายในประเทศไทย ซึ่งประมาณร้อยละ 40 ของยอดขายในประเทศเป็นการขายให้กับบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำ

ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน: EPG มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบ โดยวัตถุดิบหลักได้แก่ สารประกอบโพลีเมอร์และพลาสติก อาทิ High Density Polyethylene, ABS, Polypropylene, Polystyrene และ Polyethylene Terephthalate (PET) ซึ่งราคาสารประกอบโพลีเมอร์และพลาสติกเหล่านี้ ก็จะผันผวนตามราคาปิโตรเคมีที่เป็นวัตถุดิบ โดยราคาปิโตรเคมีดังกล่าวมักจะขึ้นลงตามราคาน้ำมันเป็นหลัก ฟิทช์คาดว่าราคาน้ำมันจะค่อยๆปรับตัวลดลงในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งน่าจะช่วยลดความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม EPG สามารถจะปรับราคาขายขึ้นตามราคาวัตถุดิบได้บ้าง ในช่วงที่ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้น เนื่องจากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับรถยนต์ที่ทำจากโพลีเมอร์และพลาสติก และธุรกิจผลิตฉนวนยางกันความร้อน/เย็น มีคู่แข่งอยู่ไม่มากนัก

รายได้เติบโตในระดับปานกลาง: ฟิทช์คาดว่ารายได้ของ EPG จะยังคงเติบโตในระดับปานกลาง (ร้อยละ 4-5 ต่อปี) ในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า เนื่องจากการเติบโตต่อเนื่องในธุรกิจผลิตรถยนต์ ธุรกิจก่อสร้าง และธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และ ค่าตัดจำหน่าย ต่อรายได้ (EBITDA margin) จะคงที่ในปีงบการเงิน 2563 ซึ่งต่ำกว่าในช่วงปีงบการเงิน 2559-2560 เนื่องจากอัตราส่วนกำไรที่ต่ำในธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม

การกำหนดอันดับเครดิตโดยสรุป

EPG มีสถานะทางธุรกิจอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับบริษัทในประเทศไทยอื่นๆ ที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิต แต่มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่า EPG ดำเนินธุรกิจแปรรูปโพลีเมอร์และพลาสติก คล้ายกับ บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL หนึ่งในสิบผู้ผลิตแผ่นฟิล์ม PET รายใหญ่ที่สุดในโลกในด้านการผลิต ซึ่งมีอันดับเครดิตที่ A-(tha) แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ แต่มีธุรกิจปลายทางที่แตกต่างกัน EPG มีการกระจายตัวของธุรกิจตามภูมิภาคที่น้อยกว่าแต่มีธุรกิจปลายทางที่กระจายตัวมากกว่า ทั้งสองบริษัทมี EBITDA margin ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัท ยังมีอัตราส่วนหนี้สินที่ต่ำ โดยมี FFO-adjusted net leverage ต่ำกว่า 1.0 เท่า อันดับเครดิตจึงเท่ากัน

สถานะทางธุรกิจและสถานะทางการเงินของ EPG มีความใกล้เคียงกันกับของ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ซึ่งมีอันดับเครดิตที่ A-(tha) แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ KCE เป็นหนึ่งในสิบผู้ผลิตแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลกวัดจากรายได้ KCE ดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ความเสี่ยงดังกล่าวถูกลดทอนลงด้วยการที่บริษัทฯเน้นผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งมีความยากลำบากสำหรับคู่แข่งรายใหม่ในการเข้าสู่อุตสาหกรรมดังกล่าว EPG มีการกระจายตัวของธุรกิจและลูกค้าที่มากกว่า แต่ KCE มี EBITDA และ EBITDA margin ที่สูงกว่า อย่างไรก็ตามบริษัททั้งสองมีอัตราส่วนหนี้สินอยู่ในระดับต่ำ โดยมีอัตราส่วน FFO-adjusted net leverage ต่ำกว่า 1.0 เท่า

EPG มีขนาดธุรกิจที่ใหญ่กว่า บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD (BBB(tha)/แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโลจิสติกส์ภาคพื้นดินแบบครบวงจรรายใหญ่ในประเทศไทย JWD มีส่วนของรายได้ที่สามารถคาดการณ์ได้มากกว่าจากสัญญาสัมปทานและสัญญระยะปานกลางถึงระยะยาว ในธุรกิจให้บริการดูแลรับฝากและขนย้ายสินค้า แต่ EPG มีการกระจายตัวของธุรกิจตามภูมิภาคที่มากกว่า ฐานลูกค้าของทั้งสองบริษัท มีการกระจายตัวของธุรกิจที่ดี อย่างไรก็ตาม EPG มีอัตราส่วนทางการเงินที่ใช้ในการพิจารณาอันดับเครดิตที่แข็งแกร่งกว่า เนื่องจาก JWD มีการลงทุนที่สูงในปี 2561-2562 ซึ่งทำให้อัตราส่วนหนี้สินสูงขึ้น ดังนั้นอันดับเครดิตของ EPG จึงสูงกว่า

สมมติฐานที่สำคัญของฟิทช์ที่ใช้ในการประมาณการ:
  • การเติบโตของรายได้ที่ประมาณร้อยละ 4-5 ต่อปี
  • EBITDA margin คงที่ในปีงบการเงิน 2563 (ปีงบการเงิน 2562 อยู่ที่ร้อยละ 14.3) และค่อยๆปรับตัวดีขึ้นในปีงบการเงิน 2564-2565
  • การลงทุนลดลงเหลือประมาณร้อยละ 5 ของรายได้โดยเฉลี่ย (ปีงบการเงิน 2562 อยู่ที่ร้อยละ 6.8)
  • จ่ายเงินปันผลร้อยละ 70-75 ของกำไรสุทธิ (ปีงบการเงิน 2562 อยู่ที่ร้อยละ 71)
ปัจจัยที่อาจมีผลกับอันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยบวก:
  • ขนาดของธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ตำแหน่งทางการตลาดและสถานะทางธุรกิจ (Business Profile) ดีขึ้น ในขณะที่ยังคงรักษาอัตราส่วน FFO-adjusted net leverage ต่ำกว่า 1.5 เท่า
ปัจจัยลบ:
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ลดลง หรือการลงทุนโดยใช้หนี้ที่เพิ่มขึ้น มากกว่าที่ฟิทช์คาดการไว้ ส่งผลให้ อัตราส่วน FFO-adjusted net leverage สูงกว่า 2.0 เท่าอย่างต่อเนื่อง
  • EBITDAR margin ลดลงต่ำกว่าร้อยละ 13 อย่างต่อเนื่อง
สภาพคล่อง

สภาพคล่องอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้: EPG มีการใช้เงินกู้ระยะสั้นในระดับที่สูงมาก แต่ฟิทช์ก็ยังคงมองว่าสภาพคล่องของ EPG อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยสภาพคล่องได้รับการสนับสนุนจากเงินสดจำนวน 773 ล้านบาท ณ สิ้นปีงบการเงิน 2562 โดยบริษัทฯ มีหนี้ที่ถึงกำหนดชำระภายใน 12 เดือนนับจากเดือนมีนาคม 2562 อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท โดยประมาณ ร้อยละ 83 เป็นหนี้ระยะสั้นที่ใช้หมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ มีวงเงินหมุนเวียนจากสถาบันการเงิน ถึงแม้ว่าจะเป็นวงเงินที่สามารถยกเลิกได้ จำนวน 4.5 พันล้านบาท ฟิทช์คาดว่าบริษัทฯ จะสามารถ roll over หนี้ระยะสั้นที่ใช้หมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจออกไปได้ เนื่องจากบริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่ต่ำและมีความเสี่ยงในด้านธุรกิจที่ไม่มาก ฟิทช์คาดว่า EPG จะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ไปชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นบางส่วน ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องของบริษัทฯ


Latest Press Release

กองทุนบัวหลวงขอขอบคุณผู้ลงทุนที่ไว้วางใจจองซื้อ 'BM70SSF’ เกินความคาดหมาย พร้อมแนะนำโอกาสดีๆ ให้จองซื้อ IPO ช่วง 2 วันสุดท้าย 1-2 มิ.ย. นี้

กองทุนบัวหลวงขอขอบคุณผู้ลงทุนที่มอบความไว้วางใจ ทั้งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากเครือข่ายธนาคารกรุงเทพ และผู้สนับสนุนด้านช่องทางจำหน่ายทุกแห่ง ส่งผลให้ยอดจองซื้อ IPO 'กองทุนผสมบัวหลวง 70/30 เพื่อการออม’ หรือ 'BM70SSF’ ช่วงครึ่งทางเกือบ 200...

SCGP ได้รับอนุมัติแบบคำขออนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ประเมินสถานการณ์ เตรียมพร้อมเสนอขายหุ้น IPO ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (“SCGP”) ได้รับอนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ จากสำนักงาน ก.ล.ต. ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 โดยคาดว่าภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้น...

K PLUS ออกฟีเจอร์บริหารจัดการสินเชื่อกสิกรไทยผ่าน K PLUS จบไว ไม่ต้องไปสาขา

ธนาคารกสิกรไทย เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าสินเชื่อกสิกรไทย สามารถบริหารจัดการและทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้านสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS ได้โดยไม่ต้องไปที่สาขา ให้บริการครอบคลุมทั้งสินเชื่อบุคคล เช่น สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash...

บัตรเครดิตทีเอ็มบี บัตรเครดิตธนชาต ให้สาวก UNIQLO ช้อปออน์ไลน์ได้แบบสุดคุ้ม รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,000 บาท

บัตรเครดิตทีเอ็มบี บัตรเครดิตธนชาต ให้สาวก UNIQLO ช้อปออน์ไลน์ได้แบบสุดคุ้ม รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,000 บาท บัตรเครดิตทีเอ็มบี บัตรเครดิตธนชาต ให้ลูกค้าได้ช้อปเสื้อผ้าสุดคุ้ม ที่ UNIQLO Online ผ่านทาง www.uniqlo.com/th/store รับเครดิตเงินคืนสูงสุด...

ก.ล.ต. เผยผลสำรวจหน่วยงานในกำกับดูแล พบมีระดับความพร้อมร้อยละ 70 ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ก.ล.ต. สำรวจความพร้อมเบื้องต้นของหน่วยงานในกำกับการดูแล พบบริษัทมีระดับความพร้อมร้อยละ 70 ในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเสนอแนะ 4...

Related Topics