ศัลยแพทย์ รพ.บางมด เผย เฟสออฟ เฟสล็อค เฟสลิฟท์ สิ่งที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจก่อนทำศัลยกรรม

ข่าวประชาสัมพันธ์สุขภาพ อาหาร Tuesday March 1, 2016 14:33
กรุงเทพฯ--1 มี.ค.--ทริปเปิล เจ คอมมิวนิเคชั่น

นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล. แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาลบางมด เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวที่สร้างความสับสนในวงการศัลยกรรมตกแต่งว่า การทำเฟสออฟ เฟสล็อค และเฟสลิฟท์ ต่างกันอย่างไร วันนี้คุณหมอมาให้ความกระจ่างกันครับ

"เฟสออฟ (Face off) และ เฟสล็อค (face lock) นั้น ไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ครับ ผมขอเรียกว่าเป็น "ศัพท์ทางการตลาด" ที่ตั้งขึ้น และใช้เพื่อดึงดูดให้ผู้คนสนใจมากขึ้น ดังนั้น คนเราจึงสามารถตีความหรือจินตนาการได้ต่างๆนานา ตามแต่ การนิยามของแต่ละคนครับ ส่วนคำว่า เฟสลิฟท์ (Facelift) นั้นเป็นศัทพ์ทางการแพทย์ หมายถึงการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งใบหน้าคนเราแบ่งได้เป็นหลายส่วนเช่น ใบหน้าส่วนบนคือบริเวณหน้าผาก (Forehead), ใบหน้าส่วนกลาง (midface) บริเวณหางตา โหนกแก้ม, ใบหน้าส่วนล่างและคอ (lower face and neck) ซึ่งเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าก็มีหลายแบบมาก ดังนั้น คำว่า เฟสลิฟท์ จึงเป็นคำรวมๆ ซึ่งสามารถแบ่งย่อยได้อีก ตามเทคนิคการผ่าตัดและตามส่วนที่ผ่าตัด เช่น

Full-facelift คือการผ่าตัดดึงหน้าทุกส่วนทั้งส่วนบน กลาง ล่าง และลำคอ
Forehead lift คือการผ่าตัดดึงเฉพาะหน้าผาก
Neck lift คือการผ่าตัดดึงเฉพาะบริเวณลำคอ

นอกจากนั้น ยังมีศัพท์อื่นๆ อีก ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะทางการแพทย์ของการทำ facelift เช่น mini-facelift, SMASectomy, SMAS plication, MACS lift ศัพท์เหล่านี้มีความหมายชัดเจนทางการแพทย์ แต่อาจจะเข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป และไม่ใช่ศัพท์ที่ดึงดูดความสนใจแบบ "ศัพท์ทางการตลาด" อย่าง face off, facelock ครับ ดังนั้นหากต้องการทำศัลยกรรมดึงหน้า ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง และสอบถามให้เข้าใจชัดเจน ถึงวิธีการผ่าตัดที่แท้จริง เทคนิคที่แพทย์ใช้ แผลจะอยู่บริเวณไหน ต้องพักฟื้นนานเท่าไร ดูแลก่อน-หลังผ่าตัดอย่างไร เป็นต้นครับ"

"นอกจากนั้น ที่มีหลายคนสงสัยว่า การทำ Facelift จะทำให้หน้าเด็กลง 20 ปี จริงหรือไม่ ผมขอบอกว่า สามารถทำได้ครับ แล้วสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ สำหรับวงการแพทย์. เพราะจากผลการวิจัยโดยทั่วไปการดึงหน้าทุกส่วน (Full-facelift) จะสามารถทำให้หน้าดูเด็กลงโดยเฉลี่ย 10-20 ปีอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่น ลักษณะผิว ,ความเหี่ยวย่นบนใบหน้าก่อนผ่าตัด, เทคนิคที่ใช้ผ่าตัด เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันเทคนิคทางการแพทย์มีการพัฒนาไปมาก การทำ facelift จึงทำให้การดึงหน้าเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก เพราะเมื่อก่อนการดึงหน้าถือว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่ ต้องดมยาสลบ ผ่าตัดนานหลายชั่วโมง นอนรพ.หลายวัน หน้าบวมช้ำเป็นเวลานานมาก แต่ในปัจจุบัน เราสามารถทำ full-facelift โดยการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัดเพียง 2-3 ชั่วโมง และที่สำคัญรอยบวมช้ำก็น้อยลง หลังผ่าตัดเสร็จก็สามารถกลับบ้านได้ไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล ยิ่งเราทำให้การผ่าตัดเป็นเรื่องง่ายขึ้น เจ็บน้อย บวมน้อย หายเร็ว เป็นธรรมชาติ นี่แหละคือสิ่งที่พัฒนาขึ้นในการทำ facelift ในปัจจุบัน" นพ.ธนัญชัย กล่าวทิ้งท้าย


Latest Press Release

เผยผลสำรวจ ชี้คนไทยส่วนใหญ่ต้องการปรับโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พร้อมเปิดใจรับการเปลี่ยนสูตรผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

รายงานล่าสุด โดยองค์กรอุตสาหกรรมอาหารแห่งเอเชีย หรือ Food Industry Asia (FIA) และบริษัทวิจัยตลาด IGD ระบุว่า คนไทยเกือบทั้งประเทศ หรือราวร้อยละ 99 สนใจปรับมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่ (ร้อยละ 82) กล่าวว่า...

หัด ติดง่าย แต่ป้องกันได้

โรคหัด คือไข้ออกผื่นที่พบได้ในทุกวัย แต่พบบ่อยในเด็กเล็กอายุ 1 - 6 ปี สามารถติดต่อกันได้ง่ายโดยการไอ จาม หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด เชื้อไวรัสจะกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย และเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ บางครั้งเชื้ออยู่ในอากาศ...

เคล็ดไม่ลับ 3 ขั้นตอน รับมือความเครียดจากไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่

ไลฟ์สไตล์การทำงานของชาวออฟฟิศยุคใหม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนด้วยอิทธิพลของอินเตอร์เน็ต สังคมดิจิทัล และสื่อโซเชียลมีเดียที่แทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยในแต่ละวันนอกจากจะต้องใช้เวลานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานต่างๆแล้ว...

ไทยจับมือไต้หวันสานต่อความร่วมมือด้านนวัตกรรมดูแลสุขภาพอัจริยะ

เตรียมจัดประชุมวิชาการทางการแพทย์ประจำปี 62 Taiwan Thailand Innovative Medical Cooperation โรงพยาบาลชั้นนำไต้หวันนำทีมผู้ประกอบการด้านการดูแลสุขภาพอัจริยะกว่า 20 ราย เตรียมแสดงผลงานในงานประชุมวิชาการทางการแพทย์ประจำปี 2562 ที่ประเทศไทย...

จิตเวชโคราช ย้ำเตือนพ่อแม่!!หากพบลูกวัย 2 เดือน ไม่สบตา ไม่มองโมบาย ให้สงสัยอาจเป็นออทิสติก ! รีบพาไปรพ.ใกล้บ้าน

รพ.จิตเวชนครราชสีมาฯ เผยอัตราการเข้ารักษาฟื้นฟูของเด็กที่เป็นออทิสติกในเขตสุขภาพที่ 9 รอบ6 เดือนปีนี้ยังต่ำเพียงร้อยละ 25 จากจำนวนเด็กที่คาดว่าจะมีปัญหาประมาณ 1,900 คน ย้ำเตือนให้พ่อแม่สังเกตอาการผิดปกติให้เร็วที่สุด หากพบเด็กวัย 2 เดือนไม่สบตา...

Related Topics