WHO จัดไทยเป็นประเทศ 'วัณโรคสูง’ ครม. มีมติให้เป็นวาระชาติ สวรส. รับหนุนทุนวิจัย 'ลดตาย ลดโรค ลดล้มละลายทางการเงิน’

ศุกร์ ๐๑ ธันวาคม ๒๐๑๗ ๑๓:๓๗
ข้อมูลจากแผนยุทธศาสตร์วัณโรคระดับชาติ พ.ศ. 2560-2564 ระบุ วัณโรคเป็นโรคติดเชื้อที่เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของโลกในปี 2557 และในปี 2558 องค์การอนามัยโลกจัดให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 14 ประเทศที่มีปัญหาวัณโรครุนแรงระดับโลก โดยมีอัตราของวัณโรครายใหม่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 1.3 เท่า มีผู้เสียชีวิตถึง 12,000 ราย จากจำนวนผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ที่คาดประมาณราว 120,000 รายต่อปี ขณะที่มีผู้ป่วยวัณโรคขึ้นทะเบียนการรักษาเพียง 58,714 ราย หรือประมาณร้อยละ 50 คิดเป็นอัตราการรักษาสำเร็จร้อยละ 78 ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่นานาชาติกำหนด

นอกจากนี้ จากการสำรวจทำให้ทราบว่า ผู้ป่วยเกินกว่าครึ่งหนึ่งไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ซึ่งผู้ป่วยที่ตรวจพบและรายงานมีเพียงร้อยละ 59 ของที่คาดประมาณเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้ป่วยยังเข้าไม่ถึงหรือเข้าถึงการรักษาอย่างล่าช้า ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน ส่งผลให้อัตราป่วยลดลงได้เพียงช้าๆ เท่านั้น

ทั้งนี้ สหประชาชาติและองค์การอนามัยโลกโดยการรับรองวาระของประเทศสมาชิก ได้กำหนดให้การควบคุมและป้องกันวัณโรคเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในกรอบสหประชาชาติและยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค มีเป้าหมายลดอัตราวัณโรครายใหม่เหลือ 20 และ 10 ต่อประชากรแสนคนในปี 2573-2578 ลดการเสียชีวิตลงร้อยละ 95 และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจครัวเรือนหรือการล้มละลายทางการเงินให้เหลือ 0 ขณะที่ประเทศไทยจัดให้ปัญหาวัณโรคเป็นวาระสำคัญระดับชาติ โดยเมื่อ 12 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการแผนยุทธศาสตร์วัณโรคระดับชาติ พ.ศ. 2560-2564

นับเป็นความท้าทายของประเทศไทยอย่างมาก กับการแก้วิกฤตสถานการณ์ความรุนแรงของวัณโรคให้เดินไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งหากจะบรรลุเป้าหมายต่างๆ ดังกล่าวได้ ประเทศต้องลดอุบัติการณ์ของโรคลงเฉลี่ยร้อยละ 12 ต่อปี ขณะที่ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2546-2556) ประเทศไทยมีอัตราลดลงของอุบัติการณ์เพียงร้อยละ 2.7 ต่อปีเท่านั้น สิ่งที่ต้องหันกลับมาพิจารณาให้ความสำคัญคือการมุ่งทำงานไปข้างหน้า มากกว่าการตามแก้ไขที่ปลายเหตุปลายทางของโรค ซึ่งยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการป้องกัน ดูแล รักษาและควบคุมวัณโรคภายใต้แผนยุทธศาสตร์วัณโรคระดับชาติ (พ.ศ.2560-2564) จึงน่าจะเป็นหนทางหนึ่งสู่ทางรอดทางออกของเรื่องนี้

ที่ผ่านมา การดำเนินงานด้านการวิจัยภายใต้แผนยุทธศาสตร์วัณโรคระดับชาติดังกล่าว ได้มีการจัดตั้งเครือข่ายวิจัยวัณโรคในประเทศไทย (Thai Tuberculosis Research Network - ThaiTuRN) ซึ่งประกอบด้วย หน่วยงานต่างๆ ทั้งด้านสุขภาพและเครือข่ายองค์กรด้านวัณโรคในระดับประเทศร่วมกันดำเนินงาน โดยในช่วงต้นได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการในหลายครั้ง เพื่อจัดทำและลำดับความสำคัญของโจทย์วิจัยวัณโรค โดยมีสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เป็นหน่วยงานหลักทำหน้าที่ประสานการสนับสนุนงานวิจัย และจากการประชุมเมื่อวันที่ 23-25 สิงหาคม พ.ศ.2560 ที่มี ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้มีการกำหนดวัตถุประสงค์และสรุปโจทย์วิจัยวัณโรคที่สำคัญ 4 ด้าน รวม 33 หัวข้อวิจัย ได้แก่ 1.วิจัยและพัฒนาการบูรณาการระบบข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ 2.วิจัยและพัฒนาระบบการให้บริการ 3.ศึกษาเชื้อวัณโรคดื้อยาทั้งแบบ genotypic และ phenotypic และ 4.วิจัยและพัฒนาการตรวจวินิจฉัยวัณโรคแฝงและการวินิจฉัยวัณโรค ทั้งนี้ จากการประชุม สวรส. ได้พัฒนาข้อเสนอแผนกิจกรรมและการสนับสนุนการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาวัณโรคในประเทศไทย ในรูปแบบชุดโครงการวิจัยแบบบูรณาการสหสาขาวิชา และ สวรส. ได้นำเสนอต่อคณะกรรมการโครงการท้าทายไทย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งผ่านการพิจารณาอนุมัติการดำเนินงานและงบประมาณแล้ว

และในระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 ถึง 15 มกราคม พ.ศ.2561 นี้ สวรส. ได้เปิดรับข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อสนับสนุนทุนวิจัยด้านการแก้ไขปัญหาวัณโรคในประเทศไทย ภายใต้โจทย์วิจัย 4 ด้านดังกล่าว ทั้งนี้ นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวัณโรค ตลอดจนภาคประชาสังคม ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง www.hsri.or.th/callfortb เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างองค์ความรู้ "เพื่อยุติวัณโรค" สู่เป้าหมายลดตาย ลดโรค ลดล้มละลายทางการเงินของครอบครัวและประเทศไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๐๗ ไทยพีบีเอสผนึกกำลัง สสส. ผลิต และเผยแพร่เนื้อหาส่งเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว
๑๗:๕๓ NPS ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ประจำปี 2567
๑๗:๐๕ แพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี แนะฤดูร้อนควรทานพืชผักที่มีฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนในร่างกาย
๑๗:๓๒ แพรนด้า จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2566
๑๗:๒๕ RBRU Herb Shot ขยายศักยภาพทางธุรกิจ รุกตลาดอินเดีย
๑๗:๔๘ ไฮเออร์ ประเทศไทย เดินเกมรุกไตรมาส 2 เปิดตัวตู้เย็นรุ่นใหม่ Multi-door HRF-MD679 ตั้งเป้าปี 67 ดันยอดขายตู้เย็นโต
๑๗:๐๕ เอ็น.ซี.ซี.ฯ ประกาศจัดงาน PET EXPO THAILAND 2024 ระดมสินค้า บริการ ลดหนักจัดเต็ม รับกระแส Petsumer ดันตลาดสัตว์เลี้ยงโตแรง
๑๗:๐๖ ธอส. ขานรับนโยบายรัฐบาล ลดอัตราดอกเบี้ย MRR 0.25% ต่อปี พร้อมส่งเสริมวินัยการออม ด้วย เงินฝากออมทรัพย์เก็บออม ดอกเบี้ยสูงถึง 1.95%
๑๗:๔๙ ManageEngine ลดความซับซ้อน ช่วยองค์กรจัดการต้นทุนบนคลาวด์ทั่วมัลติคลาวด์ได้ง่ายขึ้น พร้อมรองรับแพลตฟอร์ม Google Cloud
๑๗:๐๐ เปิดรับสมัครแล้ว HaadThip Fan Run 2024 แฟนรัน ฟันแลนด์ ดินแดนมหัศจรรย์ หาดสมิหลา จ.สงขลา