เครื่องวิเคราะห์การทรงท่าของทารก ฝีมือนักวิจัย มจธ.รายแรกของไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Thursday December 17, 2015 15:18
กรุงเทพฯ--17 ธ.ค.--มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

การตรวจคัดกรองเด็กทารกที่มีพัฒนาการช้าเป็นสิ่งจำเป็น หากตรวจพบได้เร็วจะช่วยลดความพิการถาวรลงได้ แต่การคัดกรองที่แม่นยำยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในกรณีที่มีความผิดปกติไม่รุนแรงหรือมีการแสดงออกของอาการไม่ชัดเจน องค์การอนามัยโลกได้ประมาณการไว้ว่าปัญหาความพิการด้านใดด้านหนึ่งในระดับปานกลางจนถึงระดับรุนแรงจะเกิดขึ้นกับประชากรเด็กมากถึงร้อยละ 5 ซึ่งการประเมินพัฒนาการในด้านความสามารถในการทรงท่าและการเคลื่อนไหวร่างกายส่วนมากยังต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์จากการสังเกตการเคลื่อนไหวของทารกด้วยตาเปล่า จึงเป็นมาของการทำวิจัยและพัฒนา "เครื่องวิเคราะห์การทรงท่าของทารก" หรือเครื่องสแกนเด็กพิการทางสมอง โดยทีมนักวิจัยจากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโป้) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

ดร.ปราการเกียรติ ยังคง อาจารย์ประจำสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้) หัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่า การพัฒนาต้นแบบเครื่องวิเคราะห์การทรงท่าดังกล่าวตอบโจทย์ให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของเด็ก โดยเป็นเครื่องที่ใช้วัดความสมมาตรของการทรงท่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กควรต้องมีพัฒนาการที่สมวัย เช่น ทารกในวัยก่อนสามเดือนจะมีการทรงท่านอนหงายที่ไม่สมมาตร เอียงซ้ายขวาสลับไปมา แต่เมื่อหลังอายุสามเดือนเด็กปกติจะมีการทรงท่าที่มีการลงน้ำหนักตัวอย่างสมดุลอยู่ในแนวกลางตัวได้มากและนานขึ้น ดังนั้น ต้นแบบเครื่องวิเคราะห์การทรงท่าของทารกที่พัฒนาขึ้นนี้ จะถูกนำไปใช้สำหรับการตรวจคัดกรองเด็กทารกที่มีพัฒนาการช้าในด้านการทรงท่าและการเคลื่อนไหว ซึ่งเหมาะกับเด็กทารกในระหว่างอายุ 0-4 เดือน

เครื่องวิเคราะห์การทรงท่ามีลักษณะคล้ายเครื่องถ่ายเอกสาร มีการติดตั้งกล้องและระบบเซ็นเซอร์ไว้ภายใน โดยนำเด็กทารกวางลงบนกระจกใสที่อยู่ด้านบน เบื้องต้นพื้นที่สัมผัสระหว่างทารกกับเครื่องจะทำการวิเคราะห์ในท่านอนคว่ำและท่านอนหงาย การเอียงซ้าย เอียงขวา หรือ การทรงท่าของเด็กทารกจะถูกเก็บบันทึกด้วยเทคนิคการประมวลผลภาพดิจิตอลเพื่อใช้ในการคำนวณหาค่าดัชนีความสมมาตร และเครื่องจะทำการจัดเก็บข้อมูลและถ่ายภาพการเคลื่อนไหวของเด็กในท่าทางต่างๆ เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูเด็กนำไปใช้ประกอบในการวินิจฉัยต่อไป ว่าเด็กคนดังกล่าวมีพัฒนาการสมวัยหรือมีแนวโน้มความผิดปกติทางสมองหรือไม่ เป็นการช่วยคัดกรองในเบื้องต้น หากเราสามารถพบเด็กทารกที่มีพัฒนาการช้าได้เร็วเท่าไหร่ก็จะช่วยให้การรักษาได้เร็วและถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง หากพบปัญหาดังกล่าวเมื่อเด็กโตขึ้นแล้วจะสามารถทำได้เพียงรักษาตามอาการเท่านั้น ซึ่งเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ

ดร.ปราการเกียรติ กล่าวว่า เบื้องต้น เครื่องวิเคราะห์การทรงท่าถูกนำไปทดสอบเปรียบเทียบการทรงท่าของเด็กปกติที่มีอายุระหว่าง 2 เดือน กับ 4 เดือน พบว่า ค่าดัชนีความสมมาตรของร่างกายในกลุ่มเด็กแตกต่างกัน โดยกลุ่มเด็กสุขภาพดีจะมีค่าดัชนีความสมมาตรต่ำ ( ทรงท่าดี ) ทั้งท่านอนหงายและท่านอนคว่ำ นอกจากนี้ เครื่องวิเคราะห์การทรงท่ายังช่วยวิเคราะห์พื้นที่สัมผัสของเด็กที่กระทำกับพื้น โดยได้รับการออกแบบให้ใช้หลอดไฟ LED สี

เขียวติดตั้งเข้ากับด้านข้างของแผ่นอะครีลิคที่อยู่ด้านบนของเครื่อง ทำให้แสงสะท้อนกลับหมดไม่ส่องเข้าตาเด็กทารกและทำให้ได้ภาพพื้นที่สัมผัสที่แนบกับแผ่นอะครีลิคเกิดแสงสีเขียวสำหรับการคำนวณหาค่าดัชนีความสมมาตร การทดลองวัดพื้นที่สัมผัสเบื้องต้นเกิดขึ้น ณ โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ กับเด็กทารกที่มีอายุระหว่าง 0-8 เดือน จำนวน 20 คน พบว่า ในขณะที่ทารกทรงตัวในท่านอนหงายบริเวณส่วนหัวจะถ่ายแรงในทิศตรงข้ามเสมอ ทำให้การคำนวณดัชนีความไม่สมมาตรได้ค่าที่ไม่เหมาะสม จึงต้องตัดพื้นที่ส่วนนี้ออกไปและใช้เพียงพื้นที่สัมผัสส่วนลำตัวในการคำนวณ ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ภายหลังปรับปรุงแล้วพบว่า ทารกที่มีอายุมากกว่า 5 เดือน จะวัดการทรงท่าได้ยาก เนื่องจากทารกเริ่มพลิกตัวหรือคลานเองได้แล้ว ขณะที่ท่านอนคว่ำมีค่าความแปรปรวนของข้อมูลสูง จึงไม่เหมาะที่จะใช้ในการหาค่า และเมื่อเปรียบเทียบภาพของพื้นที่สัมผัสในท่านอนหงายของทารกอายุ 2 เดือน กับ 4เดือน พบว่า ทารกมีลักษณะการทรงท่าและการลงน้ำหนักตัวที่แตกต่างกัน คือ ดัชนีความสมมาตรของทารกอายุ 2เดือน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 13.601 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 6.926 ในขณะที่ทารกอายุ 4 เดือนมีค่าดัชนีความสมมาตรเฉลี่ยเท่ากับ 5.585 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.795 ทำให้สามารถสรุปได้ว่า ทารกอายุ 4 เดือนสามารถทรงท่าได้สมมาตรมากกว่า

ทั้งนี้ ต้นแบบเครื่องวิเคราะห์การทรงท่าของทารกนี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีมาตรฐานเครื่องมือแพทย์รองรับและอยู่ในระหว่างการจดสิทธิบัตร คาดว่าน่าจะสำเร็จลุล่วงในปี 2559 และเป็นครื่องวิเคราะห์การทรงท่าสำหรับทารกเครื่องแรกโดยฝีมือนักวิจัยไทย


Latest Press Release

โยม่าแบงก์ตั้งเป้าปฏิวัติภาคธนาคารในเมียนมาร์ พร้อมส่งเสริมการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างมีความรับผิดชอบผ่านโซลูชั่นการตัดสินใจของเอ็กซ์พีเรียน

- โยม่าแบงก์ตั้งเป้าเปลี่ยนแปลงการขอสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันในตลาดแมส ผ่านการนำเสนอโซลูชั่น Smart Credit ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมการตัดสินใจขอสินเชื่อได้ด้วยตนเอง - แอปพลิเคชันการกู้ยืมที่ถูกจัดการด้วยแพลตฟอร์ม Digital Onboarding ของเอ็กซ์พีเรียน...

ไต้หวัน-ไทย ผนึกกำลังพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

System Integration Promotion Alliance (SIPA) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสำนักงานการพัฒนาอุตสาหกรรม (IDB) สังกัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจไต้หวัน (MOEA) ได้นำคณะตัวแทนบริษัท IoT และเมืองอัจฉริยะจากไต้หวันมาเยือนกรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ...

24 สิงหาคมนี้ รฟม. และ BEM เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย เพิ่มอีก 2 สถานี (สถานีวัดมังกร สถานีบางหว้า)

ตามที่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง – บางแค จากสถานีวัดมังกร – สถานีท่าพระ โดยไม่คิดค่าโดยสาร...

ภาพข่าว: ซินเน็คฯ จับมือแพนทั่ม แบรนด์พริ้นเตอร์ชั้นนำ มุ่งเน้นบริการหลังการขายครบวงจร รองรับฐานลูกค้าทั่วประเทศ

บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกหลากหลายประเภท จับมือพันธมิตรทางธุรกิจ PANTUM (แพนทั่ม) แบรนด์ชั้นนำด้านพริ้นเตอร์และโซลูชั่นงานพิมพ์ แต่งตั้งซินเน็คฯ เป็น Authorized Service Center...

มกอช. ชูสหกรณ์โคนมแม่ออน จำกัด ต้นแบบผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานบังคับ

มกอช. ติวเข้มผู้ประกอบการ ใช้และแสดงเครื่องหมายบรองมาตรฐานบังคับได้อย่างถูกต้อง พร้อมชูศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ สหกรณ์โคนมแม่ออน จำกัด ต้นแบบผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานบังคับ นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์...

Related Topics