CMMU ชี้ทางออก 3 GEN ธุรกิจไทย ต้องพร้อมรับมือภาวการณ์โลกแห่งนวัตกรรมเทคโนโลยี

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Thursday August 4, 2016 13:40
กรุงเทพฯ--4 ส.ค.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เผยแนวทางการดำเนินธุรกิจของ 3ประเภทธุรกิจตามวิวัฒนาการของธุรกิจไทยเพื่อรับมือภาวการณ์โลกแห่งนวัตกรรมเทคโนโลยี ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นแรกในยุคแฟมิลี่บิสซิเนส (Family Business) กลุ่มผู้ประกอบการยุคเอสเอ็มอี (SMEs) จนมาถึงกลุ่มผู้ประกอบการล่าสุดในยุคสตาร์ทอัพ (StartUp) โดยทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจต้องปรับตัว อาทิ ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ ต้องคิดค้นสินค้าและบริการที่แปลกใหม่ ต้องพัฒนาแนวคิดให้เกิดขึ้นจริงได้ ฯลฯ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอนปริญญาโทและปริญญาเอกด้านการบริหารจัดการทั้งหมด 15 สาขา พร้อมมุ่งเน้นพัฒนาผู้ประกอบการทุกรูปแบบธุรกิจผ่านการกระจายความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจด้วยการเรียนการสอนที่เน้นภาคปฏิบัติและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) โทรศัพท์ 02-206-2000 หรือเข้าไปที่

ดร. ภูมิพร ธรรมสถิตย์เดช ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) และผู้อำนวยการศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า รูปแบบการทำธุรกิจถูกพัฒนาปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เช่น เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกการใช้ชีวิตประจำวัน โดยภายในช่วงเวลาประมาณ 100 ปี รูปแบบธุรกิจได้เปลี่ยนไปตลอดเวลา และอาจแบ่งเป็น 3 ยุคใหญ่ๆ คือ ยุคแฟมิลี่บิสซิเนส ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ ยุคเอสเอ็มอี ที่อุตสาหกรรมได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภาคการผลิตและบริการ และยุคสตาร์ทอัพ ที่เทคโนโลยีกลายเป็นตัววัดผลที่สำคัญที่สุดในการแข่งขันในตลาด โดยรูปแบบธุรกิจในแต่ละยุคมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • แฟมิลี่บิสซิเนส (Family Business) รูปแบบธุรกิจที่เก่าแก่ที่สุดและมีความซับซ้อนน้อยที่สุด มีทิศทางการดำเนินงานขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนในครอบครัว เป็นกิจการแบบส่งต่อรุ่นต่อรุ่น บริหารงานแบบเรียบง่ายไม่ได้มีระบบที่ซับซ้อน สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว โดยแฟมิลี่บิสซิเนสเริ่มต้นในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เปิดประเทศ และเกิดการค้าขายแบบ "ซื้อมา – ขายไป" การเป็นนายหน้าขายสินค้า และต่อมามีธุรกิจประเภทบริการเพิ่มเติมเข้ามาตามลำดับ
  • เอสเอ็มอี (SMEs) รูปแบบธุรกิจแบบ "ซื้อมาเพื่อทำการผลิต แล้วจึงจำหน่าย" โดยตัวแปรสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประเภทเอสเอ็มอีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นคือ การพัฒนาของอุตสาหกรรมและเครื่องจักรต่างๆ โดยในประเทศไทย เอสเอ็มอี ได้เริ่มมีบทบาทในภาคเศรษฐกิจมากขึ้นตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2530 ที่ต่างประเทศได้เข้ามาลงทุนกับภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตและบริการได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปัจจุบันที่มีธุรกิจเอสเอ็มอีกว่า 200,000 รายทั่วประเทศ
  • สตาร์ทอัพ (StartUp) รูปแบบธุรกิจเกิดใหม่ที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นส่วนประกอบหลักของสินค้าและบริการ เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นได้ง่ายเพราะใช้ต้นทุนต่ำ ใช้จุดเด่นในด้านความคิดสร้างสรรค์เป็นจุดขายเพื่อดึงดูดให้นักลงทุนมาร่วมลงทุนด้วย ธุรกิจสตาร์ทอัพจึงสามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดด และสร้างมูลค่าได้สูงด้วยการใช้ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ สตาร์ทอัพเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2555 และในปัจจุบันมีจำนวนธุรกิจสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จอยู่ประมาณ 500 – 1,000 ราย เนื่องจากโอกาสประสบความสำเร็จของสตาร์ทอัพที่จะได้รับการลงทุนมีเพียงไม่ถึง 10เปอร์เซ็นต์

ดร. ภูมิพร กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากรูปแบบธุรกิจในแต่ละยุคมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ทำให้ธุรกิจแต่ละรูปแบบเจอปัญหาและอุปสรรคที่แตกต่างกันออกไป โดยสำหรับแฟมิลี่บิสซิเนสนั้น อุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือ "ปัจจัยภายใน" ที่อาจทำให้แฟมิลี่บิสซิเนสไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในยุคปัจจุบัน เพราะตลาดในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง และสถานการณ์ของคู่แข่งที่รุนแรงและเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการพัฒนาธุรกิจในปัจจุบันมักมีเรื่องของนวัตกรรม และเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง อันอาจนำไปสู่ความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันระหว่างผู้ทำธุรกิจรุ่นก่อน และผู้สืบทอดธุรกิจ การบริหารจัดการความสำคัญภายใน จึงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจแฟมิลี่บิสซิเนสอย่างมั่นคง โดยทางฝั่งผู้ทำธุรกิจรุ่นก่อนที่เป็นผู้ใหญ่อาจต้องเปิดรับนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดของคนรุ่นใหม่เพื่อปรับเปลี่ยนตัวธุรกิจให้มีสีสัน เข้ากับยุคสมัย และทางด้านทายาทรุ่นใหม่ที่สืบทอดก็ต้องพยายามสร้างความเข้าใจ ในเรื่องแนวคิดต่างๆ และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด

ทางด้านเอสเอ็มอี ความชะล่าใจ คือ อุปสรรคที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกคนต้องพึงระวัง เพราะในภาวการณ์แข่งขันสูงของตลาดปัจจุบัน และการได้รับความนิยมของสตาร์ทอัพ ที่หมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ฉะนั้นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องหยุดชะล่าใจและหันมาคิดค้นสินค้าและบริการที่แปลกใหม่ พร้อมกับมองหานวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้กับธุรกิจให้มีสีสันอยู่ตลอด ในขณะเดียวกัน อุปสรรคที่สำคัญของเหล่าสตาร์ทอัพ คือ การพัฒนาแนวคิดให้เกิดขึ้น และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงความต้องการ พร้อมกับสามารถประยุกต์เข้าการทำธุรกิจ (Commercialization) ได้อย่างประสบความสำเร็จ โดยการมองหาความต้องการของตลาด (Pain Point) ที่ยังขาดการตอบสนองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องคิดค้นหาวิธีการทำซ้ำ (Repeat) และปรับเปลี่ยนขนาด (Scale) ที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมด้านการประกอบการด้วย ดร.ภูมิพร กล่าวต่อ

อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า ธุรกิจทั้ง 3 ประเภทต้องให้ความสำคัญกับภาวการณ์โลกแห่งนวัตกรรมเทคโนโลยี คือต้องพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยตลอด เปิดรับแนวคิดใหม่ๆ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งมากมายในตลาด เพราะด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้คนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างสะดวก เพียงวิเคราะห์หาแนวคิดสินค้าหรือบริการที่แปลกใหม่และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ จากนั้นคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ทที่กลายเป็นช่องทางในการกระจายแนวคิดดังกล่าวไปสู่ทั่วโลกได้แบบเรียลไทม์ (Real Time) ก็อาจทำให้เกิดความสำเร็จเพียงข้ามคืน ซึ่งแตกต่างกับการทำธุรกิจในอดีตโดยสิ้นเชิง ดร.ภูมิพร กล่าวทิ้งท้าย

รศ.ดร. อรรณพ ตันละมัย คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งมั่นในการพัฒนาผู้ประกอบการทุกรูปแบบธุรกิจผ่านการกระจายความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจด้วยการเรียนการสอนที่เน้นปฏิบัติ (Practical Learning) และเน้นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง (Problem Based Learning) เพื่อนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์และมุมมองใหม่ๆ อันเป็นบ่อเกิดของความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง ประกอบกับหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ประกอบการทุกประเภท กว่า 15 สาขา อาทิ สาขาผู้ประกอบการและนวัตกรรม สาขาการตลาด และสาขาการจัดการองค์กร ทั้งนี้ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังเป็นแหล่งรวมเครือข่ายทางธุรกิจ กลุ่มเจ้าของธุรกิจ ซึ่งจากสถิติจากจำนวนนักศึกษาที่จบจำนวนกว่า 4,000 ราย ส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ ทายาทธุรกิจ ซึ่งจะสามารถทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้แนวความคิดด้านธุรกิจและสามารถนำไปใช้ต่อยอดจริงในโลกธุรกิจ

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) โทรศัพท์ 02-206-2000 หรือเข้าไปที่www.cmmu.mahidol.ac.th


Latest Press Release

NYX Professional Makeup เตรียมต้อนรับเฟสทีฟซีซั่น จัดงานเปิดตัว Sugar Trip Limited Edition ถึง 7 คอลเลคชั่นสุดคิ้วเอาใจเมคอัพจังกี้

Festive holidays come early this year! ฮอลลิเดย์ปีนี้ หากใครกำลังมองหาของขวัญกันอยู่ ไม่ว่าจะให้ตัวเองหรือให้ซิสคู่ใจ เตรียมตำ new collection ที่คิ้วที่สุดแห่งปีได้เลย เพราะ NYX Professional Makeup (นิกซ์ โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพ) นำโดย วิลาสินี ภาณุรัตน์...

ไทยร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ IAEA สมัยที่ 62

ประเทศไทย สมาชิก IAEA ลำดับที่ 58 พร้อม 170 ประเทศสมาชิกทั่วโลก ร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ (General Conference, GC) ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ครั้งที่ 62 ณ สำนักงานใหญ่ IAEA กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ระหว่างวันที่ 17 - 21 กันยายน 2561...

กองกำลังตำรวจทหาร พร้อม หมอชยนันท์ กรมควบคุมโรค บุกลาดพร้าวยึดบารากู่ อันตรายต่อสุขภาพ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองไทยได้พยายามจัดการกับ "บารากู่" หรือ ที่เข้าใจกันว่า ยาสูบที่นำมาใช้กับอุปกรณ์เสพที่มีชื่อเรียกว่า ฮุคคา ( hookah ) ซึ่งเป็นคนละประเภทกับ บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีอุปกรณ์การสูบที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน แต่บารากู่ ไม่ใช่ "บุหรี่ไฟฟ้า"...

รพ.จิตเวช ยุค 4.0 มีทั้ง ศูนย์คาร์แคร์ ร้านกาแฟ ของที่ระลึก อุดหนุน แถมได้บุญ

หากพูดถึง รพ.จิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิต ที่มีบริการเปิดร้านกาแฟ หรือ บริการ ต่างๆ โดยให้คนไข้ได้ฝึกปฏิบัติงาน ซึ่งที่โดดเด่น เช่น รพ.จิตเวชนครพนมราชนครินทร์ เปิดศูนย์คาร์แคร์ บริการล้างอัดฉีดรถราคาถูก และ รพ.ศรีธัญญา ก็มีร้านเพื่อน บริการคาร์แคร์ กาแฟ...

บริษัทในกลุ่ม พาวเวอร์คอนเน็คชั่นดี ขยายธุรกิจสู่อาเซียน

ปัจจุบัน ประเทศลาวมีศักยภาพในการลงทุนในภาคเศรษฐกิจต่างๆ เพราะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การทำธุรกิจในประเทศลาวกำลังเปิดกว้างให้กับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะการขยายตัวทางธุรกิจโมเดิร์นเทรดของไทยที่กำลังก้าวไกลไปสู่อาเซียน ทั้งนี้...

Related Topics