ทีเส็บ ใช้กลไกไมซ์เป็นเวทีเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในพื้นที่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ดึงประเทศสมาชิกจับมือสร้างเครือข่ายบริหารจุดแข็ง เตรียมพร้อมขยายตลาดสู่ GMS

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday July 24, 2017 12:45
กรุงเทพฯ--24 ก.ค.--ทีเส็บ

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมกับจังหวัดเชียงราย จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ SEZ ( Thailand MICE Seminar on SEZ 2017 – TMSS) ขึ้น ณ จ. เชียงราย ดึงสปป.ลาว สหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาชนจีน (ตอนใต้) ร่วมใช้กลไกไมซ์เป็นเวทีในการเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายในการบริหารจุดแข็งร่วมกัน และเตรียมความพร้อมสู่การขยายความร่วมมือไปยังประเทศในกลุ่มอนุภาคลุ่มน้ำโขง หรือ Greater Mekong Subregion (GMS) ในอนาคต

นายภูริพันธ์ บุนนาค ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาดในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ SEZ ( Thailand MICE Seminar on SEZ 2017 -TMSS) ในครั้งนี้ว่า ทีเส็บในฐานะหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ให้การส่งเสริมการจัดประชุมสัมมนาและงานแสดงสินค้า เล็งเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีพรมแดนเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งยังเชื่อมต่อกับจังหวัดเขตเศรษฐกิจพิเศษจากประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย ดังนั้น ทีเส็บจึงเห็นว่า หากนำกลไกไมซ์ (การประชุม การประชุมทางวิชาชีพ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และงานแสดงสินค้า) เต็มรูปแบบ มาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงให้เกิดการพัฒนาและสร้างเครือข่ายความแข็งแกร่งในด้านต่างๆร่วมกัน จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเชียงราย ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากเป็นเมืองค้าชายแดนที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอยู่ในอันดับต้นๆ มีจุดผ่านแดนถาวร 6 จุด เชื่อมกับสหภาพเมียนมา 3 จุด และสปป.ลาว 3 จุด ด้วยภูมิประเทศที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เมียนมา สปป.ลาว และสามารถเชื่อมทะลุไปยังจีนตอนใต้ ดังนั้นเชียงรายจึงเป็นประตูการค้าชายแดนที่เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (เส้นทาง R3A และ R3B) รวมทั้งยังเป็นเมืองการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวที่เข้าร่วมในโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจที่เชื่อมโยง GMS อีกด้วย ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการปูพื้นฐานเกี่ยวกับความรู้ด้านไมซ์ เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ภาครัฐและเอกชนจากทั้งในไทย เมียนมา สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ให้เห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ และเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทางมาท่องเที่ยวในลักษณะการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และงานแสดงสินค้า ระหว่างประเทศกลุ่ม GMS ร่วมกันมากยิ่งขึ้น

โดยในงานดังกล่าวได้มีการเปิดเป็นเวทีนานาชาติ เพื่อระดมความคิดเห็นใน 3 หัวข้อด้วยกันคือ "สี่เหลี่ยมเขตเศรษฐกิจกับความร่วมมือในการบริหารจุดแข็งร่วมกัน" , "ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนเส้นทาง GMS / Lancang-Mekong Cooperation (LMC)" และ "ความร่วมมือด้านเส้นทางการท่องเที่ยวและไมซ์เส้นทาง GMS / LMC" เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนของทั้ง 4 ประเทศ ได้มีโอกาสร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในระดับนโยบาย รวมถึงปัญหาอุปสรรค สิทธิประโยชน์ของนักลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และแนวความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการของหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษและประเด็นอื่นๆร่วมกัน โดยในห้องประชุมดังกล่าว ประกอบไปด้วยผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนของจังหวัดเชียงราย, แพร่, น่าน, พะเยา / เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ (บ่อแก้ว) ,เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ของ สปป.ลาว / จ.ท่าขี้เหล็ก, จ.เชียงตุง ของสหภาพเมียนมา และ อ.ผู่เอ๋อร์ มณฑลหยุนหนาน ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการบริหารร่วมกัน

"พื้นที่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง TCEB ก็ได้เล็งเห็นว่าหากประเทศสมาชิกได้มีโอกาสการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ร่วมกัน ก็จะเป็นอีกส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่จะเข้าไปขับเคลื่อน และกระตุ้นเม็ดเงินในพื้นที่นี้ได้ เนื่องจากขณะนี้นักเดินทางไมซ์จากทั่วโลกเดินทางเข้ามาจัดการประชุม ศึกษาดูงาน รวมทั้งมาท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ในกลุ่มประเทศอาเซียนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งนักเดินทางไมซ์ถือว่ามีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นถึง 3.5 เท่า นอกจากนี้อุตสาหกรรมไมซ์ยังสามารถเป็นเวทีในการเจรจาแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างประเทศกลุ่มสมาชิก และจะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายโอกาสทางการค้าร่วมกันไปยังภูมิภาคอื่นอีกด้วย ซึ่งอยากจะยกตัวอย่างให้ทราบว่าการจัดงานครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านจากชุมชนบ้านห้วยไคร้ บ้านห้วยแก้วและบ้านปางขอน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาอัสสัมออร์แกนิคแท้ จากต้นชาที่มีอายุกว่า 100 ปี และอยู่ในป่าธรรมชาติ จะได้มีโอกาสพบปะเพื่อเจรจาเปิดตลาดชาอัสสัมกับผู้แทนจากผู่เอ๋อร์ ที่เป็นแหล่งผลิตชาระดับโลก ซึ่ง TCEB รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ทำให้เกิดเวทีการพบปะกันในครั้งนี้ นั่นหมายความว่าการจัดการประชุมของเราสามารถต่อยอดธุรกิจให้กับชุมชนได้อย่างเห็นเป็นรูปธรรม" นายภูริพันธ์ กล่าว

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงศักยภาพของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย ว่า ในปัจจุบันจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจำนวน 3 อำเภอด้วยกันประกอบด้วย อำเภอแม่สาย ซึ่งกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุน (Trading City) เนื่องจากมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจและการค้าที่เติบโตต่อเนื่อง, อำเภอเชียงแสน ซึ่งกำหนดให้เป็นศูนย์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และท่าเทียบเรือนานาชาติ (Port City) โดยมีความโดดเด่นในการเป็นพื้นที่ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ รวมทั้งยังมีท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ซึ่งเชื่อมโยงการค้ากับ สปป.ลาว เมียนมา และจีนตอนใต้ และ อำเภอเชียงของ ซึ่งกำหนดให้เป็นศูนย์โลจิสติกส์และอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ (Logistic City) เนื่องจากมีความพร้อมในด้านการขนส่ง โดยมีถนนเชื่อมโยงจากถนนสายอาเซียน R3B ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 ทำให้มีความพร้อมในการขนส่งสินค้าระหว่างไทยและจีน

โดยในปี 2559 มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเยือน จ.เชียงรายถึง 2.7 ล้านคน มีมูลค่าการค้าชายแดนรวม 4.04 หมื่น ล้านบาท จำแนกเป็นการค้ากับจีนตอนใต้ มูลค่าการค้ารวม 1.26 หมื่นล้านบาท การค้ากับ สปป.ลาว มูลค่าการค้ารวม 1.6733 หมื่นล้านบาท และการค้ากับเมียนมา มูลค่าการค้ารวม 1.1062 หมื่นล้านบาท ซึ่งจากการพัฒนาพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศของจีน เมียนมา และสปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการเปิดเสรีทางการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าในปี 2560 มูลค่าการค้าชายแดนจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 10

"จากศักยภาพของเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย หากนำอุตสาหกรรมไมซ์เข้ามาเป็นกลไกช่วยขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงไปยัง GMS เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน" นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว


Latest Press Release

สพร. 22 นครศรีธรรมราช Up Skills พนักงานสถานประกอบกิจการ

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 22 นครศรีธรรมราช กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ส่งเสริม ผู้ประกอบกิจการ Up Skills พนักงานของตนเอง โดยมีมาตรการจูงใจด้านภาษีอากร และการให้เงินอุดหนุนหรือเงินช่วยเหลือ นางธัญมน ชุตาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 22...

มูลนิธิต่อต้านการทุจริต จับมือเครือซีพี -ทรู มุ่งมั่นพัฒนาสังคมสู่ความยั่งยืนร่วมสร้างสรรค์ โครงการประกวด ค่ายเยาวชนช่อสะอาดต้านทุจริต

มูลนิธิต่อต้านการทุจริต" จับมือ"เครือซีพี -ทรู" มุ่งมั่นพัฒนาสังคมสู่ความยั่งยืนร่วมสร้างสรรค์ โครงการประกวด "ค่ายเยาวชนช่อสะอาดต้านทุจริต" ประจำปี 2562 ปลุกจิตสำนึกเด็กและชุมชน เสริมพลังขจัดคอร์รัปชั่นให้หมดจากประเทศไทย ชิงถ้วยเกียรติยศ...

ม.รามคำแหงคิกออฟ เปิด ลานกีฬาเพื่อสุขภาพ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธานเปิดงานโครงการ "ออกกำลังกาย สร้างเสริมสุขภาพชุมชน" และลานกีฬาเพื่อสุขภาพ จัดโดย คณะกรรมการดำเนินงานโครงการชี้นำ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาของสังคม มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมี...

OTOP Midyear 2019 คัดสุดยอด สำรับอาหารพื้นบ้านไทย 4 ภาค ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 50,000 บาท

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดประกวด "สำรับอาหารพื้นบ้านไทย 4 ภาค" ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 50,000 บาท ในงาน OTOP Midyear 2019 หวังสืบสานเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของคนไทย ในการสร้างสรรค์สำรับอาหารพื้นบ้านไทยให้น่ารับประทาน นายนิสิต จันทร์สมวงศ์...

มีเดย์ริชจัดโปรแจกทองสนั่นลั่นเมือง

บริษัท เมย์เดย์ เฮลท์ แอนด์ บิวตี้ แคร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสกินแคร์แบรนด์ "มี เดย์ ริช" (ME DAY RICH) จัด โปรโมชั่นเอาใจตัวแทนจำหน่าย "แจกทองสนั่นลั่นเมือง" โดยตัวแทนจำหน่ายทั้งรายย่อยและวีไอพีสามารถใช้สิทธิร่วมกิจกรรมนี้ได้ทุกคน...

Related Topics