งานสัมมนาวิชาการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ครั้งที่ 14 ประจำปี 2560

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Friday August 25, 2017 14:59
กรุงเทพฯ--25 ส.ค.--กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยผลการสัมมนาวิชาการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประจำปี 2560 (การสัมมนาฯ) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 14 ในหัวข้อ "ทะลุมิติเศรษฐกิจการคลัง" ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน กรุงเทพฯ และมีผู้ร่วมงานกว่า 700 คน โดยกล่าวว่า การจัดงานสัมมนาวิชาการนี้ มีขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้ สศค. นำเสนอผลงานวิชาการในประเด็นสำคัญและอยู่ในความสนใจของสังคม เป็นช่องทางเผยแพร่นโยบายของกระทรวงการคลัง รวมทั้งเปิดกว้างให้มีการแลกเปลี่ยนทรรศนะและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาปรับใช้กับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการคลังของไทย

สศค. ได้รับเกียรติจากนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "นโยบายการคลังการเงินเพื่อเศรษฐกิจมิติใหม่" มีสาระเกี่ยวกับนโยบายการคลังการเงินที่กระทรวงการคลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และแนวทางการพัฒนานโยบายการคลังการเงินในอนาคตเพื่อก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันกระทรวงการคลังได้ให้ความสำคัญกับการวางแผนนโยบายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจไทยในทุกด้าน เพื่อมุ่งเน้นให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ยกตัวอย่างเช่น นโยบายเพื่อสนับสนุนสังคมผู้สูงอายุ นโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ นโยบายเพื่อส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม แผนยุทธศาสตร์ National e-Payment โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น

ทั้งนี้ สำหรับในอนาคต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบนโยบายให้ สศค. เป็นหน่วยงานหลักในการเสนอแนะนโยบายการคลังการเงินที่สอดคล้องกับสถานการณ์และสามารถนำไปปฏิบัติได้ โดยคำนึงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น AI : Artificial Intelligence Blockchain Big Data เป็นต้น รวมทั้งก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในมิติทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพของประเทศและเสริมสร้างความพร้อมเพื่อรองรับเศรษฐกิจไร้พรมแดนในอนาคต

สำหรับในช่วงเช้าของการสัมมนาฯ เป็นการนำเสนอผลงานวิชาการของข้าราชการ สศค. ในหัวข้อ "ไขรหัสการคลังอัจฉริยะ" ดำเนินรายการโดยนายพงศ์นคร โภชากรณ์ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

นางสาวอรกันยา เตชะไพบูลย์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตก้าวผ่านกับดักประเทศรายได้ต่ำมาเป็นประเทศรายได้ปานกลางขั้นสูง แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำทั้งด้านรายได้ ทรัพย์สิน และโอกาส ซึ่งแม้ภาครัฐได้ช่วยเหลือให้สวัสดิการเพื่อเติมเต็มในส่วนที่ขาดและเพิ่มโอกาสให้คนไม่มีมาโดยตลอด แต่ด้วยข้อจำกัดของข้อมูลผู้มีรายได้น้อยทำให้สวัสดิการส่วนใหญ่เป็นแบบถ้วนหน้า ยังไม่สามารถชี้เป้าผู้มีรายได้น้อยเพื่อจัดสูตรสวัสดิการที่เจาะจงตรงตัวให้ได้ แต่ด้วยการพัฒนาฐานข้อมูลจากโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวงการคลัง ทำให้มีข้อมูลเชิงลึกของผู้มีรายได้น้อยมากถึง 11.6 ล้านคน ครอบคลุม 9 มิติ ได้แก่ อายุ สภาพร่างกาย ที่อยู่อาศัย การศึกษา อาชีพ รายได้ ทรัพย์สินทางการเงินหรือเงินออม หนี้สิน และภูมิลำเนา พร้อมทั้งสามารถคัดกรองข้อมูลเป็นรายจังหวัด อำเภอ และตำบลได้ นับเป็นฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยที่ครอบคลุมและเจาะลึกมากที่สุดในประวัติศาสตร์การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของไทย ทำให้ภาครัฐสามารถชี้เป้าผู้มีรายได้น้อยได้ว่าคือใคร อยู่ที่ไหน ยังขาดอะไร และต้องการอะไร

นายธนากร ไพรวรรณ์ กล่าวว่า ไทยมีสวัสดิการภาครัฐที่ดูแลประชาชนตลอดช่วงอายุอย่างน้อย 44 สวัสดิการ แต่ส่วนใหญ่เป็นสวัสดิการเป็นการทั่วไป (Universal policy) ดังนั้น ประเด็นท้าทายจึงอยู่ที่ว่าภาครัฐจะสามารถดำเนินนโยบายที่มีความเฉพาะเจาะจง (Targeted policy) มากขึ้นได้หรือไม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดภาระทางการคลังมากจนเกินไปในอนาคต ทั้งนี้ สามารถนำข้อมูลจากการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้เป็นประโยชน์ 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การเพิ่มประสิทธิภาพระบบสวัสดิการภาครัฐตามแนวคิด "ช่วยถูกคนช่วยก่อนจน ช่วยแล้วมี" 2) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้สวัสดิการทั่วถึงและตรงเป้ามากขึ้น และ 3) ระบบสวัสดิการแนวใหม่ เช่น Universal Basic Income คือแนวคิดที่ภาครัฐจ่ายเงินสนับสนุนแก่ประชาชนเพื่อให้เพียงพอต่อค่าครองชีพขั้นพื้นฐานเป็นจำนวนเท่ากันทุกคน Conditional Cash Transfer เป็นการให้เงินแบบมีเงื่อนไขและ Negative Income Tax เป็นการโอนเงินสดโดยมีเงื่อนไขว?า ผู?ที่ได?รับเงินโอนจะต?องทำงาน

สำหรับการสัมมนาฯ ในช่วงเช้ายังได้รับเกียรติจากผู้วิพากษ์ 2 ท่าน ได้แก่ ศ.ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และหัวหน้านักวิเคราะห์ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

ศ.ดร.พิริยะฯ ให้ความเห็นว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และได้เสนอแนะให้ใช้ข้อมูล Big Data มาประกอบการชี้เป้าผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด ควรทำให้ถูกต้อง เพื่อให้จัดสูตรสวัสดิการได้ตรงตัว และไม่กระทบแรงจูงใจในการหารายได้ รวมทั้งต้องมีการประเมินผลการดำเนินการเพื่อปรับปรุงการจัดสวัสดิการให้มีประสิทธิภาพ อีกทั้ง ในการบูรณาการจะต้องเริ่มจากฐานข้อมูล โดยควรมีหน่วยงานกลางเพื่อวิเคราะห์ จัดเก็บ และเปิดเผยข้อมูล นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงนโยบายการคลังให้ทำน้อยได้ผลมาก โดยควรใช้นโยบายที่แปรผกผักกับเศรษฐกิจ สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว สอดคล้องกับความสามารถในการเก็บภาษี ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และดำเนินการอย่างรอบคอบ

ดร.เบญจรงค์ฯ ให้ความเห็นว่า สาเหตุที่ความเหลื่อมล้ำในไทยไม่ดีขึ้น อาจมาจากการขาดการวัดความเหลื่อมล้ำที่เป็นระบบ ทำให้ขาดเป้าหมายในการลดความเหลื่อมล้ำ และขาดหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ซึ่งโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐอาจช่วยแก้ปัญหาการให้สวัสดิการผิดฝาผิดตัวให้ถูกฝาถูกตัวได้มากขึ้น ช่วยให้สวัสดิการตรงกับปัญหาและความต้องการของประชากรที่อยู่ในแต่ละวัฏจักรชีวิต รวมทั้งทำให้ระบบสวัสดิการภาครัฐมีประสิทธิภาพและคุณภาพมากขี้น อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สำหรับจัดสรรสวัสดิการ เชื่อมโยงและรวมศูนย์ฐานข้อมูลภาครัฐ เปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ นำข้อมูลมาศึกษาเชิงลึกเพื่อกำหนดเป้าหมายของสวัสดิการภาครัฐให้ชัดเจน และมีการประเมินโดยมุ่งเน้นวัดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำหนดมากกว่าแค่กระบวนการ

ในภาพรวม โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเป็นมิติใหม่ของฐานข้อมูล ซึ่งใช้ประโยชน์ได้ในหลายภาคส่วนและนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ของการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจได้ โดยช่วยให้ภาครัฐชี้เป้าผู้มีรายได้น้อยที่ควรได้รับสวัสดิการ ทำให้สามารถจัดสูตรสวัสดิการเหมาะสมทั้งในฝั่งผู้รับคือเป็นผู้มีปัญหาความจำเป็นและในฝั่งภาครัฐที่ช่วยให้การจัดสรรสวัสดิการเป็นธรรม โปร่งใส และช่วยลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเอื้ออำนวยให้การบูรณาการนโยบายสวัสดิการเกิดผลสัมฤทธิ์

สำนักนโยบายการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
โทร 0 2273 9020 ต่อ 3555

Latest Press Release

NYX Professional Makeup เตรียมต้อนรับเฟสทีฟซีซั่น จัดงานเปิดตัว Sugar Trip Limited Edition ถึง 7 คอลเลคชั่นสุดคิ้วเอาใจเมคอัพจังกี้

Festive holidays come early this year! ฮอลลิเดย์ปีนี้ หากใครกำลังมองหาของขวัญกันอยู่ ไม่ว่าจะให้ตัวเองหรือให้ซิสคู่ใจ เตรียมตำ new collection ที่คิ้วที่สุดแห่งปีได้เลย เพราะ NYX Professional Makeup (นิกซ์ โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพ) นำโดย วิลาสินี ภาณุรัตน์...

ไทยร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ IAEA สมัยที่ 62

ประเทศไทย สมาชิก IAEA ลำดับที่ 58 พร้อม 170 ประเทศสมาชิกทั่วโลก ร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ (General Conference, GC) ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ครั้งที่ 62 ณ สำนักงานใหญ่ IAEA กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ระหว่างวันที่ 17 - 21 กันยายน 2561...

กองกำลังตำรวจทหาร พร้อม หมอชยนันท์ กรมควบคุมโรค บุกลาดพร้าวยึดบารากู่ อันตรายต่อสุขภาพ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองไทยได้พยายามจัดการกับ "บารากู่" หรือ ที่เข้าใจกันว่า ยาสูบที่นำมาใช้กับอุปกรณ์เสพที่มีชื่อเรียกว่า ฮุคคา ( hookah ) ซึ่งเป็นคนละประเภทกับ บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีอุปกรณ์การสูบที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน แต่บารากู่ ไม่ใช่ "บุหรี่ไฟฟ้า"...

รพ.จิตเวช ยุค 4.0 มีทั้ง ศูนย์คาร์แคร์ ร้านกาแฟ ของที่ระลึก อุดหนุน แถมได้บุญ

หากพูดถึง รพ.จิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิต ที่มีบริการเปิดร้านกาแฟ หรือ บริการ ต่างๆ โดยให้คนไข้ได้ฝึกปฏิบัติงาน ซึ่งที่โดดเด่น เช่น รพ.จิตเวชนครพนมราชนครินทร์ เปิดศูนย์คาร์แคร์ บริการล้างอัดฉีดรถราคาถูก และ รพ.ศรีธัญญา ก็มีร้านเพื่อน บริการคาร์แคร์ กาแฟ...

บริษัทในกลุ่ม พาวเวอร์คอนเน็คชั่นดี ขยายธุรกิจสู่อาเซียน

ปัจจุบัน ประเทศลาวมีศักยภาพในการลงทุนในภาคเศรษฐกิจต่างๆ เพราะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การทำธุรกิจในประเทศลาวกำลังเปิดกว้างให้กับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะการขยายตัวทางธุรกิจโมเดิร์นเทรดของไทยที่กำลังก้าวไกลไปสู่อาเซียน ทั้งนี้...

Related Topics