กรมโรงงานฯ เร่งออกระเบียบการปล่อย เคลื่อนย้ายมลพิษ เผย 9 กลุ่มอุตฯ ต้องรายงานข้อมูลมลพิษแก่ประชาชน พร้อมเตรียมนำร่องพื้นที่จังหวัดระยอง

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Monday November 27, 2017 17:01
กรุงเทพฯ--27 พ.ย.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมออกระเบียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ หรือ Pollutant Release and Transfer Registers: PRTR ใน 9 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี 2.อุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ 3. อุตสาหกรรมโรงกลั่น โรงแยกก๊าซ และผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม 4. อุตสาหกรรมโลหะขั้นมูลฐานและผลิตภัณฑ์โลหะ 5.อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอุปกรณ์เกี่ยวกับไฟฟ้า 6. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก 7.อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง 8.อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ และ 9.กิจการเกี่ยวกับการจัดการของเสีย โดยให้ผู้ประกอบการทั้ง 9 กลุ่มดังกล่าวเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการปลดปล่อยสารเคมีจากโรงงาน อาทิ ปริมาณการปลดปล่อยหรือทิ้ง น้ำเสีย อากาศเสีย และของเสีย โดยการรายงานดังกล่าวได้เริ่มในพื้นที่จังหวัดระยองตั้งแต่ ปี 2556 และจังหวัดสมุทรปราการ ในปี 2559 และในอนาคตจะขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี และทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อลดและแก้ไขปัญหาการอยู่ร่วมระหว่างสังคมและโรงงานอุตสาหกรรม ผลักดันพื้นที่อีอีซีเป็นพื้นที่สีเขียวควบคู่กับการขยายตัวในอนาคตอีกด้วย

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ โทร. 0 2202-4164 หรือเข้าไปที่ www.diw.go.th

นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมเตรียมเร่งออกระเบียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Registers: PRTR) โดยให้โรงงานรายงานปริมาณการปลดปล่อยหรือทิ้ง น้ำเสีย อากาศเสีย และของเสียออกจากโรงงานไปบำบัดหรือกำจัด เพื่อติดตามตรวจสอบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษอย่างเป็นระบบระเบียบมากยิ่งขึ้น โดยการรายงานดังกล่าวจะเชื่อมโยงไปกับ กรมควบคุมมลพิษ เพื่อนำมาจัดทำระบบฐานข้อมูลเผยแพร่สู่สาธารณชนเกี่ยวกับการปลดปล่อยมลพิษและของเสียจากโรงงาน

นายมงคล กล่าวต่อว่า ระเบียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ หรือ PRTR กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมเป้าหมาย 9 กลุ่ม ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี 2.อุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ 3. อุตสาหกรรมโรงกลั่น โรงแยกก๊าซ และผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม 4. อุตสาหกรรมโลหะขั้นมูลฐานและผลิตภัณฑ์โลหะ 5.อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอุปกรณ์เกี่ยวกับไฟฟ้า 6. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก 7.อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง 8.อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ และ 9.กิจการเกี่ยวกับการจัดการของเสีย จะต้องจัดทำรายงานข้อมูล เช่น ข้อมูลปริมาณการใช้ ปริมาณการปลดปล่อยสารมลพิษ หรือ สารเคมี ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ภายในสถานประกอบการที่ลงสู่สิ่งแวดล้อม รวมทั้งปริมาณมลสารในของเสียที่มีการเคลื่อนย้ายออกนอกบริเวณสถานประกอบการเพื่อกำจัดขั้นสุดท้าย คือ ฝังกลบและเผาทำลาย และจัดส่งข้อมูลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม การรายงานดังกล่าวได้เริ่มในพื้นที่จังหวัดระยองตั้งแต่ ปี 2556 มีโรงงานที่เข้าร่วมกว่า 200 ราย ตั้งแต่ ปี2556 จนถึงปัจจุบัน แลได้ขยายไปยังจังหวัดสมุทรปราการ ในปี 2559 และในอนาคตจะขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี และในอนาคตจะขยายไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อลดและแก้ไขปัญหาการอยู่ร่วมระหว่างสังคมและโรงงานอุตสาหกรรม ผลัดดันพื้นที่อีอีซีเป็นพื้นที่สีเขียวควบคู่กับการขยายตัวในอนาคตอีกด้วย นอกจากนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมยังดำเนินการจัดอบรมการประเมินการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ และจัดทำคู่มือเผยแพร่ทางออนไลน์พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาการประเมินแก่โรงงานเพื่อสร้างความตระหนักและให้ความรู้ความเข้าใจแก่โรงงานและชุมชน นายมงคล กล่าวสรุป

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ โทร. 0 2202-4164 หรือเข้าไปที่ www.diw.go.th และเข้าถึงข้อมูลประจำปีได้ที่ prtr.pcd.go.th


Latest Press Release

ซีพี ออลล์ ร่วมสานพลัง CONNEXT ED ระยะที่ 2 สร้างการศึกษาไทยยั่งยืน ส่งผู้นำรุ่นใหม่ลงพื้นที่โรงเรียนประชารัฐกว่า 300 แห่ง

เป็นอีกหนึ่งพลังความร่วมมือระดับชาติหลังจาก 3 ภาคส่วนหลักด้านการศึกษา ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ได้ร่วมกันดำเนินโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน หรือ คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED)...

ถอดความสำเร็จผู้นำรุ่นใหม่ ซีพี ออลล์ ในโครงการ CONNEXT ED เพราะการศึกษาต้องพัฒนาอย่างยั่งยืน

ก้าวสู่ระยะที่ 2 สำหรับโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน หรือ คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) หลังจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และ 12...

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดินสายให้ความรู้ที่ภาคตะวันออก 1-7 ตุลาคม นี้

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดินสายจัดโครงการ "Healthy Digital Family เสพสื่อ ใช้สติ มีสไตล์ ให้สตรอง" ที่จังหวัดชลบุรี เพื่อส่งเสริมความรู้และสร้างความตระหนักรู้เท่าทันในการใช้สื่อดิจิทัล และเตรียมความพร้อมให้ประชาชนก้าวสู่ยุคดิจิทัลไทยแลนด์อย่างมีคุณภาพ...

Wedding Fair 6-7 ต.ค. นี้ ณ Best Western Plus Wanda Grand Hotel

#Seethrough Wedding เวดดิ้งแพลนเนอร์ที่จะรังสรรค์ให้งานคุณมีความเฉพาะตัวที่ดูเป็นตัวคุณเอง #CocoChic Wedding ชุดแต่งงานระดับพรีเมี่ยมพร้อมบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด #iDeaiDream เวดดิ้งแพลนเนอร์ดูแลทุกช่วงเวลาให้เป็นความทรงจำพิเศษ #ManitaWeddingPrint...

ยกเมนูเด็ดอาหารฝรั่งเศสยอดนิยมมาไว้ที่วิวันดา คูซีน

มีทั้งเมนูที่เป็นสูตรดั้งเดิมอย่าง ค็อคโอแวงไก่ตุ๋นไวน์แดง จะนำไก่ตุ๋นกับไวน์แดง เบคอน เห็ดและเครื่องเทศต่างๆ จนเข้าเนื้อ ตามมาติดๆ เมนูฟิวชั่น ที่เชฟของเรานำฟัวกรามานำเสนอในมุมที่เป็นขนมหวาน มาการองชาโคว์สอดไส้ด้วยครีมชีสฟัวกราส์...

Related Topics