นักวิจัยหนุนอำเภอ เชื่อมโจทย์ชุมชน สู่ยุทธศาสตร์จังหวัด

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Friday May 17, 2019 17:31
กรุงเทพฯ--17 พ.ค.--สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

นักวิจัย สกสว. ชี้แนวทางการทำให้แผนชุมชนสามารถเชื่อมต่อกับแผนยุทธศาสตร์จังหวัด เพื่อมีงบประมาณลงมาแก้ปัญหาหรือตอบความต้องการของชุมชนนั้นๆ ระบุ อำเภอ คือตัวเชื่อมสำคัญ

จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นเวที "จากแผนยุทธศาสตร์ชาติ-จังหวัด สู่แผนปฏิบัติการที่ตอบสนองการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น:ฝันไปหรือทำได้จริง" ซึ่งเพื่อนำเสนอข้อค้นพบจากโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ : การพัฒนาตัวแบบสนับสนุนการจัดทำแผนและโครงการพัฒนาพื้นที่ระดับจังหวัด เพื่อรองรับงบประมาณเชิงพื้นที่ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ที่มีโครงการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่นำร่องใน 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ กำแพงเพชร เลย อุบลราชธานี ชัยนาท นครปฐม ระยอง พัทลุงและตรัง นักวิจัยได้เสนอกลไกที่จะทำให้ทำให้ความต้องการในระดับหมู่บ้านหรือประชาคมถูกนำไปบรรจุหรือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จังหวัด

นายบุญเยี่ยม เหลาสะอาด นักวิจัยในโครงการฯ เปิดเผยว่า งานวิจัยนี้เป็นการตรวจสอบว่าปัจจัยความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่ เป็นอย่างไร มีเงื่อนไขอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคและโอกาส ซึ่งจากการวิเคราะห์สถานการณ์และช่องว่างในการทำแผนพัฒนาจังหวัดและแผนชุมชน โดยใช้เครื่องมือ Value Chain และ ไตรสิกขา (3-SIC-KA) ในการประเมินกระบวนการทำแผนและพัฒนาโครงการที่มาจากความต้องการของประชาชน พบว่ามีช่องว่างของการเคลื่อนแผนหรือความต้องการระดับพื้นที่มาสู่ระดับจังหวัดจนไม่สามารถถูกร้อยไปสู่ยุทธศาสตร์จังหวัดได้โดยตรงหลายประการ อาทิ คณะกรรมการจัดทำแผนจังหวัดไม่ได้มาจากทุกภาคส่วน ที่ทำให้การวิเคราะห์ปํญหาหรือแนวทางอาจไม่ครอบคลุมในบางด้าน, ภาคประชาชนที่ขาดความเข้าใจในเงื่อนไขการทำงบประมาณ ที่ทำให้แผนงานหรือเสนอความต้องการของของชุมชนจึงไม่ถูกนำเข้าสู่การพิจารณา, ความแตกต่างของภาษาที่ใช้ระหว่างภาษาราชการกับภาษาชาวบ้าน ซึ่งอาจทำให้การตีความข้อเสนอของชุมชนมีคลาดเคลื่อน เกิดการดำเนินการที่ไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของคนในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านก็อาจไม่เข้าใจในสิ่งที่ภาครัฐ เข้ามาสอบถาม ชี้แจง หรือให้คำตอบ นอกจากนี้ยังมีปัญหาความไม่สอดคล้องหรือไม่ตรงกันของข้อมูลที่จะต้องนำใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งการสร้างกลไกการทำงานร่วมกันจากทุกฝ่าย จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ข้อจำกัดเหล่านี้ลดน้อยลงหรือหมดไป

"เราพบว่า จริงๆ แล้วทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสถาบันวิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชารัฐ จะต้องมาช่วยนำนโยบายของภาครัฐมาเชื่อมกับความต้องการของพื้นที่และชุมชน ซึ่งการเชื่อมร้อยกันเป็นเครือข่ายจะทำให้เกิดศักยภาพในการขับเคลื่อนได้ดีกว่า โดยในส่วนของภาคประชาสังคมซึ่งไม่ได้มีสถานะเป็นหน่วยรับที่จะรับงบประมาณได้ด้วยตัวเอง ก็อาจต้องหารูปแบบที่เป็นนิติบุคคลมารองรับ พร้อมกับที่ตัวชุมชนเองก็ต้องปรับตัวเองให้มีศักยภาพในการรองรับทุนนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ของพื้นที่ตัวเองที่จะเข้ามาในพื้นที่ ขณะที่กลไกสนับสนุนทั้งหน่วยวิชาการและสถาบันการศึกษาจะต้องสร้างโอกาสและหาช่องทางให้กับตัวเอง ในการที่จะเสนอตัวเข้ามาเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างประชาสังคมกับภาครัฐ เช่น เสริมบทบาทภาคประชาสังคมให้เข้มแข้ง การติดตามประเมินผล เป็นต้น"

ในส่วนการปรับตัวของกลไกภาครัฐนั้น นายบุญเยี่ยม กล่าวว่า ภาครัฐต้องต้องให้ความสนใจและความสำคัญกับแผนที่มาจากชุมชนให้มากขึ้น มีการปรับแก้กฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการนำแผนชุมชนมาประกอบการจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัด และการทำให้ยุทธศาสตร์จังหวัดสามารถตอบโจทย์ในระดับพื้นที่ได้ ก็เป็นสิ่งที่กลไกระดับจังหวัดต้องเปิดรับ โดยตัวงานวิจัยเสนอว่า หนึ่งในตัวเชื่อมต่อที่ดีก็คือ "อำเภอ"

"เรามองว่าอำเภอเป็นจุดเชื่อมที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะอำเภอมีกฎระเบียบรองรับการทำงานร่วมกับจังหวัดในระดับพื้นที่ แต่ปัญหาตอนนี้คืออำเภอไม่มีอำนาจ ไม่มีงบประมาณ ดั้งนั้นน้ำหนักที่จะลงไปให้เกิดผลกระทบระดับพื้นที่ค่อนข้างน้อยขณะเดียวกันแผนระดับต่างๆ ควรที่จะมีระดับความต่างของการสนับสนุน เช่น ชุมชนเองน่าจะมีการจัดทำโครงการสำรองของตัวเองไว้ ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านงบประมาณ ควรที่จะมีงบประมาณ ที่เป็นปัจจุบันต่อปัญหาเฉพาะหน้า ต่อปัญหาเร่งด่วน และโครงการควรมีขนาดเล็ก ส่วนแผนฟังชั่น น่าจะตอบโจทย์ระยะยาว เน้นงานพัฒนาเป็นงานเชิงยุทธศาสตร์ ส่วนงบจังหวัด ซึ่งเราดูปัจจุบันไม่ได้มีเยอะมากนัก แต่ควรเป็นงบที่จะไปเติบเต็ม เก็บตกงบที่มันหลุด และเปิดประเด็นใหม่คือเรื่องของการปรับยุทธศาสตร์จังหวัดความความต้องการของพื้นที่"

ด้าน ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายบูรณาการวิจัยและความร่วมมือเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่ สกสว. กล่าวว่า นอกจากงานวิจัยได้นำเสนอช่องว่างของการทำแผนยุทธศาสตร์จังหวัดแล้ว งานวิจัยในระดับพื้นที่ทั้ง 9 จังหวัด ได้ร่วมกับชุมชนในการออกแบบโครงการระดับพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นโปรแกรมเพื่อรับทุนหรืองบประมาณได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว เช่น ประชาสังคมในจังหวัดเชียงใหม่มีแผนสร้างเศรษฐกิจใหม่จากทรัพยากรไม้ไผ่ จังหวัดสตูลทำเรื่องการแผนการท่องเที่ยวชุมชนโดยใช้หมู่เกาะลิบงเป็นจุดเริ่มต้น ขณะที่จังหวัดระยองคิดโครงการพัฒนาข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการพัฒนาคุณภาพมังคุด เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็น "ตัวแบบ" เพื่อไปสนับสนุนการจัดทำแผนและโครงการพัฒนาพื้นที่ระดับจังหวัดที่รองรับงบประมาณเชิงพื้นที่ และแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดที่มีศักยภาพต่อไป


Latest Press Release

ภาพข่าว: องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) จัดแถลงข่าวเปิดตัว TBCSD New Chapter

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ (ที่ 5 จากซ้าย) ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) จัดแถลงข่าวเปิดตัว TBCSD New Chapter เพื่อแสดงจุดยืนขององค์กรในการรวมพลังกันของธุรกิจแนวหน้าในประเทศไทยที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้พันธกิจ...

วิทยาลัยดุสิตธานี จัดงาน DTC Showtime เปิดบ้านโชว์ของ

วิทยาลัยดุสิตธานี ได้โอกาสเปิดบ้านอย่างยิ่งใหญ่จัดงาน Open House ในตีม "DTC Showtime เปิดบ้านโชว์ของ" ต้อนรับน้อง ๆ นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายกว่า 490 คน...

ม.ศรีปทุม ร่วมกับ THE WEALTH จัดบรรยาย กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและผลกระทบต่อธุรกิจ

ม.ศรีปทุม ร่วมกับ THE WEALTH จัดบรรยายสุดพิเศษ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและผลกระทบต่อธุรกิจ โดยวิทยากร อาจารย์ชินภัทร วิสุทธิแพทย์ แก่ผู้สนใจทั่วไปเข้ารับฟังอย่างคับคั่ง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับ หลักสูตร THE WEALTH...

TOTmobile เชิญร่วมบริจาค 60 ปี มจธ. เพื่อช่วยนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนการศึกษา

นางพิมพ์วิมล วงษ์สุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและเทคโนโลยีสารสนเทศ บมจ. ทีโอที กล่าวว่า ทีโอที ร่วมสนับสนุนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วาระพิเศษครบรอบแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 4ก.พ.63...

KBTG จัดแข่งขัน TechJam 2019 เฟ้นหา ตัวจริง ด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ

KBTG เปิดเวทีแข่งขัน TechJam 2019 ภายใต้คอนเซ็ปท์ Deep Jam เพื่อค้นหาสุดยอดฝีมือที่รู้ลึก รู้จริงด้านเทคโนโลยีและการออกแบบจนได้ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดใน 3 ด้าน คือ Coding, Data และ Design ซึ่งมีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ KBTG...

Related Topics