ท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา ระยอง-พัทยา ผนึก เอไอเอส พัฒนา Smart Terminal นำร่องเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0

ข่าวประชาสัมพันธ์ไอที อินเทอร์เน็ท Friday September 7, 2018 14:38
กรุงเทพฯ--7 ก.ย.--เอไอเอส

ท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา ระยอง-พัทยา ผนึก เอไอเอส นำเทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนา Smart Terminal เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ระบบคมนาคมขนส่ง ด้วยนวัตกรรมใหม่ ช่วยเสริมการพัฒนาให้เป็นท่าอากาศยานนานาชาติเชิงพาณิชย์ที่ทันสมัย ในช่วงก่อนการสร้างและเปิดใช้อาคาร 3 ให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ลำดับที่ 3 ของกรุงเทพมหานครในอนาคต ที่จะเชื่อมโยงการขนส่งผู้โดยสารและสินค้ากับสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ตามแผนเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือEastern Economic Corridor (EEC) หนึ่งในแผนยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้นโยบาย Thailand 4.0

โดยท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา ระยอง-พัทยา มอบความไว้วางใจให้เอไอเอส ร่วมพัฒนาดิจิทัลโซลูชันส์ ให้อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 เป็นอาคารผู้โดยสารอัจฉริยะ หรือ "Smart Terminal" ในระยะแรก อันจะประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ 1). ยกระดับการให้บริการผู้โดยสาร ด้วยแอปพลิเคชัน U-Tapao ที่จะมีข้อมูลด้านการบินและสนามบินแบบครบครันในแอปฯ เดียว อาทิ สถานะตารางการบิน บริการการเดินทางไปกลับสนามบิน บริการที่จอดรถ ฯลฯ รวมทั้งแผนที่แสดงจุดให้บริการต่างๆที่เสริมระบบการนำทางและการแสดงข้อมูลการบริการภายในสนามบินด้วยเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ที่จะสร้างประสบการณ์ความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารเป็นครั้งแรกของไทย 2).เสริมระบบบริหารจัดการอาคารผู้โดยสารด้วยเทคโนโลยี Video Analytics ประกอบด้วยเครือข่ายกล้องวงจรปิดทั่วอาคาร และโปรแกรมวิเคราะห์ประมวลผลภาพปัญญาประดิษฐ์และบิ๊กดาต้า ประยุกต์ใช้เป็นระบบตรวจจับและรับรู้ใบหน้าบุคคล (Face Recognition) ในพื้นที่สนามบิน เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัย เช่น กรณีบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย หรือกรณีบุคคลสำคัญ เป็นต้น และ ระบบแสดงข้อมูลความหนาแน่นของผู้โดยสาร (Heat Map Analytics) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านระบบรักษาความปลอดภัย และการบริหารและบริการของการท่าฯ

พลเรือตรี ลือชัย ศรีเอี่ยมกูล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอู่ตะเภาฯ กล่าวว่า "การท่าฯมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการร่วมมือกับภาคเอกชนในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามายกระดับการให้บริการและการบริหารอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ให้ทันสมัย เป็นอาคารผู้โดยสารอัจฉริยะ หรือ Smart Terminal อันสอดคล้องตามแนวนโยบายดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Digital Economy) ของรัฐบาล ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล เพื่อช่วยต่อยอดท่าอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินพาณิชย์แห่งที่ 3 ของกรุงเทพมหานคร ที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานเขตส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เชื่อมโยงการขนส่งผู้โดยสารกับสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเป็น Aviation Hub ในภูมิภาคนี้"

การท่าอากาศยานอู่ตะเภาฯ จึงร่วมมือกับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัทในเครือของเอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับหนึ่งของประเทศ และผู้นำด้านดิจิทัลของประเทศ พัฒนา Mobile Application และระบบวิเคราะห์ภาพวีดีโอ หรือ Video Analytics รวมทั้งระบบคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารเพื่อให้บริการดังกล่าวในพื้นที่อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 โดยมีเป้าหมายหลักคือ ขยายขีดความสามารถในการให้บริการแก่ท่ากาศยานแห่งนี้ จากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกและมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศให้แก่ผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพการบริหารอาคาร"

ด้านนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า "ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล (Digital Life Service Provider) นอกเหนือจากให้บริการด้านสื่อสารที่ดีที่สุดแก่คนไทยแล้ว สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือ การพัฒนาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพเพื่อสนับสนุนความแข็งแกร่งของประเทศในทุกด้าน" โดยในครั้งนี้ เอไอเอส ยินดีลงทุนพัฒนาทั้ง 2 ระบบ พร้อมให้บริการได้ในราวไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยหวังว่าจะเป็นโครงการต้นแบบในการพัฒนาอาคารผู้โดยสารในสนามบินให้เป็นอาคารผู้โดยสารอัจฉริยะ หรือ "Smart Terminal" เต็มรูปแบบต่อไปในอนาคต

เราเชื่อว่า เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คือก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจประเทศครั้งใหญ่ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน วันนี้เอไอเอส ขอขอบพระคุณภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจจากการท่าอากาศยานอู่ตะเภาฯ ที่ให้เราเข้ามามีส่วนร่วมในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเพื่อยกระดับการให้บริการ และการบริหารจัดการ อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2ในครั้งนี้"


Latest Press Release

เอสไอเอส ร่วมมือกับ อินเตอร์ลิงค์ เทเลคอม เปิดธุรกิจ คลาวด์เซอร์วิส ตั้งเป้าเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดคลาวด์ในประเทศภายใน 3 ปี

บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าส่งสินค้าไอทีสำหรับองค์กร และบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการให้บริการโครงข่ายไฟเบอร์ออปติคและดาต้าเซ็นเตอร์ แนะนำบริการ "SiS Cloud Services"...

กราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 590 นำเสนอประสิทธิภาพสูงสุดมอบประสบการณ์การเล่นเกมระดับ HD ที่ราบรื่น

– กราฟิกการ์ดใหม่กระบวนการผลิตขนาด 12nm ที่ใช้สถาปัตยกรรมขั้นสูง "Polaris", เทคโนโลยีแสดงผลการเล่นเกม Radeon FreeSyncและฟีเจอร์ที่หลากหลายของ Radeon Software ที่จะมอบประสิทธิภาพในการเล่นเกมของคุณที่เหนือกว่า 60 เฟรมเรตต่อวินาที ในเกมระดับ AAA และ...

ซัมซุงเผยการพัฒนาด้านเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ผ่านงาน SDC18 พร้อมแนะนำผลงานสุดล้ำให้นักพัฒนาทั่วโลกได้จับตามอง

นักพัฒนาโทรศัพท์มือถือ นักบุกเบิกนวัตกรรม และพันธมิตรกว่าพันคนตบเท้าเข้าร่วมงาน Samsung Developer Conference 2018 (SDC18) ที่จัดโดย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ งาน SDC 2018 ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดล้ำ "Where Now Meet Next"...

กลุ่มทรู จัดงานประชุมนักวิเคราะห์รายงานผลกำไรต่อเนื่องในไตรมาส 3 ปี 2561

กลุ่มทรู โดย นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ (กลาง) และ ดร.กิตติณัฐ ทีคะวรรณ (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) พร้อมด้วย นายวิลเลี่ยม แฮริส (ที่ 2 จากซ้าย) หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน และคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น...

WannaCry ยังไม่ตาย! แคสเปอร์สกี้ แลป เผยแรนซัมแวร์ร้ายโจมตีผู้ใช้เกือบ 75,000 ราย ในไตรมาส 3

กว่าหนึ่งปีครึ่งแล้วที่เกิดเหตุแรนซัมแวร์วอนนาคราย (WannaCry) ระบาด ทำให้วอนนาครายขึ้นแท่นติดอันดับภัยแรนซัมแวร์ที่แพร่กระจายสร้างความเสียหายไปทั่วโลก โดยล่าสุดจากรายงาน Q3 IT threat evolution ของแคสเปอร์สกี้ แลป พบว่า ในไตรมาส 3 ปี 2018 นี้...

Related Topics