ผลสำรวจ Hotels.com ไทยครองตำแหน่งประเทศที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนดีที่สุดเป็นอันดับสอง เผยนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่เดินทางไปประเทศที่ไกลขึ้นและใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยว กีฬา ไลฟสไตล์ Tuesday August 14, 2018 16:13
กรุงเทพฯ--14 ส.ค.--เวเบอร์ แชนด์วิค
  • นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น: ผลสำรวจข้อมูลการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีน หรือ Chinese International Travel Monitor (CITM) ประจำปีครั้งที่ 7 ซึ่งทำการสำรวจโดย Hotels.com เผยนักท่องเที่ยวจีนยุคมิลเลนเนียล (ผู้ที่เกิดหลังปี 1990 เป็นต้นไป) ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงอย่างเห็นได้ชัดระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึง 80% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • ไทยครองตำแหน่งประเทศที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนดีที่สุดเป็นอันดับสอง: เนื่องมาจากความคล่องตัวในการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มการชำระเงินที่ครอบคลุมสำหรับนักท่องเที่ยวจีน และความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารที่รองรับภาษาจีน เช่น ป้ายข้อมูลต่างๆ
  • ความปลอดภัยมาก่อน ตามมาติดๆ ด้วยการลิ้มลองรสชาติอาหารขึ้นชื่อ: เมื่อต้องวางแผนท่องเที่ยว ปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่คำนึงถึงคือ ความปลอดภัย (61%) ในขณะที่อาหารท้องถิ่นก็เป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดที่สำคัญไม่แพ้กัน ที่มีผลต่อการเลือกตัดสินใจไปเที่ยวในประเทศต่างๆ
  • ไอเท็มสำคัญและอิทธิพลในการตัดสินใจออกเดินทาง: ทีวี ภาพยนตร์ และโซเชี่ยลมีเดีย มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีน (62%)

ผลสำรวจล่าสุดจาก Hotels.com เผยข้อมูลการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังปี 2533 ก้าวข้ามขอบเขตของการท่องเที่ยวไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมาถึง 80% ด้วยอิทธิพลจากโลกออนไลน์และโซเชี่ยลมีเดีย ที่เติมเต็มประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไปจากเดิม เช็กอินในที่พักสุดไฮเทค ลองชิมอาหารต่างแดน และลองทำกิจกรรมสุดแปลกแหวกแนว

ความชื่นชอบในการสัมผัสประสบการณ์จริง ส่งผลต่อทางเลือกในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีน จากผลสำรวจพบว่า พวกเขาใช้จ่ายเงินไปกับการรับประทานอาหารเป็นส่วนใหญ่ โดยเลือกชิมอาหารท้องถิ่นที่ไม่สามารถหารับประทานที่ไหนได้ (69%) และเลือกเดินตามท้องถนนเพื่อลิ้มลองอาหารท้องถิ่นแท้ๆ 43% มากกว่าการเลือกซื้อสินค้าราคาแพง 38%

ความชื่นชอบในตัวศิลปินและดารายอดนิยมระดับโลก อิทธิพลจากภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ชื่อดัง (62%) กลายมาเป็นแรงบันดาลใจหลักให้นักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่เริ่มมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ได้อยู่แค่ในแถบเอเชียอีกต่อไป แต่วางแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม

จุดหมายปลายทางที่ใช้เวลาเดินทางมากขึ้นกลายมาเป็นเทรนด์ที่มาแรงของนักท่องเที่ยวชาวจีนในปีนี้ ในขณะที่ประเทศในทวีปเอเชียก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เช่นเคย 49% ของนักท่องเที่ยวจีนวางแผนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศแถบเอเชียภายใน 12 เดือนนับจากนี้ ในขณะที่จุดหมายปลายทางที่ไกลขึ้นกว่าเดิมอย่างประเทศในแถบยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลางได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นและกลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่นักท่องเที่ยวจีนมากกว่าครึ่งวางแผนที่จะไปเยือนในอนาคต

นักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงต้องการท่องเที่ยวในแบบที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ที่สะดวกและคล่องตัว นักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงรู้สึกได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเมื่อมาเที่ยวที่ประเทศไทย โดยไทยครองอันดับสองในฐานะเจ้าบ้านที่ดีรองจากประเทศญี่ปุ่นในปีนี้ โดยเหตุผลหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนรู้สึกได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เนื่องมาจากความคล่องตัวในการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มการชำระเงินที่ครอบคลุม (64%) ป้ายหรือสัญลักษณ์ที่มีภาษาจีน (41%) และ ความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารที่มีภาษาจีนรองรับ (40%)

ความต้องการและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากรายงานล่าสุดของของ Hotels.com พบว่า การเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์นั้นได้รับความนิยมน้อยลงเนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนหันมานิยมท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วยตัวเองมากขึ้นเพราะสามารถเที่ยวเองได้ง่ายและเป็นอิสระ ประกอบกับชื่อเสียงของอาหารไทยที่ขึ้นชื่อและถูกปากชาวต่างชาติ ความสะดวกสบายในการขอวีซ่า คุณภาพของโรงแรมและที่พัก รวมถึงประเทศไทยยังเป็นสวรรค์ของการจับจ่ายใช้สอยซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวจีนต้องการเดินทางมาท่องเที่ยว ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง อาทิ ผลิตภัณฑ์และงานฝีมือที่มีชื่อเสียงให้พวกเขาได้ซื้อกลับไป (56%) และสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกหลากหลายแห่งให้ได้ไปเยี่ยมชม เช่น พระบรมมหาราชวัง ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญอันดับหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจีนต้องมาเยือนเมื่อมาประเทศไทย

การทำความเข้าใจถึงความต้องการที่เปลี่ยนไปจากเดิมและเรียนรู้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทย

นักท่องเที่ยวชาวจีนคือกลุ่มเป้าหมายสำคัญของการท่องเที่ยวในประเทศไทย ด้วยอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นถึง 12% จากปีก่อนหน้า การทำความเข้าใจถึงพัฒนาการและความต้องการอย่างแท้จริงในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนจะทำให้พวกเขากลายเป็นฐานลูกค้าสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทย

ผลการสำรวจจาก Hotels.com เผยให้เห็นว่าจุดหมายปลายทางใหม่ๆ และไกลกว่าเดิมคือสิ่งที่นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่เริ่มมองหา มากกว่า 1 ใน 3 หรือประมาณ 37% ของนักท่องเที่ยวจีนยังคงต้องการไปเที่ยวในสถานที่หรือประเทศที่เคยไปมาแล้ว แต่เปลี่ยนไปเมืองอื่นที่ยังไม่เคยไปเยือน ส่วนจุดหมายปลายทางสำคัญในทวีปเอเชียยังคงอยู่ในลิสต์ที่นักท่องเที่ยวจีนต้องการเดินทางไปท่องเที่ยว เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลี

ประเทศไทยจะยังคงรักษาตำแหน่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนต้องการจะเดินทางมาได้อย่างไรนั้น สอดคล้องกับผลสำรวจที่ชี้ว่านักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่แสวงหาประสบการณ์แบบท้องถิ่นอย่างแท้จริง อาทิ ลิ้มลองรสชาติอาหารที่แปลกใหม่ในประเทศต่างๆ (69%) เสาะหาสินค้าท้องถิ่นบนถนนคนเดิน (43%) มากกว่าที่จะไปเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมสุดหรู (38%) สำหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวมไปถึงคนในท้องถิ่นสามารถอิงไปกับกระแสดังกล่าวซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยยกระดับและเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อในท้องถิ่น อาทิ สมุนไพรจากภูมิปัญญาชาวบ้าน อาหารขึ้นชื่อในแต่ละท้องที่ นอกจากนี้กิจกรรมต่างๆ เช่น การทำผ้าทอมือ การย้อมผ้า การทำเครื่องเงิน หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่โดดเด่นในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยถือเป็นจุดขายที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจีนต้องการมาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

ด้านภาครัฐ ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักสามารถส่งเสริมและปรับปรุงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวชาวจีนได้เช่นกัน อาทิ พัฒนาระบบสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชั่น WeChat ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในที่พัก เช่น การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในตัวเมือง ระบบเชื่อมต่อ Wi-Fi ความเร็วสูง และการให้บริการลูกค้าอื่นๆ ตลอดไปจนถึงแนะนำหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการจองตั๋วหรือซื้อบัตรในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น ความต้องการดังกล่าวคือปัจจัยสำคัญที่เหล่านักท่องเที่ยวคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศอื่นๆ

การโพสและแชร์ภาพเซลฟี่คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเป็นอย่างยิ่งระหว่างท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมา 65% ใช้การถ่ายภาพมุมกล้องที่เห็นบุคคลในฝั่งตรงข้ามอยู่ร่วมเฟรมเพื่อเพิ่มยอดไลค์และสร้างภาพลักษณ์บนโซเชี่ยลมีเดีย มากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (56%) มักจะถ่ายภาพตัวเอง หรือ ภาพเซลฟี่เพื่อบรรยายความรู้สึกต่างๆ โซเชี่ยลมีเดีย (52%) และการแชร์คลิปวีดีโอต่อๆ กันมา (51%) คือสิ่งสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวจีนทุกช่วงวัยเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนท่องเที่ยว

เนลสัน อัลเลน ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Hotels.com กล่าวว่า "ในขณะที่นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มมิลเลนเนียลได้รับอิทธิพลจากโซเชี่ยลมีเดียและติดตามเทรนด์ต่างๆ ตามสื่อออนไลน์ อย่างไรก็ตามจากผลสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวจีนทุกช่วงวัยติดตามข่าวสารและกระแสต่างๆ ผ่านสื่อออนไลน์ไม่แพ้นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่เช่นกัน"

"นักท่องเที่ยวจีน 52% แสวงหาข้อมูลต่างๆ จากการเลื่อนดูหน้าฟีดบนโซเชี่ยลมีเดีย โดย 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวที่สูงอายุให้ความเห็นว่า การตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวล้วนได้รับอิทธิพลมาจากลูกหลานที่เป็นคนค้นหาข้อมูลจากโลกดิจิตัล"

โยฮัน สแวนสตรอม ประธานแบรนด์ Hotels.com กล่าวว่า "นักเดินทางทุกคนรู้สึกยินดีที่ได้รับการต้อนรับที่เป็นมิตรในประเทศใหม่ๆ ที่พวกเขาได้เดินทางไปท่องเที่ยว มนุษย์แทบทุกคนล้วนต้องการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนที่พวกเขาได้พบเจอ โดยเฉพาะเมื่อต้องไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ เช่นเดียวกับข้อมูลที่พบจากผลสำรวจข้อมูลการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีน หรือ CITM ที่แสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนรู้สึกสะดวกสบาย และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเมื่อพบกับพนักงานขายที่สามารถสื่อสารภาษาจีนกลางได้ ร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านแพลตฟอร์บนโทรศัพท์มือถือ รวมถึงการมีป้ายหรือสัญลักษณ์ที่มีภาษาจีนกำกับ"

"ผู้ประกอบการด้านธุรกิจโรงแรมจะเริ่มตื่นตัวไปกับคลื่นลูกใหม่ของนักเที่ยวจีนที่ชอบความไฮเทคและมีความแอกทีฟตลอดเวลา ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้ประกอบการนั้นสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนนี้ได้ในหลากหลายแง่มุม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนสนุก มีสีสันและมอบอิสระให้กับความต้องการของนักท่องเที่ยวจีนในอนาคต และ Hotels.com ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการเหล่านั้นให้เป็นจริงแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน"


Latest Press Release

โตเกียว ขึ้นแท่นอันดับ 1 เมืองสุดฮิตสำหรับคนไทยในช่วงวันหยุดสงกรานต์ อโกด้า เผยนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

เป็นที่ทราบกันดีว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่คนไทยมักเดินทางกลับบ้านเพื่อไปเยี่ยมครอบครัว รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ เข้าวัดทำบุญ และเล่นน้ำคลายร้อน แต่จากข้อมูลการจองห้องพักล่าสุดของ อโกด้า (http://www.agoda.com/?site_id=1811392)...

ตึกเอ็มไพร์สเตท จับมือ EarthCam เปิดกล้องให้แฟน ๆ ทั่วโลกรับชมบรรยากาศของตึกอันเป็นไอคอนระดับโลก บนเว็บไซต์หลักของอาคาร

ตึกเอ็มไพร์สเตท (ESB) ประกาศในวันนี้ว่า ทางอาคารจะเปิดกล้องวิดีโอของ EarthCam 2 ตัว เพื่อให้แฟน ๆ ทั่วโลกมีโอกาสรับชมภาพวิดีโอสด ๆ ของตึกเอ็มไพร์สเตท รวมถึงวิวที่เห็นจากตึกเอ็มไพร์สเตททุกวันตลอด 24 ชั่วโมงที่...

CO OP ปากน้ำแฟร์ 2019 กลุ่มเกษตรกร เกษตรกรแปลงใหญ่และกลุ่มอาชีพ วันที่ 2-8 เมษายน 2562 ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สมุทรปราการ

สหกรณ์จังหวัดสมุทรปราการ นายนรินทร์ ยิ้มสรวล ดันสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรแปลงใหญ่ของดีของเด่น จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการผลิต ลดต้นทุนควบคู่กับการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และยังสร้างมูลค่าเพิ่มโดยแปลงใหญ่กลุ่มอาชีพ หรือสหกรณ์ อีกด้วย...

ภาพข่าว: การบินไทยจัดการประชุม Star Alliance CSC Thailand ประจำปี ครั้งที่ 1

นายกรกฏ ชาตะสิงห์ (แถวหลังที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายขาย-ประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธาน CSC Thailand เป็นประธานจัดการประชุม Star Alliance Country Steering Councils Thailand (CSC Thailand) ประจำปี ครั้งที่ 1...

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ร่วมกับ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จัด วัดร่องขุ่น ไลท์เฟส สุดยอดโชว์เทคนิคมัลติมีเดียระดับเวิลด์คลาส ทุ่ม 100 ล้าน กระตุ้นการท่องเที่ยวไทย

2 ครีเอเตอร์ บริษัทอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ บุกอีเว้นท์ระดับโลกจัดงานอภิมหาโปรเจกต์ "วัดร่องขุ่น ไลท์เฟส" ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท สร้างสรรค์สุดยอดโชว์เทคนิคมัลติมีเดียระดับเวิลด์คลาส เลเซอร์มากกว่า100...

Related Topics