“SENA” ฝ่ามรสุมพายุ ดันกำไร Q1/63 โต 44% รีเซ็ตธุรกิจรับตลาดอสังหาฯยุค Next Normal

ข่าวประชาสัมพันธ์อสังหาริมทรัพย์ Wednesday May 27, 2020 12:08
กรุงเทพฯ--27 พ.ค.--เสนาดีเวลลอปเม้นท์

“SENA” ฝ่าวิกฤตโควิด ปรับกลยุทธ์ ลดต้นทุน หนุนผลกำไรสุทธิ Q1/63 แตะ 230 ล้านบาท โต 44% เผยยอด Backlog รอรับรู้กว่า 11,809 ลบ. พร้อมเดินกลยุทธ์ “SENA Zero COVID” รับมือทุกช่วงสถานการณ์มรสุมพายุ เดินหน้าเปิด 7 โครงการ พร้อมติดตั้งโซลาร์ฯทาวน์โฮม นำร่องเสนาวิลล์ ลำลูกกา คลอง 6 เปิดจองมิ.ย.นี้ หวังรับ Next Normal

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์โครงการหมู่บ้านโซลาร์เซลล์เต็มรูปแบบรายแรกของไทย เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1/63 ของบริษัทและบริษัทย่อย ว่าในไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาแบ่งเป็น 2 ส่วน   ประกอบด้วยรายได้จากโครงการของทางเสนา 565 ล้านบาท และรายได้จากโครงการของบริษัทร่วมทุนอีก 676 ล้านบาท รวมเป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาฯทั้งสิ้น 1,289 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากอสังหาฯ 997 ล้านบาท และยังมีรายได้จากธุรกิจเช่า บริการ เท่ากับ 356.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.8 ล้านบาท หรือคิดเป็น   95% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากธุรกิจโซลาร์ (EPC) เท่ากับ 6.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาท หรือคิดเป็น   52%

ทั้งนี้ หากมองในภาพรวมความสามารถการทำรายได้ของกลุ่มบริษัท จะมีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,652 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 542 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 49% เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,110 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 230 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเท่ากับ 70 ล้านบาท หรือคิดเป็น 44% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 160 ล้านบาท (รายได้จากโครงการร่วมทุน 676 ล้านบาท) จะเป็นส่วนหนึ่งของรายการส่วนแบ่งกำไร(ขาดทุน) ในไตรมาสนี้เป็นผลกำไรรวม 34 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการ Niche Mono สุขุมวิท - แบริ่ง ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และรายได้จากโซลาร์ฟาร์ม

ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าขายแล้วรอโอน (Backlog) จำนวน 11,809 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในปีนี้ 6,443 ล้านบาท โดยมียอดรอโอนจากโครงการร่วมทุน 3 โครงการเป็นหลัก มูลค่าประมาณ 5,325 ล้านบาท ประกอบด้วย Niche Mono สุขุมวิท- แบริ่ง ,Niche Pride เตาปูน – อินเตอร์เชนจ์ และ Niche Mono เจริญนคร และยอดรอโอนจากโครงการ บมจ.เสนา อีกมูลค่าประมาณ 1,118 ล้านบาท ทั้งนี้มีสินค้าคงเหลือขาย   25,351 ล้านบาท (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563) ซึ่งจำนวนดังกล่าวมีสินค้าคงเหลือขายที่สามารถขายแล้วโอนกรรมสิทธิ์รับรู้รายได้ในปีนี้เป็นโครงการคอนโดมิเนียมราว 5,900 ล้านบาท โดยในไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดขายโครงการใหม่ 3 โครงการ รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 1,515 ล้านบาท ประกอบด้วย The Kith รังสิต-ติวานนท์ มูลค่าโครงการ 490 ล้านบาท , โครงการ The kith พุทธมณฑล สาย 7 มูลค่าโครงการ 192 ล้านบาท และโครงการร่วมทุน Niche Mono อิสรภาพ มูลค่าโครงการ   833 ล้านบาท   ปัจจุบันโครงการนี้มียอดขายมากกว่า 45% แล้ว

ทั้งนี้ ทางบริษัทปรับแผนการเปิดโครงการใหม่ ปี 2563 เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไปภายใต้มาตรการ “SENA ZERO COVID”   จากเดิมจะเปิด 10 โครงการ มูลค่า 7,500 ล้านบาท เป็นเปิด 7 โครงการ   มูลค่า 4,500 ล้านบาท ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 3 โครงการ ซึ่งจะเปิดอีก 4 โครงการ ดังนี้ 1.เดอะ คิทท์ พลัส พหลโยธิน – คูคต (เฟส 2)   2.เสนา วิลเลจ รังสิต –ติวานนท์ 3.เสนา เวล่า เทพารักษ์ - บางบ่อ   4.เสนา คิทท์ เทพารักษ์ - บางบ่อ ส่วนอีก 3 โครงการ ประกอบด้วย PITI สมเด็จเจ้าพระยา , Niche Pride บางโพ , เสนา วีว่าเทพารักษ์นั้น ทางบริษัทขอพิจารณาอีกครั้งตามเหมาะสมและสภาพทางการตลาดหลังจากนี้ โดยปี 63 บริษัทยังคงตั้งเป้ายอดขายไว้ที่   11,500 ล้านบาท และ เป้าโอน 10,600 ล้านบาท

ล่าสุด ทางบริษัทเตรียมเปิดโปรดักส์ใหม่ “ทาวน์โฮมติดโซลาร์” นับเป็นรายแรกของวงการอสังหาฯ เจาะคอนซูมเมอร์ระดับกลาง – ล่าง พร้อมติดตั้งโซลาร์ขนาด 1.28 กิโลวัตต์ ประเดิมทาวน์โฮม 2 ชั้นย่านลำลูกกา คลอง 6   ระดับราคา 2 ล้านกว่าบาทขึ้นไป กำหนดเปิดขายช่วงเดือนมิถุนายน 2563 นี้ สำหรับการติดตั้งโซลาร์จะช่วยตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป Next Normal หลังโควิดผ่านพ้นไปได้ เพราะการติดโซลาร์ช่วยประหยัด และ “ลดค่าใช้จ่าย” ระยะยาวนาน 25 ปี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำงานที่บ้าน (Work From Home) หรือคนมีรายได้จำกัด และกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องอยู่บ้านตลอดเวลา เป็นต้น


Latest Press Release

“แอสเซทไวส์” เดินหน้าเปิดแลนด์มาร์คใหม่ด้วย “โมดิซ ไรห์ม รามคำแหง” (Modiz Rhyme Ramkhamhaeng)

“แอสเซทไวส์” เดินหน้าเปิดแลนด์มาร์คใหม่ด้วย “โมดิซ ไรห์ม รามคำแหง” (Modiz Rhyme Ramkhamhaeng) ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมแห่งแรก และแห่งเดียวบนย่านรามคำแหง มูลค่าโครงการกว่า 1,790 ล้านบาท แอสเซทไวส์ เดินหน้าลุยตลาดอสังหาฯ...

“CMC” ประกาศ Unlock Party 5 คอนโดพร้อมอยู่ทำเลทอง คุ้มค่าคุ้มราคา พร้อมเปย์วันเดียวเท่านั้น 11 ก.ค. นี้

บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) CMC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนทำเลศักยภาพ ประกาศ UNLOCK PARTY* ปลดล็อคโปรโมชันและราคาครั้งใหญ่ คุ้มค่าคุ้มราคา กับ 5 คอนโดพร้อมอยู่ทำเลทองแนวรถไฟฟ้า ได้แก่ ชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 64/1 เพียง 1 นาทีถึง BTS ปุณณวิถี...

“แมสซารีน รัชโยธิน” (MAZARINE Ratchayothin) จาก แกรนด์ ยูนิตี้ คอนโดมิเนียมใหม่ พร้อมอยู่ ใจกลางรัชโยธิน ติดรถไฟฟ้า BTS “0” เมตร

“แมสซารีน รัชโยธิน” คอนโดมิเนียมใหม่ สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีรัชโยธินแบบ “0” เมตร ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย พิถีพิถันทุกองค์ประกอบในการดีไซน์ มาพร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 ชั้น...

ภาพข่าว : แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น จับมือพันธมิตรสร้างโครงการคุณภาพกับ พี ไอ เอ อินทีเรีย เดินหน้าพัฒนา 18 โครงการทั่วประเทศ

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ลงนามในบันทึกข้อตกลงครั้งสำคัญ กับ นางรุจิราภรณ์ หวั่งหลี...

ครั้งแรกในโครงการคอนโดมิเนียม “แอสเซทไวส์” เปิดตัว “Health Station” ส่งต่อความใส่ใจ และยกระดับการดูแลสุขภาพสู่ลูกบ้าน

เพราะแอสเซทไวส์ เชื่อว่า “ความสุข” ของการพักอาศัยในทุกวันมาจาก “สุขภาพที่ดี” จึงมุ่งมั่น และตั้งใจยกระดับการอยู่อาศัยให้ครอบคลุม ทุกการใช้ชีวิตเพื่อให้ลูกบ้านของแอสเซทไวส์ได้มีสุขภาพดี โดยมอบเทคโนโลยีแห่งการอยู่อาศัยต่างๆ...

Related Topics