ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศกำไรสุทธิงวด 9 เดือน 2558 จำนวน 846.5 ล้านบาท กำไรสุทธิงวดไตรมาส 3 เติบโตขึ้นจากไตรมาส 1 และไตรมาส 2 เป็นลำดับ

อังคาร ๒๐ ตุลาคม ๒๐๑๕ ๑๗:๐๘
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2558 มีรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 9,274.4 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 1,537.2 ล้านบาท หรือร้อยละ 19.9 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2557 สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิร้อยละ 6.5 รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิร้อยละ 20.3 และรายได้อื่นร้อยละ 94.8 กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.4 เป็นจำนวน 3,962.4 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ร้อยละ 2.1
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศกำไรสุทธิงวด 9 เดือน 2558 จำนวน 846.5 ล้านบาท กำไรสุทธิงวดไตรมาส 3 เติบโตขึ้นจากไตรมาส 1 และไตรมาส 2 เป็นลำดับ

สำหรับกำไรสุทธิงวด 9 เดือนปี 2558 อยู่ที่ 846.5 ล้านบาท ลดลงจำนวน 53.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.0 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นร้อยละ 105.4 เป็นผลเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรายไตรมาสเติบโตขึ้นเป็นลำดับ โดยกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3 ปี 2558 อยู่ที่ 498.4 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากไตรมาส 2 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 217.5 ล้านบาท และไตรมาส 1 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 130.6 ล้านบาท

เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานงวดเก้าเดือนปี 2558 และ 2557 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 377.2 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.5 เป็นผลจากการขยายสินเชื่อ (แต่หากไม่รวมผลจากการไถ่ถอนตราสารหนี้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนก่อนกำหนดแล้วรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเพิ่มขึ้นจำนวน 467.2 ล้านบาทหรือร้อยละ 8.2 ) รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 189.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 20.3 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมจากการให้บริการสินเชื่อ ค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนและค่าธรรมเนียมบริการที่ปรึกษาทางการเงิน และรายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น 971.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 94.8 ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกรรมบริหารเงินและรายได้เงินปันผล

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือนปี 2558 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2557 เพิ่มขึ้นจำนวน 107.8 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.1 สาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าภาษีอากร ค่าตอบแทนกรรมการ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน สุทธิกับการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นอันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขาย อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ต่อรายได้จากการดำเนินงานงวดเก้าเดือนปี 2558 อยู่ที่ร้อยละ 57.3 ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2557 อยู่ที่ ร้อยละ 67.3 เป็นผลจากการปรับปรุงแผนการบริหารจัดการเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีผนวกกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) อยู่ที่ร้อยละ 3.16 สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2558 ในขณะที่งวดเก้าเดือนปี 2557 อยู่ที่ร้อยละ 3.36 เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำและต้นทุนเงินฝากที่สูงขึ้น

วันที่ 30 กันยายน 2558 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 199.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 217.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 จากสิ้นปี 2557 ซึ่งมีจำนวน 211.7 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (the Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 91.9 จากร้อยละ 90.1 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557

สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อยู่ที่ 8.6 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้น (NPL ratio) อยู่ที่ร้อยละ 4.3 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557อยู่ที่ร้อยละ 3.3 สืบเนื่องจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงอ่อนแอส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ อย่างไรก็ตาม ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทยยังคงมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อ และนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมขึ้น ตลอดจนได้มีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ การดำเนินการดูแล และการแก้ไขลูกหนี้ที่ถูกผลกระทบดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 อยู่ที่ร้อยละ 89.2 ลดลงจากสิ้นปี 2557 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 95.2 ส่วนเงินสำรองของกลุ่มธนาคาร ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 อยู่ที่จำนวน 7.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 2.5 พันล้านบาท

เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 30 กันยายน 2558 มีจำนวน 32.0 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยงร้อยละ 13.7 โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ร้อยละ 9.1

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๒๖ พ.ย. IMH ย้ำชัด ประกาศตัวเป็นผู้นำโรงพยาบาลโควิดแบบครบวงจร
๒๖ พ.ย. ไทยพาณิชย์ชูหลักสูตรพัฒนาทักษะคนดิจิทัล หนุนไปรษณีย์ไทย เติบโตก้าวกระโดด
๒๖ พ.ย. ก.ล.ต. เตรียมปรับปรุง พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การออมภาคบังคับ
๒๖ พ.ย. STI ร่วมกับ ธพส. มอบกล่อง COVID Care Box ให้กับชุมชนรอบศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ
๒๖ พ.ย. UREKA บริจาคถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา
๒๖ พ.ย. รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เตรียมเปิด ศูนย์ข้อเทียมโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ แบบครบวงจร พร้อมนำเทคโนโลยีแขนหุ่นยนต์มาช่วยผ่าตัด ต้นปี 2565
๒๖ พ.ย. เอ็นเตอร์เทนเม้นท์นาว-MONO29 รวบตัว เจมส์-โบว์ สอนเป่าคาถารักจากหนัง อโยธยา มหาละลวย
๒๖ พ.ย. เปิดตัวแล้ว!! The Judge ของรายการเรียลลิตี้ระดับโลก โปรเจกต์ รันเวย์ ไทยแลนด์
๒๖ พ.ย. มหาวิทยาลัยพะเยา เข้าร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิจัย ในงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo
๒๖ พ.ย. ครั้งแรกในประเทศไทย ม.มหิดล คิดค้นและพัฒนาแอปพลิเคชัน CSE for Deaf คัมภีร์สุขภาวะทางเพศ ในโลกไร้เสียงที่ไม่ต้องใช้ภาษามือ