รมว.พม. ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างศูนย์ผู้สูงอายุ ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งเยี่ยมผู้สูงอายุเพื่อให้โอกาส เกียรติ และกำลังใจ ที่ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ บ้านธรรมปกรณ์(เชียงใหม่)

พุธ ๐๖ กรกฎาคม ๒๐๑๖ ๑๐:๑๐
พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วยนายอนุสันต์ เทียนทอง อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ และคณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างศูนย์ผู้สูงอายุ ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์ จังหวัดเชียงใหม่

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอยู่อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี โดยมีแนวคิดจัดทำที่อยู่อาศัยพร้อมระบบดูแลผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ (ผู้สูงอายุที่มีฐานะ) โครงการก่อสร้างศูนย์ผู้สูงอายุได้กำหนดให้มีการสำรวจหาพื้นที่ในการออกแบบสร้างอาคาร รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ เพื่อเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ดังนั้น จึงได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างศูนย์ผู้สูงอายุ ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนี้ เพื่อนำไปเป็นแนวทางตอบสนองความเป็นอยู่ และความต้องการของผู้สูงอายุอย่างแท้จริง

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์ จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนี้ พบว่า มีผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลด้านสวัสดิการสังคมภายในศูนย์ฯ จำนวนทั้งสิ้น ๑๓๓ คน แบ่งเป็นชาย ๗๔ คน และหญิง ๕๙ คน อายุระหว่าง ๖๐ – ๙๙ ปี สำหรับศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์ (เชียงใหม่) เดิมใช้ชื่อ "สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์ (เชียงใหม่)" ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๙๘ ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์คนชราแห่งที่สองของประเทศไทย ถัดจากสถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค โดยเริ่มแรกมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อรับอุปการะเลี้ยงดูผู้สูงอายุที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดภาคเหนือรวม ๑๗ จังหวัด และประสบปัญหาความเดือดร้อน ไม่มีผู้อุปการะเลี้ยงดู ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๖ ได้ปรับบทบาทจากหน่วยงานที่ให้การดูแลผู้สูงอายุในรูปแบบสถานสงเคราะห์แต่เพียงอย่างเดียว มาเป็นงานส่งเสริมสนับสนุน การดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น"ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์ (เชียงใหม่)" เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ภายใต้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนา สังคมฯ รับผิดชอบพื้นที่ ๗ จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดแพร่ น่าน ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอนและพะเยา และภายหลังการปรับโครงสร้างกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์ (เชียงใหม่) จึงมีการปรับเปลี่ยนมาอยู่ภายใต้กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๘

"ทั้งนี้ เพื่อเป็นการให้โอกาส เกียรติ และกำลังใจแก่ผู้สูงอายุ จึงได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมร่วมจัดเลี้ยงและรับประทานอาหารเย็นร่วมกับผู้สูงอายุผู้ได้รับการดูแลด้านสวัสดิการสังคม เพื่อเป็นการแสดงถึงความห่วงใยในการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอยู่อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรีต่อไป" พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวในตอนท้าย

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๒๔ ยันม่าร์ ประกาศอย่างเป็นทางการในการสนับสนุนสมาคมฟุตบอลอาเซียน
๑๗:๑๔ รู้ใจชวนทำความรู้จักเทเลเมติกส์ เทคโนโลยีลดอุบัติเหตุ ขับเคลื่อนท้องถนนปลอดภัย
๑๗:๐๙ The Food School Bangkok ผนึก 2 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ มอบทุนกว่า 1.5 ล้านบาท เปิดตัว Future Chef of the World 2025
๑๗:๓๔ โรงพยาบาลหัวเฉียว จัดโครงการธรรมโอสถ บรรยายธรรมะเรื่อง ทำงานอย่างไรให้มีความสุข
๑๗:๑๗ JGAB 2025 เปิดเวที The Next Gem Awards 2025 เฟ้นหาดีไซน์เนอร์เครื่องประดับรุ่นใหม่
๑๖:๐๙ ผถห. LEO ไฟเขียวปันผล 0.14 บาท/หุ้น รับทรัพย์ 14 พ.ค.นี้ เดินหน้ายุทธศาสตร์ LEO Go Green - รุกขยายธุรกิจใหม่ ดันกำไรขั้นต้นโตต่อเนื่อง
๑๖:๕๗ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ เปิดตัวโซลูชันคลังสินค้าและโลจิสติกส์อัจฉริยะ ยกระดับการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB)
๑๖:๔๖ กระทรวง อว. โดย สวทช. - กรมควบคุมโรค กระทรวง สธ. ผนึกกำลังใช้ระบบ DDC-Care Platform เทคโนโลยีรับมือโรคระบาดข้ามพรมแดน
๑๖:๕๙ สจล. ร่วมมือมูลนิธิปัญพัฒน์เพื่อคนพิการ ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมอาชีพครอบครัวคนพิการอย่างยั่งยืน
๑๖:๓๕ KOAN ในเครือ CPW บุกตลาด Smart Home เปิดตัวนวัตกรรมบ้านอัจฉริยะในงานสถาปนิก'68 ภายใต้แนวคิด Touch And