สศก. เปิดผลศึกษาการค้าเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ระบุ ปี 59 มูลค่ารวมกว่า 6 หมื่น 8 พันล้านบาท

จันทร์ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๗ ๐๙:๒๐
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ลงพื้นที่ศึกษาแนวทางพัฒนาการเกษตรจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรณีศึกษาเขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ระบุ การค้าผ่านด่านศุลกากรแม่สอดปี 2559 มีมูลค่ารวม 68,313 ล้านบาท ขณะนี้มี 4 สหกรณ์การเกษตรที่ดำเนินธุรกิจการค้ากับประเทศเมียนมาร์ เผย ปัญหาการลักลอบค้าขายในบริเวณชายแดนพบน้อยลง และมีการเปลี่ยนรูปแบบการซื้อขายที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น

นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการศึกษาแนวทางพัฒนาการเกษตรจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรณีศึกษาเขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 , 2 และ 12 ได้ดำเนินการศึกษาถึงสถานการณ์การค้า รูปแบบการบริหารจัดการด้านการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรของสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ ความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งประกอบด้วยเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญในระดับพื้นที่ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการค้าส่งออกและนำเข้าสินค้าเกษตร 5อันดับสูงสุด และผู้จัดการสหกรณ์ที่นำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรของไทย-เมียนมาร์ รวม 139 ราย พบว่า

สถานการณ์การค้าผ่านด่านศุลกากรแม่สอดจังหวัดตากปี 2559 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 68,313 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 64,240 ล้านบาท และมูลค่านำเข้า 4,073 ล้านบาท ซึ่งการนำเข้าสินค้าจะดำเนินการแบบมีข้อตกลงซื้อขายระหว่างกันของผู้ซื้อและผู้ขาย โดยร้อยละ 70 นำเข้าและส่งออกผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายด้านการส่งเสริมการค้าชายแดนของทั้งสองประเทศ

สำหรับรูปแบบการบริหารจัดการด้านการนำเข้า - ส่งออกสินค้าเกษตรของสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ พบว่า มีสหกรณ์การเกษตรที่ดำเนินธุรกิจการค้ากับประเทศเมียนมาร์ 4 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์นิคมแม่สอด จำกัด สหกรณ์นิคม แม่ระมาด จำกัด สหกรณ์การเกษตรแม่ระมาด จำกัด และสหกรณ์การเกษตรพบพระ จำกัด ตามนโยบายของรัฐบาลด้านการส่งเสริมการค้าชายแดนที่มีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักภายใต้กรอบ AFTA ซึ่งอนุญาตให้นำเข้าผลผลิตได้ในช่วง1 กุมภาพันธ์ – 31 สิงหาคมของทุกปี เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรภายในประเทศ โดยปริมาณการนำเข้าขึ้นอยู่กับปริมาณการจัดสรรโควตาให้แก่สหกรณ์

ด้านความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) เห็นว่าปัญหาการลักลอบค้าขายในบริเวณชายแดนน้อยลงและเปลี่ยนเป็นรูปแบบการซื้อขายที่ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาด้านโลจิสติกส์ และการพัฒนาคลังสินค้าเริ่มมีมากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมในการแข่งขันทางการค้าในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย และปัญหาการลับลอบนำเข้าสินค้าเกษตรอยู่บ้าง

ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนาการเกษตรในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จังหวัดตาก ควรเน้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) เน้นการทำงานร่วมกันระหว่าง Stakeholders ในพื้นที่ เช่น จัดเวทีเพื่อเจรจาให้ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเกษตรดำเนินการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อป้อนอุตสาหกรรม เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น 2) ประสานการทำงานเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐของไทย - เมียนมาร์ เช่น จัดให้มีการเจรจาการค้าระหว่างประเทศเกี่ยวกับประเด็นปัญหาสถานการณ์การนำเข้า - ส่งออกผ่านด่านชายแดนแม่สอด 3) ส่งเสริม สนับสนุน เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในพื้นที่ เช่น สนับสนุนให้สถาบันเกษตรกร/ผู้ประกอบการภาคเอกชนสร้างคลังสินค้า (แก้มลิง) สนับสนุนอุปกรณ์การตลาด เช่น ไซโล เครื่องอบ ลานตาก ให้มีศักยภาพในการบริหารจัดการผลผลิตในพื้นที่ และ 4) พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น พัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ตลอดจนจัดสรรและกำหนดกรอบอัตรากำลัง/บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐให้สามารถปฏิบัติงานประจำตามภารกิจของแต่ละหน่วยงานเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สำหรับท่านที่สนใจข้อข้อมูลผลการศึกษาเพิ่มเติม สามารถขอรับข้อมูลได้ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก โทร. 055 322 650 หรือ อีเมล

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๒๕ ก.พ. โมรินากะ ลุยตลาดออนไลน์ ส่งตรงผลิตภัณฑ์ อร่อย-กินเพลิน-ดีต่อสุขภาพ มัดใจผู้บริโภคไทย
๒๕ ก.พ. TM เผยงบปี 2563 กำไรสุทธิ 41.69 ล้านบาท เดินหน้าปันผล 0.10 บาทต่อหุ้น พร้อมเคาะจ่ายปันผล 14 พ.ค.นี้
๒๕ ก.พ. ทริส คอร์ปอเรชั่น เตรียมจัดงาน TRIS Annual Forum ภายใต้แนวคิด Maturity in Privacy เผยแพร่ความสำคัญของ Data Governance และ
๒๕ ก.พ. อินโดรามา เวนเจอร์ส แถลงผลประกอบการปี 2563
๒๕ ก.พ. 'เดอะเซนโทร คอนโด บางแสน' ยอดขายดีต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นหนึ่ง แบบห้อง Dual Key แห่งเดียวในภาคตะวันออก มั่นใจ EEC
๒๕ ก.พ. ดาร์วิดฯ จับมือธ.ไทยเครดิตขายสินทรัพย์ติดจำนอง
๒๕ ก.พ. ATT จับมือ TEPCO PG คว้างานที่ปรึกษาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยใต้ดินลุมพินี กฟน.
๒๕ ก.พ. เอ็นไอเอ เตรียมส่ง 66 สตาร์ทอัพฮีโร่ ร่วมแก้วิกฤตภาคเกษตรไทย พร้อมโชว์ 3 เทรนด์นวัตกรรมเกษตรทำแล้วรวย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การบริโภคปี
๒๕ ก.พ. ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศผลประกอบการปี 2563 รับรู้รายได้ 5,748.82 ล้านบาท ขยายตัว 24% กำไรสุทธิ 1,333.17 ล้านบาท ขยายตัว
๒๕ ก.พ. คณะวิศวฯ มก. สนับสนุนงบฯ 3 ล้านบาท เดินหน้าพัฒนา นวัตกรรมต้านภัยโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง