รายงานของ UOB, PwC, SFA เผยบริษัทฟินเทคในสิงคโปร์ดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลกมากที่สุดในอาเซียน

พฤหัส ๑๔ พฤศจิกายน ๒๐๑๙ ๑๔:๓๐
นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นฐานที่มั่นของบริษัทฟินเทคที่ต้องการขยายธุรกิจทั่วอาเซียน
รายงานของ UOB, PwC, SFA เผยบริษัทฟินเทคในสิงคโปร์ดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลกมากที่สุดในอาเซียน

จากรายงาน "FinTech in ASEAN: From Start-up to Scale-up" ที่เผยแพร่โดยธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ หรือธนาคารยูโอบี (UOB), ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (PwC) และสมาคมฟินเทคสิงคโปร์ (SFA) ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) ในสิงคโปร์ยังคงดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลกมากที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 51) รายงานชิ้นนี้ยังระบุด้วยว่าสิงคโปร์เป็นฐานที่มั่นอันดับหนึ่งในภูมิภาคสำหรับบรรดาบริษัทฟินเทค โดยเป็นที่ตั้งของบริษัทฟินเทคร้อยละ 45 จากทั้งหมดในอาเซียน

รับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ www.prnasia.com/…1.shtml

จากการที่รัฐบาลสิงคโปร์ส่งเสริมนวัตกรรมฟินเทคในภาคส่วนต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ เงินทุนสำหรับบริษัทฟินเทคในสิงคโปร์จึงมีการกระจายอย่างทั่วถึง โดยมีนวัตกรรมการประกันภัย การชำระเงิน และการเงินส่วนบุคคลเป็นภาคส่วนที่ได้รับเงินทุนมากที่สุด รายงานระบุว่า เงินทุนที่กระจายอย่างทั่วถึงนี้ยังสะท้อนถึงภูมิทัศน์ด้านฟินเทคในสิงคโปร์ที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน ที่อุตสาหกรรมฟินเทคยังคงใหม่และเน้นไปที่นวัตกรรมการชำระเงินเป็นส่วนใหญ่

คุณเจเน็ต ยัง หัวหน้าฝ่าย Group Channels and Digitalisation ของธนาคารยูโอบี กล่าวว่า "สิงคโปร์มีกฎเกณฑ์และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวย ทั้งยังได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน และมีอุตสาหรรมฟินเทคที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เป็นฐานที่มั่นที่น่าดึงดูดใจสำหรับบริษัทที่ต้องการคว้าโอกาสจากศักยภาพการเติบโตในอาเซียน และด้วยเหตุนี้ บริษัทจำนวนมากในสิงคโปร์จึงพัฒนาจากการระดมทุนขั้นต้นไปสู่ขั้นปลาย"

"อย่างไรก็ดี การขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคที่มีความหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งในโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ บริษัทฟินเทคต้องแสวงหาพันธมิตรที่สามารถมอบประสบการณ์ ข้อมูลเชิงลึก และสร้างคอนเนคชัน เพื่อรับมือกับกฎเกณฑ์และภูมิทัศน์การดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศในอาเซียน"

ความแข็งแกร่งทางการเงิน การนำเสนอคุณค่า และบุคลากรมากความสามารถ คือกุญแจสู่ความสำเร็จในอาเซียน

ลูกค้าหลักของบริษัทฟินเทคคือธุรกิจต่าง ๆ (ร้อยละ 79) และในจำนวนนี้ สถาบันการเงินคิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) ของลูกค้าหลักทั้งหมด ตามมาด้วยองค์กร (ร้อยละ 17) และ SME (ร้อยละ 12) ส่วนที่เหลือคือผู้บริโภคและบริษัทสตาร์ทอัพ (ร้อยละ 21)

เนื่องจากสถาบันการเงินและองค์กรเกือบทั้งหมดมักมีขั้นตอนการอนุมัติหลายขั้นตอน บริษัทฟินเทคจึงต้องเตรียมตัวเตรียมใจว่าการทำข้อตกลงและการได้ลูกค้ากลุ่มนี้อาจต้องใช้เวลานานกว่าปกติ ดังนั้น บริษัทฟินเทคที่นำเสนอโซลูชันแบบ B2B ต้องมั่นใจว่ามีสายป่านยาวพอที่จะแบกรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน

รายงานยังพบว่า บริษัทฟินเทคในอาเซียนมีมุมมองบวกเกี่ยวกับการระดมทุนในปัจจุบันและอนาคต โดยเกือบครึ่งหนึ่งเชื่อมั่นว่าสามารถระดมทุนได้มากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการระดมทุนรอบต่อไป

คุณหว่อง ว่านอี้ หัวหน้าฝ่ายฟินเทคของ PwC Singapore กล่าวว่า "มุมมองบวกดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เมื่อพิจารณาจากอนาคตที่สดใสของภูมิภาคอาเซียนและการที่อุตสาหกรรมการเงินมีอิสระมากขึ้นเพราะเทคโนโลยีธนาคารดิจิทัล นอกจากนี้ ความแพร่หลายของโทรศัพท์มือถือและศักยภาพของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ยังทำให้บริษัทฟินเทคเป็นกลไกหลักในการพัฒนาบริการทางการเงินในอาเซียน ด้วยการมอบประสบการณ์ที่ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และสะดวกสบายขึ้น อุตสาหกรรมฟินเทคมีความสามารถในการแข่งขันสูง ดังนั้น บริษัทฟินเทคก็ต้องมีเป้าหมายและนำเสนอคุณค่าให้แก่ลูกค้าอย่างชัดเจน รวมถึงขยายธุรกิจในจังหวะที่เหมาะสมและสมเหตุสมผล"

การสรรหาบุคลากรมากความสามารถยังคงเป็นเรื่องท้าทาย ขณะที่บริษัทฟินเทคร้อยละ 58 ระบุว่าปัญหาดังกล่าวเป็นอุปสรรคของการขยายธุรกิจในภูมิภาค

คุณเชีย ฮก ไหล ประธานของ SFA กล่าวว่า "บริษัทฟินเทคต้องพิจารณาว่ามีบุคลากรที่เชี่ยวชาญและมีคุณสมบัติเหมาะสมในที่ที่จะขยายธุรกิจหรือไม่ การสรรหาบุคลากรมากความสามารถต้องอาศัยเวลา บริษัทฟินเทคจึงต้องวางแผนล่วงหน้าเมื่อจะขยายธุรกิจและทีมงานในตลาดใหม่ วิธีหนึ่งที่แนะนำคือ การจ้างบุคลากรมากความสามารถล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนก่อนขยายธุรกิจในตลาดใหม่"

สามารถดาวน์โหลดรายงาน "FinTech in ASEAN: From Start-up to Scale-up" ได้ที่ uob.com/fintech2019

เกี่ยวกับ ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์

ธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ จำกัด (ยูโอบี) คือธนาคารชั้นนำในเอเชียที่มีเครือข่ายสำนักงานกว่า 500 แห่ง ใน 19 ประเทศและเขตปกครอง ทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2478 ยูโอบีได้สร้างการเติบโตจากภายในองค์กรเองและผ่านการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์มาอย่างต่อเนื่อง ยูโอบีได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในธนาคารชั้นของโลก โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ Aa1 โดยมูดี้ส์ และระดับ AA- โดยสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ และฟิทช์ เรทติ้งส์ สำหรับในเอเชีย ยูโอบีดำเนินกิจการผ่านสำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ และสำนักงานสาขาในจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ตลอดจนสาขาธนาคารและสำนักงานตัวแทนทั่วภูมิภาค

ตลอดระยะเวลากว่า 8 ทศวรรษที่ผ่านมา พนักงานของยูโอบีจากรุ่นสู่รุ่นต่างมุ่งมั่นทำงานด้วยจิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าในระยะยาวและยึดมั่นต่อพันธกิจในการทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อลูกค้าและเพื่อนร่วมงานของเรา

เราเชื่อในการเป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่มีความรับผิดชอบ และมุ่งมั่นที่จะพลิกชีวิตของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและชุมชนที่เราดำเนินกิจการอยู่ทุกแห่ง ควบคู่ไปกับการทุ่มเทช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถบริหารการเงินของตนเองอย่างชาญฉลาดและผลักดันให้ธุรกิจเติบโต ตลอดจนยึดมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะในด้านศิลปะ เยาวชน และการศึกษา

เกี่ยวกับ PwC

PwC มุ่งมั่นสร้างความไว้วางใจในสังคมและแก้ปัญหาที่สำคัญ เราคือเครือข่ายบริษัทที่ดำเนินธุรกิจใน 157 ประเทศ และมีบุคลากรกว่า 276,000 คนที่ทุ่มเทให้บริการด้านการประกันภัย การให้คำปรึกษา และภาษี สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.pwc.com/sg

PwC หมายถึงเครือข่ายบริษัท PwC และ/หรือ บริษัทสมาชิกหนึ่งบริษัทหรือหลายบริษัท โดยแต่ละบริษัทเป็นนิติบุคคลที่แยกกันชัดเจน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pwc.com/structure

เกี่ยวกับสมาคมฟินเทคสิงคโปร์

สมาคมฟินเทคสิงคโปร์ (SFA) เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ดำเนินงานข้ามอุตสาหกรรม โดยมีจุดมุ่งหมายในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมฟินเทคในสิงคโปร์ ตลอดจนประสานความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายในระบบนิเวศฟินเทคสิงคโปร์ SFA มีสมาชิกกว่า 350 ราย และเป็นตัวแทนของทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมฟินเทค ตั้งแต่บริษัทนวัตกรรมขั้นต้นไปจนถึงสถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินรายใหญ่

นอกจากนี้ SFA ยังสร้างความร่วมมือกับสถาบันและสมาคมต่าง ๆ ทั้งในสิงคโปร์และทั่วโลก เพื่อดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมฟินเทค โดย SFA ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) มากกว่า 50 ฉบับ และเป็นองค์กร U Associate แห่งแรกที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก National Trades Union Congress (NTUC) นอกจากนี้ SFA ได้ริเริ่มโครงการ FinTech Talent (FT) ในปี 2560 โดยให้การฝึกอบรมด้านฟินเทคแก่ผู้ประกอบวิชาชีพกว่า 300 ราย ทั้งในเรื่องของบล็อกเชนและคริปโต ความมั่นคงทางไซเบอร์ และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ

วิดีโอ - cdn4.prnasia.com/…deo.mp4

คำบรรยายวิดีโอ - รายงาน "FinTech in ASEAN: From Start-up to Scale-up" โดย UOB, PwC และ SFA

รูปภาพ - photos.prnasia.com/…38576-1

คำบรรยายภาพ - เปิดตัว 2019 FinTech Whitepaper ของ UOB, PwC และ SFA

โลโก้ - photos.prnasia.com/…9-1LOGO

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๙:๓๙ MG แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องเขียนชั้นนำ ได้รับเลือกเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการในงานประชุม BFA ปี 2564
๐๙:๑๕ ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2564 จำนวน 6,923 ล้านบาท
๐๘:๑๗ กรุงไทย กำไรสุทธิไตรมาสแรก 5,578 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.6% จากไตรมาสก่อนหน้า
๐๘:๐๙ กรุงศรีเผยผลกำไรไตรมาสแรก 6,505 ล้านบาท ตอกย้ำการปรับตัวอย่างแข็งแกร่งพร้อมดูแลลูกค้า-หนุนเศรษฐกิจฟื้น
๐๙:๔๑ เอไอเอส 5G เคียงข้างโรงพยาบาลสนาม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สู้ภัยโควิด หลังจากติดตั้งระบบสื่อสารมาแล้วกว่า 31
๐๘:๐๑ SABUY บอร์ดไฟเขียว อนุมัติจ่ายปันผลกว่า 30 ล้านบาท หรือ 0.03 บาท/หุ้น เปลี่ยนราคาใช้สิทธิ ESOP 2 เป็น 7.75
๐๘:๒๕ World Leisure Congress ครั้งที่ 16 เปิดเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดการพักผ่อน พร้อมดันอุตสาหกรรมก้าวไกล
๐๙:๑๓ iHerb เปิดศูนย์บริการคลังสินค้าพร้อมจัดส่งแห่งใหม่ในฮ่องกง รวมเป็น 6 แห่งทั่วโลก
๐๘:๐๐ Ultimaker ปรับกลยุทธ์สู่การเป็นธุรกิจแพลตฟอร์ม มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตทั่วโลก
๐๘:๔๐ ความพยายามครั้งยิ่งใหญ่ในการปกป้องมหาสมุทรทั่วโลกกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง