ไมโครซอฟท์ย้ำ ความปลอดภัยสำคัญไม่แพ้ประสิทธิภาพ ในยุคแห่ง "Remote Work"

พฤหัส ๐๙ เมษายน ๒๐๒๐ ๑๕:๕๒
ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย แนะแนวทางการยกระดับระบบงานให้ปลอดภัย มั่นคง พร้อมชูโซลูชั่นและบริการหลากหลายที่พร้อมตอบโจทย์ ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่พนักงานจำนวนมากต้องทำงานจากที่บ้านหรือนอกออฟฟิศ ขณะที่หลายองค์กรยังคงเร่งดำเนินการปรับเปลี่ยนการทำงานให้รองรับการทำงานร่วมกันจากนอกสถานที่ด้วยเทคโนโลยี
ไมโครซอฟท์ย้ำ ความปลอดภัยสำคัญไม่แพ้ประสิทธิภาพ ในยุคแห่ง Remote Work

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ไม่ว่าธุรกิจขนาดใหญ่หรือเล็กต่างก็ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อฝ่าอุปสรรคในช่วงนี้ และขับเคลื่อนทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงานให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยสำหรับหลายองค์กร การเปลี่ยนมาทำงานจากที่บ้านนั้นนับว่าไม่ต่างกับการเปลี่ยนระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขององค์กรอย่างกระทันหัน จึงอาจทำให้มีผลกระทบกับความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กรได้”

ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ได้นำบริการที่เป็นศูนย์กลางของการทำงานเป็นทีมอย่าง ไมโครซอฟท์ ทีมส์ มาเปิดให้กับทางภาครัฐนำไปใช้ ทั้งยังได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เป็นซอฟต์แวร์ที่ผ่านมาตรฐานสำหรับการประชุมทางไกลในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างการใช้งานไมโครซอฟท์ ทีมส์ที่น่าสนใจจากทั้งโรงพยาบาลเอกชน ที่นำไปรองรับการนัดหมายและพบแพทย์จากทางไกล หรือในมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนทางไกล ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

“แน่นอนว่าการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการควบคุมสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอย่างมาก” นายธนวัฒน์กล่าว “เราจึงได้ออกแบบให้ทีมส์มีความโปร่งใส ชัดเจน เปิดให้ผู้ใช้สามารถควบคุมทุกบทสนทนาและการประชุมไม่ให้รั่วไหลหรือตกเป็นเป้าของผู้ประสงค์ร้ายได้ ตามหลักการด้านความปลอดภัยที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด”

ทำงานเป็นทีมให้คล่องกว่าเดิม พร้อมล็อกระบบให้ปลอดภัย

ในช่วงเวลานี้ พนักงานที่ต้องทำงานจากที่บ้านต่างก็พูดคุยและแบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนร่วมงานกันผ่านช่องทางต่าง ๆ มากกว่าปกติ ไม่ว่าแผนกไอทีขององค์กรจะเตรียมเครื่องมือไว้รองรับอย่างเป็นทางการหรือไม่ก็ตาม สำหรับองค์กรที่ยังไม่มีเครื่องมือการติดต่อสื่อสารเป็นมาตรฐานกลาง สามารถทดลองใช้งาน ไมโครซอฟท์ ทีมส์ ได้ฟรีถึง 6 เดือนเต็ม โดยตลอดช่วงการทดลองใช้ฟรีนี้ ยังเปิดให้ผู้ใช้สามารถนัดหรือเข้าร่วมวิดีโอคอลล์ได้เต็มที่ ไม่มีการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมหรือระยะเวลาการประชุม พนักงานทุกคนจึงไม่ต้องสับสนว่าควรจะติดต่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานผ่านช่องทางไหน ขณะที่ฝ่ายไอทีขององค์กรก็สามารถบริหารจัดการช่องทางสื่อสารได้ง่ายขึ้น พร้อมตัดปัญหาด้านความปลอดภัยไปได้ไม่น้อย

“ไมโครซอฟท์ ทีมส์ เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มเพื่อการทำงานจากไมโครซอฟท์ที่ผ่านการรับรองด้านความมั่นคงปลอดภัยในมาตรฐานต่าง ๆ ถึง 42 มาตรฐานทั่วโลก ทั้งยังออกแบบและพัฒนามาภายใต้หลักการ Microsoft Security Development Lifecycle (SDL) โดยมีการออกแบบและจำลองรูปแบบการจู่โจมและภัยอันตรายต่าง ๆ ในระหว่างการพัฒนาทุกคุณสมบัติและองค์ประกอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบงานขององค์กรจะสามารถต้านทานการโจมตีในรูปแบบที่พบได้ทั่วไป และรักษาข้อมูลขององค์กรให้ปลอดภัยจากผู้ประสงค์ร้ายได้” นายธนวัฒน์กล่าวเสริม

สำหรับองค์กรที่ต้องการความช่วยเหลือและคำแนะนำในการวางระบบสำหรับการทำงานเป็นทีมผ่าน ไมโครซอฟท์ ทีมส์ สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่ นอกจากนี้ องค์กรยังสามารถบริหารจัดการการยืนยันตัวตน (Authentication) ของพนักงานที่ใช้ ไมโครซอฟท์ ทีมส์ ได้ ผ่านทาง บริการ Azure Active Directory (Azure AD) อีกด้วย

เมื่อจัดการกับช่องทางการสื่อสารแล้ว องค์กรยังสามารถยกระดับความปลอดภัยให้กับพนักงานที่ทำงานจากที่บ้านได้อีก ด้วยการเปิดใช้ฟังก์ชันการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication หรือ MFA) ซึ่งเป็นการขยายระบบการยืนยันตัวตนผู้ใช้ให้ต้องการมากกว่าแค่ชื่อและรหัสผ่าน โดยอาจนำบัญชีผู้ใช้แต่ละคนไปผูกกับอุปกรณ์พิเศษที่ใช้ยืนยันตัวตนในการเข้าระบบโดยเฉพาะ หรือเลือกใช้การสแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้า ผ่าน Windows Hello และแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนอย่าง Microsoft Authenticator ก็ได้เช่นกัน

โครงสร้างองค์กรแบบกระจายตัว เปิดช่องโหว่ที่ต้องเร่งปิด

กว่า 91% ของการโจมตีทางไซเบอร์เริ่มต้นด้วยอีเมลซึ่งอาจมาพร้อมกับลิงก์ที่เป็นอันตรายโดยตรงกับระบบ หรือไฟล์แนบที่แฝงภัยร้าย และนับตั้งแต่การระบาดครั้งใหญ่ของโรค COVID-19 เริ่มต้นขึ้น อาชญากรในโลกดิจิทัลต่างก็หันมาใช้อีเมลหลอกลวง (phishing) และมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (ransomware) เป็นช่องทางการจู่โจมมากขึ้นถึง 5 เท่าตัว เพื่อฉวยโอกาสจากการที่ผู้คนมีความเครียดและวิตกกังวลจากการติดตามข่าวและโพสต์ในโซเชียลมีเดีย โดยเมื่อพนักงานต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่แตกต่างจากภาวะปกติและอาจมีความกดดันสูงขึ้น พวกเขาอาจระมัดระวังตัวน้อยลง จนเผลอคลิกลิงก์หรือหัวข้อข่าวที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจ

เพื่อต่อสู้กับภัยเหล่านี้ องค์กรต้องการเครื่องมือที่แข็งแกร่ง ด้วยเหตุนี้เอง ผลิตภัณฑ์และบริการของไมโครซอฟท์จึงได้รับการปกป้องด้วยระบบรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้น ซึ่งผนึกเอานวัตกรรม Machine Learning การวิเคราะห์การทำงานจริงของมัลแวร์ในสภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุม (Detonation) และการแชร์ข้อมูลข้ามเครือข่ายเพื่อแจ้งเตือนถึงสัญญาณที่อาจบ่งบอกถึงการจู่โจม (Signal Sharing) เพื่อค้นหาและยับยั้งการโจมตีทางอีเมลได้อย่างรวดเร็ว หากกลไกใด ๆ เหล่านี้ตรวจพบอีเมล ลิงก์ หรือไฟล์แนบที่เป็นอันตราย ข้อความนั้นจะถูกบล็อกทันที ก่อนที่จะเข้ามาถึงกล่องจดหมาย นอกจากนี้ เรายังมีทีมนักวิเคราะห์ที่คอยประเมินรายงานอีเมลต้องสงสัยที่ผู้ใช้ได้พบเจอ ก่อนจะนำผลที่ได้รับมาใช้เสริมประสิทธิภาพของการตรวจจับและยับยั้งการจู่โจมทาอีเมลต่อไปในอนาคต

เมื่อระบบของไมโครซอฟท์ระบุชัดเจนแล้วว่าไฟล์หรือลิงก์ใดเป็นอันตราย ก็จะทำการแจ้งข้อมูลไปในบริการส่วนอื่น ๆ ให้ทราบกันอย่างทั่วถึง เช่นบริการ Microsoft Defender Advanced Threat Protection (ATP) เพื่อให้อุปกรณ์ปลายทางสามารถป้องกันตัวจากการโจมตีในรูปแบบเดียวกันได้ โดยในกรณีของผู้ใช้พีซีทั่วไปที่ใช้ Windows Defender ในการตรวจจับมัลแวร์นั้น จะได้รับการปกป้องอยู่เสมอ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ใช้บริการอีเมลของไมโครซอฟท์ก็ตาม

ต่อยอดความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้พนักงาน

ในสภาวะการทำงานที่บ้านนั้น ทุกองค์กรจะต้องปรับตัวในทุกด้าน ไม่ใช่เพียงแค่การแนะนำเครื่องมือและมาตรการใหม่ ๆ มาประกอบระบบงานเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงการสื่อสารที่ชัดเจนกับพนักงานด้วย

พนักงานทุกคนที่ทำงานจากนอกออฟฟิศยังสามารถเข้าถึงข้อมูลและเครือข่ายขององค์กรได้อยู่ ดังนั้น องค์กรจึงควรแจ้งพนักงานให้ทราบถึงความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะตกเป็นเป้าของการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงกรณีของการเลือกเป้าหมายเพื่อหลอกขโมยข้อมูลสำคัญสำหรับการเข้าควบคุมระบบขององค์กร พนักงานทุกคนควรมีความเข้าใจตรงกันว่าการสื่อสารอย่างเป็นทางการภายในองค์กรจะมีรูปแบบและหน้าตาเป็นเช่นไร และส่งออกมาจากช่องทางใด นอกจากนี้ พนักงานยังควรเฝ้าระวังคำขอเร่งด่วนที่ละเมิดนโยบายของบริษัท ใช้ภาษาหรือระบุรายละเอียดที่ผิดเพี้ยนไปจากปกติ ก่อนจะรายงานเหตุผิดปกตินี้ผ่านทางช่องทางที่องค์กรจัดเตรียมไว้ให้

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการสื่อสารอย่างเป็นทางการถึงพนักงานคือการใช้วิดีโอ ซึ่งปลอมแปลงได้ยากกว่าอีเมลมาก ดังนั้น การใช้ช่องทางอย่าง Microsoft Stream บริการจาก Microsoft 365 ที่เปิดให้องค์กรได้สื่อสารกับพนักงาน จัดการประชุม หรือฝึกสอนพนักงานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 10,000 คน โดยนอกจากจะมั่นใจได้ว่าเป็นข้อมูลที่แม่นยำจากแหล่งที่เชื่อถือได้แล้ว Microsoft Stream ยังช่วยให้พนักงานได้รู้สึกเชื่อมโยงถึงกัน ไม่โดดเดี่ยวเมื่อต้องทำงานจากที่บ้านเป็นเวลานาน ขณะที่ฟีเจอร์การเลือกเปิดคลิปดูย้อนหลังเมื่อใดก็ได้ ยังช่วยให้พนักงานสามารถเลือกใช้เวลาที่บ้านให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่จำเป็นต้องฝืนร่วมกิจกรรมแบบสด ๆ ถ้ายังมีธุระด่วนที่บ้าน

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของไมโครซอฟท์ได้ที่ https://aka.ms/contactmsfthth หรือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริการ Microsoft 365 สำหรับธุรกิจได้ที่ https://www.microsoft.com/th-th/microsoft-365/business

ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครซอฟท์

บริษัท ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT” @Microsoft) ผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่มุ่งเสริมประสิทธิภาพการสร้างสรรค์ในโลกยุคโมบายและคลาวด์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ทุกคนและทุกองค์กรทั่วโลกให้บรรลุผลสำเร็จทีดียิ่งกว่า

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2536 มีความมุ่งมั่นในการช่วยให้คุณภาพชีวิตคนไทย 70 ล้านคน ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ ไมโครซอฟท์ ส่งเสริมให้คนไทยและภาคธุรกิจได้ตระหนักถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มเปี่ยมผ่านการใช้เทคโนโลยี เทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ในการทำงาน การใช้ชีวิต และการสื่อสาร ไมโครซอฟท์ให้บริการซอฟต์แวร์ บริการ และดีไวซ์ ที่สามารถก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ มีความสะดวกทันสมัย และช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไมโครซอฟท์ ไม่หยุดนิ่งในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตร อย่างต่อเนื่องในการนำพลังของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปเยี่ยมชมหรือติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ทางศูนย์ข่าวสารประเทศไทย (http://news.microsoft .com/th-th/) และทวิตเตอร์ @MicrosoftTH

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๓ ก.พ. มหาวิทยาลัยพะเยา ติดอันที่ 19 ของประเทศไทยจากการจัดอันดับของ Webometrics Ranking January 2023
๐๓ ก.พ. PQS เคาะราคาไอพีโอ 6 บาท เสนอขาย 7-9 ก.พ. พร้อมลงสนามเทรดกระดาน SET ภายในกุมภาฯ นี้ หวังเสริมศักยภาพธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง-ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ
๐๓ ก.พ. เคทีซีจับมือ 10 โรงแรมลักซ์ชัวรี่ เปิดตัวแคมเปญ Layers of love มอบผ้าพันคอลายพิมพ์พิเศษ ฉลองเทศกาลแห่งความรัก
๐๓ ก.พ. LINE MELODY เปิดชาร์ตเพลงฮิตประจำเดือนมกราคม 2566 รับปีใหม่ด้วยแคมเปญพิเศษลุ้นบัตรคอนเสิร์ต Bowkylion Lanta
๐๓ ก.พ. มาสด้าส่งแคมเปญ Mazda Family Day ช่วงเวลาดีๆ กับข้อเสนอสุดพิเศษ ร่วมเป็นครอบครัวมาสด้า มอบความคุ้มค่าให้ลูกค้าตลอดกุมภาพันธ์
๐๓ ก.พ. สมาคมผู้ปกครองและครูเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ จัดงาน SF Family Rally ครั้งที่ 5 ชิงถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
๐๓ ก.พ. ทรู 5G จับมือซัมซุง มอบข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Samsung Galaxy S23 Series สมาร์ทโฟนแห่งปี พิเศษเฉพาะลูกค้าทรูเท่านั้น เปิดจองแล้วที่ทรูช็อป ทรูสเฟียร์
๐๓ ก.พ. FTREIT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี'66 แข็งแกร่ง! พร้อมจ่ายปันผล 0.1870 บาทต่อหน่วย เล็งทุ่ม 3,500 ล้านลงทุน พื้นที่เช่าเพิ่มเป็น 2.3
๐๓ ก.พ. เปอโยต์-จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล สยายปีกครั้งใหญ่ ปักหมุดย่านพระราม 5-ราชพฤกษ์ อวดโฉมโชว์รูมทันสมัย รองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
๐๓ ก.พ. บล.ทิสโก้ลุ้น ! เลือกตั้งหนุนหุ้นไทยทะลุ 1,700 จุดแต่โอกาสปรับขึ้นต่อจากนี้เริ่มจำกัด