อีสท์ วอเตอร์ เผยผลประกอบการปี 2562 เดินหน้ามาตรการสู้ภัยแล้งเต็มกำลัง

ศุกร์ ๑๗ เมษายน ๒๐๒๐ ๑๓:๒๔
อีสท์ วอเตอร์ เผยผลการดำเนินงานปี2562 รายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2561 ผลจากการจำหน่ายน้ำดิบเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้ามาตรการเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการน้ำในช่วงภัยแล้งนี้
อีสท์ วอเตอร์ เผยผลประกอบการปี 2562 เดินหน้ามาตรการสู้ภัยแล้งเต็มกำลัง

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2562 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวมทั้งสิ้น 4,680.08 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 459.09 ล้านบาท หรือ 10.88% เมื่อเปรียบเทียบกับ ปี 2561 เนื่องจากปริมาณน้ำดิบจำหน่ายเพิ่มขึ้น และมีกำไรสุทธิ 1,044.79 ล้านบาท ลดลง 72.73 ล้านบาท หรือ 6.51%

สำหรับปริมาณยอดส่งจ่ายน้ำดิบในเดือนมกราคม–ธันวาคม 2562 มีปริมาณอยู่ที่ 313.41 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2561 ที่ 249.75 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 63.67 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 25.49% โดยสามารถแยกกลุ่มลูกค้าเป็นนิคมอุตสาหกรรม 47% กลุ่มอุปโภคบริโภค 26% กลุ่มสวนอุตสาหกรรม 12%กลุ่มกิจการประปาของกลุ่มบริษัท 10% กลุ่มโรงงานทั่วไป5%ยอดปริมาณการจำหน่ายน้ำดิบที่เพิ่มขึ้นมาจากความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากลูกค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค

บริษัทจัดอันดับเครดิตองค์กรชื่อดังชั้นนำอย่าง “ทริสเรทติ้ง” จัดอันดับให้บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) ให้คงอันดับเครดิตอยู่ที่ A+แนวโน้มคงที่ สะท้อนสถานะที่แข็งแกร่งของธุรกิจที่เป็นผู้บริหารจัดการน้ำที่มีโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบครอบคลุมพื้นที่ในเขตชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกที่สมบูรณ์ ความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนออก มีอัตรากำไรที่ดีและมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ อีสท์ วอเตอร์ ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 98 บริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน Thailand Sustainability Investment หรือ รายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” ประจำปี 2562 ถือเป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG ที่โดดเด่น มีการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียครอบคลุมทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม กระบวนการบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืน และรางวัลประเภท Rising Star Sustainability Awards ประจำปี 2562 ในกลุ่ม Sustainability Excellence ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนได้โดดเด่น และได้รับรางวัลรางวัลประกาศเกียรติคุณ (Sustainability Disclosure Recognition) จากสถาบันไทยพัฒน์เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียเติบโตเคียงคู่ไปกับบริษัท และตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

อีสท์ วอเตอร์ได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วน อาทิ กรมชลประทาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อบริหารจัดการน้ำและหามาตรการรองรับแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทั้งนี้อีสท์ วอเตอร์ได้มีการวางแผนดำเนินมาตรการเพื่อรองรับและมีความคืบหน้า ดังนี้ การจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติมจากบ่อดินเอกชนเข้ามาเสริมในพื้นที่ชลบุรีและฉะเชิงเทรา เร่งดำเนินการเพื่อซื้อแหล่งน้ำจากเอกชน รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพน้ำเพื่อให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การเตรียมความพร้อมระบบสูบน้ำสระสำรองสำนักบก ที่ดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563

โครงการปรับปรุงคลองน้ำแดงด้านท้ายท่อผันน้ำอ่างฯประแสร์ - อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ โดยวิธีปูแผ่น HDPE และขุดลอก เพื่อแยกเส้นท่อผันน้ำอ่างฯประแสร์-อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ กับท่อผันน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์- อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล เพื่อเพิ่มปริมาณการสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ ประมาณวันละ 100,000 ลบ.ม. คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นเดือนเมษายน 2563 โครงการก่อสร้างระบบสูบกลับคลองสะพานเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์ (ชั่วคราว) คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนเมษายน 2563 โครงการปรับปรุงซ่อมแซมระบบสูบกลับวัดละหารไร่ (แม่น้ำระยองท้ายอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล) เติมอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนเมษายน 2563 โครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำฉะเชิงเทรา (คลองเขื่อน) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฏาคม 2563 และโครงการสูบน้ำจากแม่น้ำระยองไปยังสระสำรองน้ำดิบทับมา คาดว่าพร้อมใช้งานเดือนกันยายน 2563

อีสท์ วอเตอร์ พัฒนาแนวคิดเพื่อชวนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรน้ำ ผ่านหลักปฏิบัติเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยสร้างพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ภายใต้ โครงการ “สะกิดไทย ใส่ใจน้ำ” นำเสนอหลักปฏิบัติการใช้น้ำรูปแบบใหม่ ประกอบไปด้วยหลักปฏิบัติ 3 ส่วน คือ คุ้มค่า, คาดการณ์, ควบคุม โดยการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่ารู้คุณค่าสู่ความยั่งยืน มีการคาดการณ์จัดสรรน้ำและสำรองน้ำไว้ใช้ เพื่อใช้อย่างพอเพียงและเพียงพอต่อปริมาณน้ำที่มีการจัดสรรไว้อย่างระมัดระวัง และควบคุมวางแผนใช้น้ำให้พอดีกับพฤติกรรมการใช้น้ำของตนเอง เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดการเสียสมดุลของการใช้น้ำ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและมีน้ำเพียงพอเพื่ออนาคตข้างหน้าอย่างแท้จริง

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๑๖ มจธ. อันดับ 1 ของโลก SDG 7 พลังงานสะอาด และอันดับ 54 ของโลก TOP 100 จาก THE Impact Rankings 2021
๑๗:๑๘ เอไอเอส ผนึก ห้างเซ็นทรัล และห้างโรบินสัน ชวนเหล่านักช้อปสนุกกับการช้อปปิ้งออนไลน์ พร้อมดูแลลูกค้าในช่วงโควิด-19
๑๗:๐๒ อิชิตัน กรุ๊ป ส่ง อิชิตัน กรีนแลป ชูจุดเด่นเทอร์ปีน น้ำมันหอมระเหยจากพืชธรรมชาติ พร้อมแอล-ธีอะนีน ดื่มได้เพลิน
๑๗:๓๑ Gojek เผยอินไซต์ 5 เมนูยอดนิยมที่คนเสิร์ชหาบ่อยที่สุดบนแอป
๑๗:๐๔ ททท. ชวนกักตัว ลดเสี่ยงโควิดแบบไม่น่าเบื่อ จัดกิจกรรมให้ร่วมสนุก ชู More Inspire เที่ยวภาคใต้ สไตล์คุณ
๑๗:๓๐ ไทยเวียตเจ็ทออกโปรฯ จองก่อน คุ้มกว่า เริ่มต้นเพียง 5 บาท มุ่งให้บริการเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงการระบาดของโควิด-19
๑๗:๑๕ SPALI จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ผ่านระบบออนไลน์
๑๖:๒๓ HOTEL FEST วิถีใหม่ แห่งการปาร์ตี้คอนเสิร์ต ริมระเบียงโรงแรม แบบ New Normal ตอบโจทย์ยุคโควิด
๑๖:๑๙ MR.DIY ห่วงใย ใส่ใจคุณ แลกซื้อหน้ากากอนามัยในราคาสุดคุ้ม
๑๗:๔๔ โครงการอบรมบริการวิชาการในรูปแบบออนไลน์ จาก ICT Mahidol