3 นักอ่านแนะวิธีอ่านสู่เป้าหมายในอนาคต

พฤหัส ๑๗ กันยายน ๒๐๒๐ ๑๖:๑๗
ในโลกปัจจุบันที่ทุกอย่างถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่มีมากขึ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งนวัตกรรม เทคโนโลยี ความสะดวกสบายด้านต่าง ๆ ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนตามไปด้วย รวมถึงพฤติกรรม “การอ่าน” ที่หลายฝ่ายมองว่าจะถูกดิสรัปต์ (Disrupt) ด้วยความก้าวหน้าเหล่านี้ แต่จากผลสำรวจการอ่าน ปี 2561 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) ที่ได้สำรวจไปนั้นพบว่าคนไทยใช้เวลาในการอ่านเฉลี่ย 80 นาทีต่อวัน เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนหน้าเมื่อปี 2558 ที่อ่านเพียง 66 นาทีต่อวัน ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีและเป็นเรื่องน่ายินดีที่หนังสือเล่มยังเป็นที่นิยมต่อนักอ่านในทุกวัย แต่ไม่ว่าจะเป็นการอ่านในรูปแบบใดก็ตามเป้าประสงค์คงไม่ได้อยู่ที่อ่านมากหรือน้อย แต่เป็นการอ่านอย่างมีคุณภาพและใช้การอ่านเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะนำไปสู่เป้าหมายของชีวิตได้ จากงานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Noกองดอง” เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีนักอ่านผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้แนวทางและข้อคิดสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาการอ่านของตัวเอง
3 นักอ่านแนะวิธีอ่านสู่เป้าหมายในอนาคต

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เจ้าของฉายา The Disruptor เมืองไทย เล่าว่า “เป็นคนชื่นชอบการอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก มีหนังสือสะสมไว้นับหมื่นเล่ม มีความเชื่อว่าการอ่านสามารถนำไปสู่อนาคตที่ดีได้ เพราะสิ่งที่ได้รับจากการอ่าน สามารถนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นข้อคิดหรือเทคนิคต่าง ๆ สามารถนำมาพัฒนาการทำงานต่อได้ ซึ่งการจะอยู่รอดในยุคแห่งการพัฒนาแบบนี้ต้องรู้จัก “อ่านให้มาก” เพื่อสะสมความรู้ที่หลากหลาย นำมาต่อยอดสู่การพัฒนาสิ่งใหม่ หรือมองหาโอกาสใหม่ๆ โดย “ไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งเล่ม” แต่ผู้อ่านต้องสามารถบอกได้ว่าหนังสือเล่มนี้ต้องการจะสื่อสารอะไร หรือการทำความเข้าใจในขณะที่กำลังอ่านอยู่ ซึ่งจะทำให้ได้รับความรู้ได้อย่างเต็มที่แม้จะมีเวลาอ่านน้อย”

ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ให้ความเห็นในฐานะพิธีกรและผู้ที่รับประสบการณ์จากการอ่านมาหลายด้าน ว่า “ส่วนตัวมองว่าการอ่านเป็นการเรียนรู้ประสบการณ์ของผู้เขียนได้รวดเร็วที่สุด ดังเช่นหนังสือประวัติศาสตร์ซึ่งจะสะท้อนว่าผู้เขียนมีมุมมองเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในยุคนั้นสมัยนั้นอย่างไร หรือผู้เขียนอยู่ในสถานะใด การอ่านที่จะพัฒนาไปสู่เป้าหมายในอนาคตได้ ควรเริ่มจากการ “อ่านและวิเคราะห์อย่างละเอียด” เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่ประสงค์ดีที่สร้างข่าวปลอม (Fake news) ขึ้นมา ทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย และ “ไตร่ตรอง” ถึงที่มาของข่าวหรือเรื่องราวนั้นๆ ให้ดีก่อนที่จะแชร์ต่อให้ผู้อื่น หากแชร์เรื่องราวที่ถูกต้องก็จะสร้างคุณประโยชน์แก่ผู้อ่านได้มาก กลับกันหากเรื่องราวที่ถูกแชร์ต่อไม่เป็นความจริงจนผู้อ่านนำไปทำตาม ก็อาจจะส่งผลเสียได้เช่นกัน ที่สำคัญคือหากต้องการจะสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเยาวชนในบ้าน ควรจะทำเป็นแบบอย่างให้ดูก่อน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการอ่านอย่างจริงจัง”

ด้าน นางสาวโชนรังสี เฉลิมชัยกิจ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เล่าว่า “การอ่านเป็นการเติมเต็มความรู้ที่ดีที่สุด แต่เมื่อเวลาผ่านไปความรู้ที่เคยได้รับก็อาจจะเลือนหายไปตามกาลเวลา ถ้าไม่ต้องการให้ความรู้เหล่านั้นสูญหายไปก็ต้องหมั่น “อ่านทบทวน” ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องอ่านแค่เพียงหนังสือประเภทวิชาการเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือประเภทใด หรืออ่านผ่านช่องทางใดก็ล้วนมีประโยชน์กับตัวผู้อ่านทั้งสิ้น ขณะเดียวกันหัวใจที่สำคัญของการอ่าน คือ “อ่านมีคุณภาพ” คืออ่านแล้วเกิดประโยชน์ ด้วยความคิดพิจารณาในทุกด้าน เช่นการเห็นเนื้อหาในโซเชียลมีเดียเพียง 2 บรรทัดก็อย่าเพิ่งตัดสินใจเชื่อ ควรหาข้อมูลประกอบให้รอบด้านเสียก่อน”

ได้เคล็ดลับการอ่านจากทั้ง 3 ท่านแล้ว ลองนำเทคนิคไปใช้เคลียร์กองดองที่บ้านให้ไว แล้วมาเพิ่มกองใหม่ ในงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 25” (Book Expo Thailand 2020) วันที่ 30 กันยายน – 11 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ชาเลนเจอร์2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และเว็บไซต์www.thaibookfair.com ติดตามรายละเอียดกิจกรรมภายในงานได้ทาง Fanpage: Thai Book Fair

3 นักอ่านแนะวิธีอ่านสู่เป้าหมายในอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๐๓ พ.ค. ทีซีเอ็มซีมอบรางวัลประกวดการออกแบบผลงานด้านผลิตภัณฑ์อคูสติกส์
๐๓ พ.ค. GT Auto ฉลองแชมป์ยอดขาย Volvo จัดงาน มหกรรม GT Auto Show ลดสูงสุด 1,000,000 บาท พร้อมชูบริการ GT Auto Exclusive Service
๐๓ พ.ค. กทม. เตรียมพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยงและนักเรียนในสังกัด
๐๓ พ.ค. กรมส่งเสริมการเกษตร ประชุมคณะทำงานความร่วมมือด้านการรับรองแหล่งผลิตพืชฯ (GAP พืช) ครั้งที่ 1/2567
๐๓ พ.ค. First Sale! realme 12 5G และ realme 12X 5G สัมผัสประสบการณ์ Portrait Master กับกล้องซูม 3X in sensor
๐๓ พ.ค. CRYSTALLIZING ใหม่! โดย SHISEIDO PROFESSIONAL อัปเกรดกลุ่มผลิตภัณฑ์ยืด-ดัดผม ชูเทคโนโลยีสุดล้ำ DUAL PERFORMANCE SYSTEM
๐๓ พ.ค. บัลเลต์ รีทรีต บนเกาะมัลดีฟส์ กลับมาอีกครั้ง ที่ อวานี พลัส แฟเรส โดย คาร์ริส สการ์เลต นักเต้นบัลเลต์ชื่อดัง
๐๓ พ.ค. มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เดินหน้า โครงการบ้านชื่นสุขสร้างสุขผู้สูงอายุ ตอกย้ำ ความกตัญญู
๐๓ พ.ค. รีเล็กซ์ โซลูชันส์ เผยกลุ่มค้าปลีกและผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคยังไม่ใช้ศักยภาพของ AI มากนัก
๐๓ พ.ค. กทม. บูรณาการหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาเด็กเช็ดกระจก-ขายของริมถนน ใช้สหวิชาชีพแก้ปัญหารายครอบครัว