รัฐมนตรีเกษตรฯ เปิดงานและมอบแนวทางการขับเคลื่อนงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2564 ในการสัมมนา เรื่อง ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2563 และแนวโน้มปี 2564

พุธ ๒๓ ธันวาคม ๒๐๒๐ ๑๕:๑๑

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานและมอบแนวทางการขับเคลื่อนงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2564 ในการสัมมนา เรื่อง ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2563 และแนวโน้มปี 2564 "เดินหน้าเกษตรวิถีใหม่ ขับเคลื่อนไทยอย่างยั่งยืน" โดยมีนายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ว่า ภาคเกษตรถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย เนื่องจากภาคเกษตรเป็นภาคการผลิตที่เป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ โดยประชากรประมาณร้อยละ 40 ของประเทศอยู่ในภาคเกษตร และจากการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติที่รุนแรง การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สงครามทางการค้าระหว่างประเทศ ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ล้วนส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรของไทย ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรและภาคเกษตรของไทย โดยเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท อาทิ การส่งเสริมสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ การพัฒนาสินค้าเกษตรจากฐานชีวภาพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น การแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสู่เกษตรอัจฉริยะ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตร การจัดหาปัจจัยการผลิต รวมทั้งการเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร

รัฐมนตรีเกษตรฯ เปิดงานและมอบแนวทางการขับเคลื่อนงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2564 ในการสัมมนา เรื่อง ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2563 และแนวโน้มปี 2564

สำหรับการดำเนินการในปี 2564 ได้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิด วิธีการทำงาน รวมทั้งนโยบายด้านการเกษตรให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศและทันต่อบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนภาคเกษตรภายใต้หลักตลาดนำการผลิต ซึ่งจะให้ความสำคัญตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการของตลาด ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เพื่อเชื่อมโยงกับการวางแผนการผลิต และนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด มีการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร การตรวจสอบย้อนกลับ ตลอดจนส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ แนวทางการพัฒนาในทุกด้านจะยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง และคำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพของเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรมืออาชีพสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยได้ดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ 1) บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ บริหารจัดการน้ำอย่างมีคุณค่า 2) บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ จากที่ดินได้ตรงตามศักยภาพของที่ดิน และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากที่สุด 3) ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อบ่มเพาะเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer 4) ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีทางการเกษตร สนับสนุนและส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตร การประดิษฐ์นวัตกรรม รวมทั้งเครื่องจักรกลเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ของแต่ละจังหวัด 5) ส่งเสริมสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ และ Start up เป็นหน่วยธุรกิจให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Providers: ASP) เพื่อยกระดับสู่การให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร 6) พัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร เพื่อตอบสนองต่อโซ่อุปทานที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการค้าสินค้าเกษตรออนไลน์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง 7) พัฒนาช่องทางการตลาด โดยเพิ่มช่องทางตลาดให้หลากหลาย ทั้งในรูปแบบตลาดออนไลน์และออฟไลน์ 8) เกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) เพื่อสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพการผลิตอย่างยั่งยืน ระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ และร่วมกันยกระดับคุณภาพผลผลิต และแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด 9) การประกันภัยพืชผล ให้ความคุ้มครองความเสียหายหรือความสูญเสียต่อพืชผลที่เอาประกันภัย 10) ส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันและสร้างความมั่นคงแก่เกษตรกร 11) สร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก 12) ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน 13) การวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทย บนพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรและผู้บริโภค และ 14) ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูล Big Data ในการเชื่อมโยงการทำการเกษตรร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ

"การที่จะดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวให้บรรลุตามเป้าหมายนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทูตเกษตร ทูตพาณิชย์ และองค์การระหว่างประเทศในการหาตลาด และแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้เกษตรกรไทยได้ปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าให้เป็นไปตามอุปสงค์และอุปทานของสินค้าเกษตร การสัมมนาในวันนี้ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้ทุกภาคส่วนได้ทราบถึงสถานการณ์เศรษฐกิจการเกษตรและปัจจัยที่ส่งผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ รวมทั้งแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2564 ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ได้แลกเปลี่ยนกันนี้ จะสามารถนำไปเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายและมาตรการเพื่อรองรับกับสถานการณ์หรือปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรในระยะต่อไป" นายเฉลิมชัย กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๒๑ ม.ค. สพร.7 อุบลฯ ร่วมกับหอการค้า จัดอบรบหลักสูตรการฝึกอาชีพเสริม สาขาการตลาดออนไลน์ ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา
๒๑ ม.ค. ห้องอาหารจีนแทพเพสทรี โรงแรมแคนทารี โคราช ฉลองเทศกาลตรุษจีน จัดเมนูพิเศษเพื่อเสริมสิริมงคล และความรุ่งเรืองตลอดปี
๒๑ ม.ค. มาพร้อมกับความปัง!!!! Conan Gray ศิลปินสุดฮอตขวัญใจ Gen Z ปล่อยซิงเกิล Jigsaw ให้แฟนๆหายคิดถึง
๒๑ ม.ค. พร้อมยัง ! 5 จุดสำคัญในบ้านต้องสะอาด รับโชคลาภตรุษจีน
๒๑ ม.ค. ส่งท้ายปีวัว ต้อนรับปีเสือ ฉลองเทศกาลตรุษจีนกับ อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท
๒๑ ม.ค. มท.2 ติดตามต่อเนื่อง เขื่อนป้องกันตลิ่งริมโขง พร้อมบูรณาการแลนด์มาร์ค หนุนท่องเที่ยว จ.บึงกาฬ
๒๑ ม.ค. TMILL เปิดบ้านต้อนรับ นมธ. รุ่นที่ 18 เยี่ยมชมกิจการ
๒๑ ม.ค. ดีอีเอส เปิดสถิติ 15 ปัญหาซื้อขายทางออนไลน์ในรอบปี 64
๒๑ ม.ค. เบลลินี่ เบค แอนด์ บรู เบเกอรี่เฮ้าส์ระดับพรีเมียม เตรียมเปิดสาขาใหม่ที่โครงการ @EKKAMAI
๒๑ ม.ค. ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ พาเจาะลึกที่สุดของสปอร์ตเน็กเก็ตไบค์ที่ไรเดอร์ต้องหลงรัก สปีด ทริปเปิล 1200 อาร์อาร์ และ สปีด ทริปเปิล 1200 อาร์เอส เร็ว แรง