มจธ. เปิดหลักสูตร DIPS สร้างนักนวัตกรรมตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

พฤหัส ๒๔ ธันวาคม ๒๐๒๐ ๐๙:๔๖

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ เปิดหลักสูตร Design Innovation Practice School (DIPS) แพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมการออกแบบ เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงกับบริษัทชั้นนำระดับโลก Jacob Jensen Design, และเครือข่ายภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ สร้างนักนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ต่อยุคดิจิทัล

มจธ. เปิดหลักสูตร DIPS สร้างนักนวัตกรรมตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลไม่เพียงเข้ามามีอิทธิพลต่อกระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ บริการ และสิ่งต่าง ๆ เท่านั้น แต่มีบทบาทครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อนเริ่มกระบวนการออกแบบ การผลิต และต่อเนื่องไปจนกระทั่งถึงประสบการณ์ผู้ใช้ ดังนั้นการผลิตนักศึกษาในรูปแบบเดิม ๆ จึงไม่สามารถตอบโจทย์ของการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจ และสังคม และการใช้ชีวิตในอนาคต

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จึงพัฒนาหลักสูตร Design Innovation Practice School (DIPS) หรือ นวัตกรรมการออกแบบ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากการเรียนการสอนและการเรียนรู้ในห้องเรียนสู่ Platform การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (The Experiential Learning Platform) ซึ่งเป็น Platform การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมการออกแบบผ่านการเรียนรู้ประสบการณ์จริง โดยเปิดรับนักศึกษาใหม่แล้ว จะเริ่มเรียนในปีการศึกษา 2564

"เดิมการผลิตนักศึกษาก็เพื่อจบออกไปประกอบอาชีพใดอาชีพหนึ่ง แต่หลักสูตรรูปแบบใหม่ DIPS นี้ นักศึกษาเมื่อเรียนจบไปแล้ว จะมีทักษะที่สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากการการทำงาน และมีความสามารถในการเป็น Innovation Creator ที่พร้อมจะสามารถประกอบอาชีพใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ซึ่งไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไรเขาก็จะปรับตัวเข้ากับอาชีพใหม่ได้" ผศ.พรยศ ฉัตรธารากุล อาจารย์ประจำหลักสูตรนวัตกรรมการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าว

ผศ.พรยศ อธิบายถึงการจัดหลักสูตรดังกล่าวว่า "เพราะโลกเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกอย่าง การเรียนการสอนแบบเดิมไม่เพียงพอ เช่น เมื่อก่อนเรียนโปรแกรม Industrial Design คือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรม เช่น ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ แก้วน้ำ จาน ชาม แต่วันนี้การออกแบบ เป็นเรื่องของสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ซึ่งทำให้ขอบเขตของงานออกแบบและนวัตกรรมขยายใหญ่ขึ้นเป็นอย่างมาก รวมถึงต้องมีการผสานองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ เข้ามาใช้ในการสร้างนวัตกรรม จึงเป็นที่มาของคำว่า Design Innovation ที่ให้ความสำคัญกับรูปแบบการเรียนรู้ ซึ่งโฟกัสการส่งเสริมให้ผู้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานระดับสากล ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมด้าน Solution, Service, Product, Digital Platform รวมถึง Protocol ต่าง ๆ ได้

ขณะเดียวกันการออกแบบยังต้องมองให้ครอบคลุมถึงการแก้ไขปัญหาให้กับสังคม หรือองค์กรนั้นๆ ด้วย นักศึกษาที่จบไปสามารถทำงานได้หลากหลาย ปรับเปลี่ยนการทำงานได้ตามสถานการณ์เพราะเขาเป็น Creative Innovator"

หลักสูตร DIPS เป็นความร่วมมือกับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งด้าน ผลิตภัณฑ์และบริการ เทคโนโลยี และ Digital Platform อาทิ Jacob Jensen Design จากประเทศเดนมาร์ก และ DeTao Masters Academy ในประเทศจีน ตลอดจนบริษัทชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย ซึ่งนักศึกษาในหลักสูตร DIPS จะไปเรียนรู้ ทำงานอยู่ในบริษัทเหล่านี้ ตั้งแต่ชั้นปี 1 จนกระทั่งเรียนจบ

"บริษัทพันธมิตรที่ร่วมมือกับ มจธ. มีความโดดเด่นในแต่ละธุรกิจ อาทิ JACOB JENSEN DESIGN STUDIO (JJD) เป็นสตูดิโอออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากบริษัทประเทศเดนมาร์ก มีความเชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์, DeTao Masters Academy ที่ มจธ.ได้มีความร่วมมือด้านวิชาการ การแลกเปลี่ยนนักศึกษา เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ใน Studio ระดับโลก ที่ตั้งอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน นอกจากนี้ มจธ. ยังได้ดำเนินการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย และบริษัทผู้นำด้านการออกแบบ UX/UI จากประเทศญี่ปุ่นลุล่วงไปมากกว่า 80% และพร้อมจะเปิดตัวในต้นปี 2564 ทั้งนี้ก็เพื่อให้นักศึกษาได้ประสบการณ์ในการเรียนรู้ การทำงาน และศึกษาวัฒนธรรมการทำงานในระดับสากล ส่งผลให้นักศึกษามี Mobility และ Universality ในการทำงานสูง" ผศ.พรยศ กล่าว

สำหรับการเรียนในหลักสูตร DIPS จะให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความรู้ในรูปแบบ Workshop มากกว่าการบรรยาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่จะต้องเข้าร่วม Workshop ในเนื้อหาต่าง ๆ ค่อนข้างมาก หากแต่จะเต็มไปด้วยการเรียนรู้การใช้ความรู้ต่าง ๆ การออกภาคสนามการทำงานร่วมกับผู้อื่น และเมื่อขึ้นชั้นปีที่ 2 - 3 นักศึกษาจะใช้เวลาเรียนรู้ผ่านกระบวนการทำงาน อุปกรณ์การทำงาน และสภาพจริงในบริษัทมากขึ้น ภายใต้การดูแล ประเมินผล และปรับบทบาทการทำงานของอาจารย์และผู้ประสานงานจากบริษัท เพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้และพัฒนาความสามารถด้านต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

ผศ.นิมิต เหม่งเวหา อาจารย์ประจำหลักสูตรนวัตกรรมการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ครึ่งปีแรกนักศึกษาจะเริ่มเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งใน Design Studio และ Workshop เป็นการบูรณาการความรู้ความเข้าใจพื้นฐานและเป็นการแนะนำโอกาสหรือแนวทางการทำงานในสถานประกอบการที่มีความร่วมมือ ในเทอมสองนักศึกษาจะได้สัมผัสและเปิดประสบการณ์กับบริษัทในสถานที่ทำงานจริง บรรยากาศการทำงานจริงของบริษัทแต่ละราย ก่อนที่นักศึกษาจะตัดสินใจเลือกว่าจะเรียนรู้ร่วมกับบริษัทใด เมื่อนักศึกษาได้ทำงานในสถานที่ของบริษัทฯ อาจารย์ในรายวิชาต่าง ๆ จะไม่ได้ทำหน้าที่สอนแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะร่วมกับบริษัทในการทำหน้าที่กำหนดกรอบในการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาในเทอมนั้นๆ ซึ่งนักศึกษาจะไม่มีการสอบกลางภาค ปลายภาค เหมือนนักศึกษาทั่วไป แต่จะได้รับการประเมินอย่างต่อเนื่อง

"การเรียนของนักเรียนจะไม่เป็นกิจวัตรที่ต้องเรียนเหมือนเดิม จากที่จะต้องรับงานจากอาจารย์ผู้สอนแล้วไปทำงานมาส่ง แต่การเรียนในหลักสูตร DIPS นักศึกษาจะต้องรับงานจากลูกค้าจริงๆ ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ โจทย์คือลูกค้าและสถานการณ์ นักศึกษาจะต้องคุยกับทีมงาน เรียนรู้และทำงานร่วมกับทีมงาน หากในกรณีที่ต้องทำกิจกรรมต่างๆเพิ่มเติมในหลักสูตร อาทิ การร่วม Workshop ในต่างประเทศ นักศึกษาก็ต้องปรึกษาทีมงานเพื่อที่จะบริหารจัดการเนื้องานและเวลาการทำงานที่ได้รับจากบริษัท" ผศ.นิมิต กล่าว

"หลักสูตร DIPS ได้มีการพัฒนาและทดลองอย่างเป็นระบบในโปรแกรมการเรียนการสอนมาก่อนหน้านี้แล้วกว่า 3 ปี โดยหลักสูตรนี้จะส่งเสริมโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่จำเป็น ทั้งสิ่งที่จะสามารถพบได้จริงๆจากการทำงานในแต่ละวัน ประสบการณ์การใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนร่วมงาน และรูปแบบการใช้ชีวิตในการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในรั้วมหาวิทยาลัย" ผศ.พรยศ กล่าว

ผศ.พรยศ กล่าวต่อว่า "ตั้งแต่เมื่อปี 2559 มหาวิทยาลัยมีความร่วมมือกับ JACOB JENSEN DESIGN STUDIO (JJD) สตูดิโอออกแบบสัญชาติเดนมาร์ก เมื่อนักศึกษามาเรียนในโปรแกรมนี้ร่วมกับบริษัท พบว่า Soft Skills ของนักศึกษาเพิ่มขึ้น มีทักษะด้านการทำงาน การบริหารเวลา การทำงานร่วมกับทีมงาน การติดต่อสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้องในและต่างประเทศ การทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงและต่อเนื่อง ไม่ใช้สถานการณ์สมมติในแต่สัปดาห์เหมือนการเรียนในมหาวิทยาลัยทั่วไป"

ทั้งนี้ หลักสูตร DIPS ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับสมัครนักเรียนชั้น ม.6 ที่สนใจ เพื่อเข้าศึกษาในปีการศึกษา 2564 โดยนักศึกษาสามารถใช้ระยะเวลาเรียนตลอดหลักสูตรจบได้ภายใน 36 เดือน สำหรับนักเรียนที่สนใจทางหลักสูตรมีการจัด Workshop สำหรับนักเรียนชั้นม.6 เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจกระบวนการการเรียนการสอน เดือนละหนึ่งครั้ง

"หลักสูตร DIPS จะรับนักเรียนที่จบชั้น ม.6 ทุกสาย ทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ และไม่จำเป็นต้องวาดรูปเก่ง แต่ต้องมีทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ดี หรือมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพราะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการเรียนรู้ ทำกิจกรรมกับมหาวิทยาลัยและบริษัทจากต่างประเทศ และสื่อสารเวลาทำงานร่วมกับบริษัทและลูกค้า ซึ่ง มจธ. ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแรกในประเทศไทยที่สร้าง Platform การเรียนรู้ในรูปแบบนี้ขึ้นมา นักเรียนและผู้ปกครอง สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ ผศ.พรยศ โทร. 085-073- 4488 หรือเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่ อาคาร KX" ผศ.พรยศ กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๗:๐๔ เซ็นทรัลพัฒนา เปิดหน่วยบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในศูนย์การค้าเป็นแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว
๑๗:๔๒ สพร.9 พิษณุโลก ยกระดับฝีมือแรงงานช่างบำรุงรักษาระบบเซลล์แสงอาทิตย์
๑๗:๑๐ ซีพีเอฟ ใส่ใจพลังงานหมุนเวียน รักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม สร้างธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน
๑๗:๐๓ ผู้ถือหุ้น PLANET เตรียมใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน 13-14 และ 17-19 พ.ค.นี้
๑๗:๒๙ Study in ZJUT ทุนเรียนต่อป.ตรี-โท บริหาร วิศวะ มหาวิทยาลัยในเมืองหางโจว
๑๗:๒๕ ออสซี่ออยล์ เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ แฟรนไชส์น้ำมันแกลลอน
๑๗:๒๑ 7 วิชาพิเศษที่เลือกเรียนได้! ที่ SPUIC Business Management Program
๑๗:๑๕ Miss The Rage เพลงใหม่จาก 2 แรปเปอร์สุดฮอตขวัญใจวัยรุ่น Trippie Redd และ Playboi Carti มาพร้อม Lyric Video สุดเท่
๑๗:๑๐ OPPO ประกาศการอัปเกรด OPPO App Market และ Gravity Plan อย่างเป็นทางการ
๑๗:๓๔ ม.มหิดล จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ดูแลเด็กในศตวรรษที่ 21 รองรับสังคมแตกต่างหลากหลาย