คัมภีร์ต้านโรคซึมเศร้าไม่ให้เข้ามาแทรกซึมเรา

พฤหัส ๒๔ ธันวาคม ๒๐๒๐ ๑๐:๓๙

คัมภีร์ต้านโรคซึมเศร้าไม่ให้เข้ามาแทรกซึมเรา

คัมภีร์ต้านโรคซึมเศร้าไม่ให้เข้ามาแทรกซึมเรา

เชื่อว่าสองสามปีมานี้ "โรคซึมเศร้า" ได้กลายเป็นโรคที่พบเจอได้บ่อยขึ้นเหมือนโรคมะเร็งเลยก็ว่าได้ เพราะในวงสังคมรอบๆ ตัวเราต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่เคยป่วยเป็นโรคนี้แน่ๆ ซึ่งปัจจัยก็มีหลากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งสภาพแวดล้อม ความเครียดสะสม เคมีในสมองผิดปกติ รวมถึงการจมอยู่ในความทุกข์ตลอดเวลาก็ยิ่งส่งผลให้เราเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ซึ่งวันนี้หมอมีเทคนิคการรับมือไม่ให้เราก้าวเข้าไปสู่ด้านมืดของโลกซึมเศร้ามาฝาก รับรองว่าทำตามแล้วช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคนี้ขึ้นกับตัวเราได้แน่นอน

* สิ่งแรกคือต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นข้อดีหรือข้อเสียของตัวเรา เพื่อช่วยให้คุณรับมือกับเหตุการณ์ที่ทำให้เสียใจหรือผิดหวังได้ ที่สำคัญต้องรู้จักขอบคุณตัวเองและแสดงความภูมิใจในตัวเองอยู่เสมอ รวมถึงหมั่นสังเกตความสุขเล็กๆ น้อยๆ ด้วย เช่น วันนี้ออกจากบ้านไปขึ้นรถไฟฟ้า แค่รถมาเร็วไม่ต้องรอนานก็สามารถเปลี่ยนทัศนะคติให้เป็นความสุขได้แล้วเห็นไหม ฝึกมองเรื่องต่างๆ รอบตัวให้เป็น Positive Thinking ฝึกมองคนอื่นในแง่ดีและรู้จักชื่นชมคนอื่นก็ช่วยให้เราไม่ทุกข์แล้ว

* ต่อมาอย่าเก็บความรู้สึกที่ไม่ดีอัดอั้นเอาไว้ข้างใน การระบายและปลดปล่อยความรู้สึกออกมา ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โกรธ เศร้า เสียใจ ร้องไห้ ก็ช่วยให้ร่างกายได้รีแล็กซ์ลงมาบ้างแล้ว อาจจะเริ่มจากการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ หรือไปร้านคาราโอเกะเพื่อตะโกนให้สุดเสียง หรือร้องไห้ออกมาดังๆ เมื่อเราไม่ไหว หรือเปลี่ยนความรู้สึกลงในสมุดบันทึกอะไรเหล่านี้ ก็จะช่วยให้รู้สึกดีกว่าเก็บเอาไว้ในใจ โดยแบกความเครียดเอาไว้เพียงคนเดียวนะ

* ที่สำคัญช่วงวันหยุดให้หาโอกาสออกไปเที่ยวบ้าง เพราะการหนีจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ ด้วยการเดินทางท่องเที่ยวจะทำให้เห็นโลกในมุมมองใหม่ๆ การที่ได้ไปพบเห็นผู้คน วัฒนธรรม และสิ่งใหม่ๆ จะช่วยให้ผ่อนคลายความเครียด ความเศร้า รวมถึงการออกท่องเที่ยวจะช่วยทำให้กลับมาแล้วรู้สึกมีพลังมากขึ้นอีกด้วย

* และในช่วงเวลาที่หม่นหมอง การพาตัวเองไปอยู่กับความสนุกสนาน เช่น ดูหนังตลก พูดคุยกับเพื่อนๆ เรื่องขำขัน หรือแม้กระทั่งนั่งเล่นกับสัตว์เลี้ยงคู่ใจ ก็ช่วยให้อารมณ์ของเราผ่อนคลายลงได้ ถึงแม้ในบางครั้งจะเครียดหรือเศร้า แต่ถ้ามีสภาพแวดล้อมที่ดีไร้ความหม่นหมองก็ช่วยให้คลายเครียดคลายเศร้าได้เช่นกันนะ

* และที่สำคัญการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเพิ่มระดับสารเคมีเซโรโทนินในสมอง และเพิ่มการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ที่ช่วยทำให้ผ่อนคลายและอารมณ์ดี แถมสุขภาพด้านอื่นๆ ก็ดีขึ้นตามด้วย พอสุขภาพดีไร้โรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์ในมิติสุขภาพก็จะหายไปด้วย เรียกว่าออกกำลังกายทีเดียว ช่วยได้แบบ 2 in 1 เลยก็ว่าได้

หรือหากไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้จริงๆ ก็อย่าลังเลที่จะไปพบจิตแพทย์นะ เพราะเราคือคนป่วย ใครๆ ก็ป่วยกันได้ ฉะนั้นคนป่วยที่มาหาหมอก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะโรคซึมเศร้าคือ "โรค" การป่วยเป็น "โรคซึมเศร้า" เราสามารถรักษาหายได้นะ ไม่ใช่เป็นแล้วเป็นเลยต้องป่วยตลอดชีวิตเน้อ

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๔:๐๖ DIYECOM มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส
๑๔:๑๗ BEST Express จัดให้ รับส่งพัสดุชิ้นใหญ่ได้สูงสุด 100 กิโลกรัม
๑๔:๓๐ ไปรษณีย์ไทยร่วมสู้วิกฤตโควิด - 19 ระลอกใหม่ พร้อมส่งต่อความห่วงใยถึงทีมแพทย์ เปิดบริการส่งหน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้รพ.ทั่วประเทศ
๑๓:๐๓ Kyo Roll En พร้อมเสิร์ฟ 5 เมนูมะม่วงน้ำดอกไม้ สดชื่นรับซัมเมอร์กับฤดูกาล Mango Mania
๑๓:๒๖ สร้างเวิร์คสเตชั่นช่วง Work From Home ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ด้วยระบบโต๊ะทำงาน JobTisch จาก เฮเฟเล่
๑๔:๕๓ ตั้งรับวิกฤตสุขภาพ ! ผุดโรดแมปความหวังใหม่แพทย์ไทย สร้าง รพ.วิจัยนวัตกรรม-เครื่องมือแพทย์ ลดพึ่งพาต่างชาติ
๑๔:๒๔ TNITY นำเสนอข้อมูลในงาน Opportunity Day โชว์ผลการดำเนินงาน ปี 63 กำไรพุ่ง 35% จ่ายปันผลผู้ถือหุ้น 50 สตางค์ต่อหุ้น
๑๔:๐๐ Mindray เปิดตัวเทคโนโลยีสารสนเทศ M-Connect มุ่งปลดล็อกศักยภาพอันมหาศาลในการติดตามอาการของผู้ป่วย
๑๓:๕๙ สนพ. สร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ ระยะที่ 2
๑๓:๕๒ วอลโว่ เปิดแผนยกระดับมาตรฐานศูนย์บริการ ซ่อมตัวถังและสีแบบครบวงจร Volvo Certified Damage Repair Centre