บีทีเอส - แรบบิท เพิ่มช่องทางชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสผ่าน WeChat Pay เจาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน

พุธ ๒๐ ธันวาคม ๒๐๒๓ ๑๗:๕๗
วันที่ 20 ธันวาคม 2566 ณ รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานในงาน "รถไฟฟ้าบีทีเอส - แรบบิท เปิดบริการรับชำระเงินค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสผ่านแอปพลิเคชัน WeChat Pay" ให้กับนักท่องเที่ยวจีน โดยผ่านระบบการชำระเงิน Rabbit Gateway ซึ่งเป็นระบบรับชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (E - Payment) เพื่อรองรับการชำระเงินของลูกค้า WeChat Pay และภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และนางสาวนริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษากลยุทธ์สื่อสารองค์กร บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนายเคลวิน เหลียง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด (บีเอสเอส) และนายเบ็น หยาง กรรมการผู้จัดการระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ WeChat Pay เข้าร่วมพิธี
บีทีเอส - แรบบิท เพิ่มช่องทางชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสผ่าน WeChat Pay เจาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน

โดยนักท่องเที่ยวจีน สามารถใช้แอปพลิเคชัน WeChat Pay ชำระค่าตั๋วโดยสารได้ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติ ประเภทเดินทางเที่ยวเดียว บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว และสายสีทองทุกสถานี ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกสบายในด้านการบริการ และยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวในประเทศไทย

สำหรับความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นอกเหนือจากการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีนแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐบาล ในการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามายังประเทศไทยมากขึ้น ตามเป้าหมายที่รัฐบาล ได้ตั้งไว้ว่าในปี 2567 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.5 ล้านคน จากในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 3.4-3.5 ล้านคน และจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขอขอบคุณทางบีทีเอส, แรบบิท และWeChat Pay ที่ได้ร่วมกันพัฒนาระบบนี้ เพื่อเพิ่มช่องทางการชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ให้กับนักท่องเที่ยวจีน เชื่อว่าระบบนี้จะเพิ่มความสะดวกสบาย และสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวจีนได้มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงฯ ที่ไม่ได้เน้นแค่การกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวผ่านนโยบายฟรีวีซ่า กับนักท่องเที่ยวจีนเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ที่นักท่องเที่ยวต้องได้รับในการเดินทางมายังประเทศไทยด้วย

นอกจากนี้การเข้ามาลงทุนหาพันธมิตรอย่างต่อเนื่องของ WeChat Pay ยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการสัญชาติจีน ที่มีต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย และหากผู้ประกอบการรายใดสนใจระบบการชำระเงินระหว่างประเทศเหล่านี้ ทางกระทรวงฯ ก็พร้อมสนับสนุน

สำหรับแนวทางการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทย ให้นักท่องเที่ยวจีนได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงนั้น ในช่วงก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกับ 5 แพลตฟอร์มดังของจีน ได้แก่ BytePlus, Tencent, XiaoHongShu, MaFengWo และ Juwai IQI ซึ่งทุกแพลตฟอร์มก็พร้อมที่จะนำเสนอมุมมองที่สร้างสรรค์ของไทยให้นักท่องเที่ยวจีนได้รับรู้ และรับทราบข้อเท็จจริง รวมถึงได้หารือกับทูตจีนประจำประเทศไทยแล้ว และท่านก็พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทุกประเทศต่อจากนี้ ได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด พร้อมได้ประสานงานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว เพื่อบูรณาการในการทำงานร่วมกัน หากนักท่องเที่ยวต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรสายด่วนของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว Call Center 1155 หรือ ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 02-134-4077 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ ที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษา ได้แก่ ไทย, อังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, เกาหลี และรัสเซีย ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างบีทีเอส, แรบบิท และWeChat Pay ในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการเดินทางของไทยต่อนักท่องเที่ยวจีน ทั้งเรื่องความทันสมัย และความสะดวกในการใช้งาน เพราะรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นระบบขนส่งทางรางที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ย่านสำคัญของกรุงเทพมหานคร และมีความปลอดภัย ดังนั้นเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีนได้เป็นอย่างดี

สำหรับเป้าหมายในปี 2567 ได้ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามายังประเทศไทย 8.5 ล้านคน และจะสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมากกว่า 4 แสนล้านบาท จากนโยบายฟรีวีซ่าของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ยอดจองเที่ยวบินช่วงไฮซีซันของนักท่องเที่ยวจีน ช่วงปลายเดือนมกราคม - ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2567 มีจำนวนมากขึ้น และเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับประเทศไทย ขณะที่เป้าหมายรายได้รวมจากภาคการท่องเที่ยวปี 2567 รัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้ที่ 3.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 2.5 ล้านล้านบาท และในประเทศ 1 ล้านล้านบาท โดยจะใช้แผนกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศ 5 ทิศทางหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่ 1.เสริมภาพลักษณ์ 2.รุกเปิดตลาดคุณภาพใหม่ 3.แสวงหาคู่ค้ารายใหม่

ที่มา: บีทีเอสกรุ๊ปฯ

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๐:๕๙ อแมนด้า ชาร์ลีน ออบดัม VICHY LIFTACTIV BRAND PARTNER ตัวแทนประเทศไทย ร่วมงาน 'V.I.C VICHY INTEGRATIVE CENTER' อีเว้นท์สุดยิ่งใหญ่ในรอบ 5 ปี ของแบรนด์ VICHY (วิชี่) อวดลุคเซ็กซี่สุดฮอต สวย ปัง
๒๖ เม.ย. ไทยพีบีเอสผนึกกำลัง สสส. ผลิต และเผยแพร่เนื้อหาส่งเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว
๒๖ เม.ย. NPS ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ประจำปี 2567
๒๖ เม.ย. แพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี แนะฤดูร้อนควรทานพืชผักที่มีฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนในร่างกาย
๒๖ เม.ย. แพรนด้า จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2566
๒๖ เม.ย. RBRU Herb Shot ขยายศักยภาพทางธุรกิจ รุกตลาดอินเดีย
๒๖ เม.ย. ไฮเออร์ ประเทศไทย เดินเกมรุกไตรมาส 2 เปิดตัวตู้เย็นรุ่นใหม่ Multi-door HRF-MD679 ตั้งเป้าปี 67 ดันยอดขายตู้เย็นโต
๒๖ เม.ย. เอ็น.ซี.ซี.ฯ ประกาศจัดงาน PET EXPO THAILAND 2024 ระดมสินค้า บริการ ลดหนักจัดเต็ม รับกระแส Petsumer ดันตลาดสัตว์เลี้ยงโตแรง
๒๖ เม.ย. ธอส. ขานรับนโยบายรัฐบาล ลดอัตราดอกเบี้ย MRR 0.25% ต่อปี พร้อมส่งเสริมวินัยการออม ด้วย เงินฝากออมทรัพย์เก็บออม ดอกเบี้ยสูงถึง 1.95%
๒๖ เม.ย. ManageEngine ลดความซับซ้อน ช่วยองค์กรจัดการต้นทุนบนคลาวด์ทั่วมัลติคลาวด์ได้ง่ายขึ้น พร้อมรองรับแพลตฟอร์ม Google Cloud