สุวิทย์ เปิดเวทีรับกระทรวงใหม่ ระดมกูรูภาครัฐ ภาคการศึกษา เสนอความเห็นเพื่อค้นหาเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าของไทย เร่งสร้างอัตลักษณ์ทางเทคโนโลยีให้กับประเทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป Tuesday August 28, 2018 11:05
กรุงเทพฯ--28 ส.ค.--สวทน.

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การจัดทำกรอบยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research Strategy) ณ ห้องหว้ากอ 1 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) เปิดเวทีรับกระทรวงใหม่ ระดมกูรูภาครัฐ และภาคการศึกษา เสนอความเห็นเพื่อค้นหาเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าของไทย เร่งสร้างอัตลักษณ์ทางเทคโนโลยีให้กับประเทศ

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า หลากหลายประเทศมี เทคโนโลยีขั้นแนวหน้าเป็นของตนเองตามบริบทของประเทศที่แตกต่างกัน อาทิ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ วัคซีน เป็นต้น ประเทศไทยเองก็มีทรัพยากรที่มีศักยภาพ สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดโดยใช้เทคโนโลยีให้เกิดความโดดเด่นได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร การแพทย์ สุขภาพ และพลังงาน ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องค้นหาเป้าหมายเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ รวมถึงเพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดทำกรอบยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research Strategy) ในครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนก้าวแรกที่จะไปสู่การกำหนดเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าของไทย ตลอดจนเป็นการเตรียมการสำหรับการเกิดขึ้นของกระทรวงใหม่ที่จะยกระดับระบบอุดมศึกษาและระบบวิจัยของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ประเทศฐานนวัตกรรม ภายใต้นโยบาย "ประเทศไทย 4.0" ของรัฐบาล อย่างเต็มรูปแบบ

"ภารกิจสำคัญของกระทรวงใหม่ที่จะตั้งขึ้น นอกเหนือจากเรื่องการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 แล้ว การวิจัยและพัฒนาก็เป็นอีกภารกิจที่สำคัญ โดยแบ่งเป็นสองส่วนสำคัญ คือ การวิจัยเพื่อตอบโจทย์ในปัจจุบัน โดยเน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน หรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่วนอีกประเภทคือ การวิจัยที่ต้องตั้งโจทย์แบบมองไปข้างหน้า ในลักษณะการลงทุนเพื่ออนาคต หรือ Investment for the future ซึ่งเป็นการวิจัยแบบหวังผลระยะยาว รวมถึงการวิจัยขั้นแนวหน้า หรือ Frontier research ซึ่งที่ผ่านมาทางรัฐบาลยังไม่เคยมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การจัดทำกรอบยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research Strategy) ครั้งนี้ จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นการระดมสมอง และช่วยกันคิดว่าประเทศไทยมีความพร้อมและจะขับเคลื่อนให้เกิดการลงทุนในการวิจัยขั้นแนวหน้า หรือ frontier research ร่วมกันต่อไปอย่างไร" ดร.สุวิทย์ กล่าว

ด้าน ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการ สวทน. กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้มอบหมายให้ สวทน. เป็นผู้จัดทำร่างกรอบยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research Strategy) โดยการจัดประชุมหารือ และรวบรวมข้อมูล ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคการศึกษา โดยในการประชุมฯ ได้มีการระดมความเห็นต่อการจัดทำกรอบยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research Strategy) ทั้งในส่วนการกำหนดหัวข้อการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ที่รัฐควรลงทุน ตลอดจนแพลตฟอร์มการทำงานและความร่วมมือภายในประเทศ และกับต่างประเทศ เพื่อผลักดันการดำเนินงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้การกำหนดและคัดเลือกหัวข้อวิจัยขั้นแนวหน้า หรือ Frontier Research ของประเทศไทย ต้องดำเนินการภายใต้การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ มีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ หรือสามารถแก้ปัญหาในอนาคตซึ่งเป็นความต้องการของประเทศได้ และต้องสามารถสร้างความมั่นคงให้กับประเทศได้ในระยะยาว (National Security) และสามารถต่อยอดไปสู่ความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) รวมถึงต้องคำนึงว่าหัวข้อวิจัยขั้นแนวหน้าของไทยต้องมีผลกระทบสูงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยหัวข้อที่กำหนดควรเป็นเรื่องที่ประเทศมีความเข้มแข็งทางวิชาการเป็นพื้นฐาน หรือมีความพร้อมทั้งด้านองค์กร กำลังคน เครือข่ายวิจัย และมีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน รวมถึงระหว่างทางการวิจัยควรมีการเกิดองค์ความรู้ในการพัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาผู้ประกอบการใหม่ ด้วย อย่างไรก็ตาม ความเห็นที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ สวทน. จะรวบรวมและนำมาเป็นข้อมูลเพื่อจัดทำกรอบยุทธศาสตร์การวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research Strategy) ของประเทศต่อไป

"ที่ประชุมได้ให้ความเห็นเรื่องการลงทุนทำการวิจัยขั้นแนวหน้า หรือ Frontier research ว่าควรมีความเชื่อมโยงกับการวางจุดยืนของประเทศในเวทีโลก และควรใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Comparative Advantage) ของประเทศ โดยประเทศไทยมีความได้เปรียบอยู่สองด้านที่สำคัญ คือ 1. ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และ 2. ความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Cultural Diversity) ทั้งนี้ ในส่วนของความหลากหลายทางชีวภาพ ได้มีการประมาณการณ์ว่า ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพถึงประมาณ 14% ของโลก (ซึ่งประเทศในแถบที่อยู่ระหว่างเขตหนาวกับเขตร้อน หรือ Temperate Zone จะมีเพียง 0.5 - 1% เท่านั้น) ถือว่าเป็นขุมทรัพย์มหาศาลที่ประเทศไทยยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ที่ประชุมจึงเห็นว่าจุดเด่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพนี้ จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญสำหรับการลงทุนทำการวิจัยขั้นแนวหน้า หรือ Frontier research ของไทย" ดร.กิติพงค์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากกการประชุมครั้งนี้ สวทน. จะรวบรวมความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเกณฑ์การกำหนดและคัดเลือกหัวข้อเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ของประเทศไทย ข้อเสนอหัวข้อ Frontier Research เพื่อผลักดันให้เป็นแผนงานระดับชาติ และแนวทางการดำเนินงาน การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการและการลงทุน รวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและองค์กรวิจัยต่างประเทศ เพื่อจัดทำเอกสารเชิงหลักการ หรือ Concept Paper และแนวทางการดำเนินงานต่อไป


Latest Press Release

NYX Professional Makeup เตรียมต้อนรับเฟสทีฟซีซั่น จัดงานเปิดตัว Sugar Trip Limited Edition ถึง 7 คอลเลคชั่นสุดคิ้วเอาใจเมคอัพจังกี้

Festive holidays come early this year! ฮอลลิเดย์ปีนี้ หากใครกำลังมองหาของขวัญกันอยู่ ไม่ว่าจะให้ตัวเองหรือให้ซิสคู่ใจ เตรียมตำ new collection ที่คิ้วที่สุดแห่งปีได้เลย เพราะ NYX Professional Makeup (นิกซ์ โปรเฟสชั่นแนล เมคอัพ) นำโดย วิลาสินี ภาณุรัตน์...

ไทยร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ IAEA สมัยที่ 62

ประเทศไทย สมาชิก IAEA ลำดับที่ 58 พร้อม 170 ประเทศสมาชิกทั่วโลก ร่วมประชุมใหญ่สมัยสามัญ (General Conference, GC) ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ครั้งที่ 62 ณ สำนักงานใหญ่ IAEA กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ระหว่างวันที่ 17 - 21 กันยายน 2561...

กองกำลังตำรวจทหาร พร้อม หมอชยนันท์ กรมควบคุมโรค บุกลาดพร้าวยึดบารากู่ อันตรายต่อสุขภาพ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองไทยได้พยายามจัดการกับ "บารากู่" หรือ ที่เข้าใจกันว่า ยาสูบที่นำมาใช้กับอุปกรณ์เสพที่มีชื่อเรียกว่า ฮุคคา ( hookah ) ซึ่งเป็นคนละประเภทกับ บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีอุปกรณ์การสูบที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน แต่บารากู่ ไม่ใช่ "บุหรี่ไฟฟ้า"...

รพ.จิตเวช ยุค 4.0 มีทั้ง ศูนย์คาร์แคร์ ร้านกาแฟ ของที่ระลึก อุดหนุน แถมได้บุญ

หากพูดถึง รพ.จิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิต ที่มีบริการเปิดร้านกาแฟ หรือ บริการ ต่างๆ โดยให้คนไข้ได้ฝึกปฏิบัติงาน ซึ่งที่โดดเด่น เช่น รพ.จิตเวชนครพนมราชนครินทร์ เปิดศูนย์คาร์แคร์ บริการล้างอัดฉีดรถราคาถูก และ รพ.ศรีธัญญา ก็มีร้านเพื่อน บริการคาร์แคร์ กาแฟ...

บริษัทในกลุ่ม พาวเวอร์คอนเน็คชั่นดี ขยายธุรกิจสู่อาเซียน

ปัจจุบัน ประเทศลาวมีศักยภาพในการลงทุนในภาคเศรษฐกิจต่างๆ เพราะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การทำธุรกิจในประเทศลาวกำลังเปิดกว้างให้กับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะการขยายตัวทางธุรกิจโมเดิร์นเทรดของไทยที่กำลังก้าวไกลไปสู่อาเซียน ทั้งนี้...

Related Topics