การค้าไทย-ญี่ปุ่น ฟื้นหรือฟุบหลังวิกฤติน้ำท่วม

อังคาร ๒๐ มีนาคม ๒๐๑๒ ๑๖:๑๕
จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 ทำให้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่งต้องจมน้ำและหยุดการผลิตลง ซึ่งร้อยละ 90 เป็นการลงทุนจากต่างชาติ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 ถึงเดือนมกราคม 2555 หดตัวอยู่ในแดนลบ

นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าผลจากมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในไทย ทำให้การค้าระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 ถึง มกราคม 2555 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ -11.2, -4.8 และ -10.2 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบางรายการกลับมีแนวโน้มการส่งออกดีขึ้น เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ โดยการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 79.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2554 เป็น 116.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯในเดือนธันวาคม 2554 และ 135.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม 2555 ประกอบกับมีการนำเข้าเครื่องจักรกล และส่วนประกอบในช่วงนี้ค่อนข้างสูง รวมทั้ง โรงงานอุตสาหกรรมเร่งฟื้นฟูเพื่อผลิตรถยนต์ให้เพียงพอกับยอดจองก่อนช่วงน้ำท่วม และประชาชนมีความต้องการเปลี่ยนรถใหม่เพื่อทดแทนรถคันเดิมที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมรถยนต์และอุตสาหกรรมบางส่วนเริ่มฟื้นตัว สำหรับสินค้าอื่นๆที่ได้รับผลกระทบ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า การส่งออกยังติดลบอย่างต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม 2555 ทั้งนี้คาดว่าสถานการณ์การค้าไทย-ญี่ปุ่น จะเข้าสู่สภาวะปกติในไตรมาสที่ 2 ของปี 2555

รองอธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรไปญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 ถึงมกราคม 2555 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอาหารแปรรูป เช่น ไก่แปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เนื่องจากวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตของชาวญี่ปุ่น ที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว ประกอบกับแรงงานภาคการเกษตรของญี่ปุ่นมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ จึงเป็นโอกาสของไทยในการส่งออกสินค้าเกษตรไปญี่ปุ่น นอกจากนี้ ไทยยังได้ประโยชน์จากการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) และอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) รวมทั้งได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรจากญี่ปุ่นภายใต้ระบบ GSP ผู้ประกอบการไทยจึงควรใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว เพื่อลดต้นทุนทางการค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการค้า โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียด/สอบถามข้อมูลการขอรับใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form JTEPA, Form AJ และ Form A) เพื่อประกอบการใช้สิทธิพิเศษฯได้ที่ www.dft.go.th หรือ สายด่วน Hotline 1385 ของกรมการค้าต่างประเทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด

๑๖:๕๓ บมจ.ไทยเซ็นทรัลเคมีฯ ร่วมสืบสานประเพณีกวนข้าวทิพย์กับชุมชน เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา
๑๖:๒๗ NRF พาเหรดสินค้าเครื่องปรุง ซอส เครื่องแกง โชว์เคสในมหกรรมระดับโลก ThaiFex Anuga Asia 2024
๑๖:๐๖ บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดร.สาโรช ออกบูธร่วมกับศูนย์ฯ ลพบุรี ที่ห้างบิ๊กซีลพบุรี
๑๕:๓๖ ฝนมาแล้ว! เตือนชาวสวนระวังโรคลำต้นเน่าปาล์มน้ำมัน
๑๕:๓๕ กลุ่มธุรกิจ TCP เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ ส่งผลิตภัณฑ์สปอนเซอร์ เรดดี้ วอริเออร์ เจาะตลาดแอฟริกา อินเดีย และตะวันออกกลาง พร้อมโชว์ศักยภาพผู้นำธุรกิจ
๑๕:๐๔ กทม. เตรียมพร้อมป้องกัน-บรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำทะเลหนุน
๑๕:๓๔ กทม. เร่งตรวจสอบ-ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเพิ่มเติมในสวนจตุจักร
๑๕:๓๒ เครืออนันตราฉลองความสำเร็จกับก้าวสำคัญในการขยายโรงแรมกว่า 50 แห่งทั่วโลก พร้อมเปิดตัวอัตลักษณ์แบรนด์ใหม่
๑๕:๔๕ TikTok Shop มุ่งสนับสนุนแบรนด์แฟชั่นไทยเติบโตสู่สากล ปูพรมจัดเวที TikTok Shop | Em District Exclusive Runway นำเสนอคอลเลกชันพิเศษสำหรับ TikTok Shop
๑๕:๒๘ META ผสานกำลัง Meta S บุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ เปิดตัวโครงการบ้าน THE SHADI ในคอนเซปต์ THE SHADE OF SMART