ซิตี้แบงก์ ประเทศไทย จับมือ แฟรงคลิน เทมเพิลตัน เปิดตัว 6 กองทุนต่างประเทศในประเทศไทย

ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร Wednesday November 15, 2017 15:51
กรุงเทพฯ--15 พ.ย.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

จากการฟื้นตัวของตลาดการเงินใน 3 ไตรมาศที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ซิตี้แนะนำให้นักลงทุนควรรักษาผลกำไรของตน โดยการปรับสมดุลและกระจายพอร์ตการลงทุนในช่วงไตรมาส 4 นี้

เผยสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและ ผลประกอบการของกิจการ ในปี 2561 จะมีการขยายตัวในอัตรา 3.4% และ 9% ตามลำดับ ทั้งนี้นักวิเคราะห์ซิตี้เชื่อว่ายังมีโอกาสสำหรับนักลงทุนอยู่ โดยให้น้ำหนักไปที่ตลาดเกิดใหม่และตลาดตราสารทุนกลุ่มยูโรโซน

ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย จับมือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแฟรงคลิน เทมเพิลตัน เปิดตัว 6 กองทุนต่างประเทศ ประกอบไปด้วย 3 กองทุนแรกในชื่อ กองทุนกลุ่ม ""NextStep Series"" อันประกอบไปด้วย กองทุน Franklin NextStep Stable Growth Fund กองทุน Franklin NextStep Balanced Growth Fund และกองทุน Franklin NextStep Dynamic Growth Fund โดยทั้งสามกองทุนเป็นกองทุนมัลติแอสเซทที่เน้นลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือกทั่วโลก และอีก 3 กองทุน ได้แก่ กองทุน Templeton Emerging Market Smaller Companies Fund กองทุน Franklin Technology Fund กองทุน Franklin Floating Rate Fund PLC

นักวิเคราะห์ซิตี้แนะนำว่านักลงทุนควรรักษาผลกำไรของตน โดยการปรับสมดุลและกระจายพอร์ตการลงทุนในช่วงไตรมาส 4 นี้ โดยสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและผลประกอบการของกิจการ ในปี 2561 จะมีการขยายตัวในอัตรา 3.4% และ 9% ตามลำดับ ทั้งนี้นักวิเคราะห์ซิตี้เชื่อว่ายังมีโอกาสสำหรับนักลงทุนอยู่ โดยให้น้ำหนักไปที่ตลาดเกิดใหม่และตลาดตราสารทุนกลุ่มยูโรโซน

ทั้งนี้ ซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแฟรงคลิน เทมเพิลตันจัดงานเปิดตัวความร่วมมือทางธุรกิจ เมื่อเร็วๆนี้ ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือเข้ารับการบริการแนะนำการลงทุนได้ที่ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย www.citibank.co.th หรือ www.citi.co.th.

นายดอน จรรย์ศุภรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการฟื้นตัวของตลาดตราสารทุนและตราสารหนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2560 นักวิเคราะห์ซิตี้แนะนำว่านักลงทุนควรรักษาผลกำไรของตน โดยการปรับสมดุลและกระจายพอร์ตการลงทุนในช่วงไตรมาส 4 นี้ โดยสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและผลประกอบการของกิจการ ในปี 2561 จะมีการขยายตัวในอัตรา 3.4% และ 9% ตามลำดับ ทั้งนี้นักวิเคราะห์ซิตี้เชื่อว่ายังมีโอกาสสำหรับนักลงทุนอยู่ โดยให้น้ำหนักไปที่ตลาดเกิดใหม่และตลาดตราสารทุนกลุ่มยูโรโซน

นายดอน กล่าวต่อว่า นักวิเคราะห์ซิตี้ได้กล่าวถึง ปัจจัยพื้นฐาน 2 ประการ ที่ส่งผลต่อตลาดโลกในปี 2561 ได้แก่ประการแรก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และประการที่ 2การปรับใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้นักวิเคราะห์ซิตี้คาดว่าในปีหน้า ผลตอบแทนในสินทรัพย์เสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง และตลาดอาจมีการปรับตัวลงบ่อยครั้ง โดยซิตี้ยังคงให้น้ำหนักไปที่ตราสารทุนในตลาดเกิดใหม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งของสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ นักลงทุนอาจเผชิญกับการปรับตัวเล็กน้อย สำหรับตราสารทุนยุโรปคาดว่ามีทิศทางที่เป็นบวก แต่นักลงทุนควรเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านการเมือง

ในปี 2560 ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แฟรงคลิน เทมเพิลตัน เสนอขายกองทุนให้กับนักลงทุนไทยเป็นครั้งแรก ภายใต้รูปแบบการลงทุนในกองทุนต่างประเทศโดยตรง โดยพอร์ตการลงทุนเหล่านี้ ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนในปัจจุบัน ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าถึงการจัดการการลงทุนระดับโลกที่ออกแบบมาคลอบคลุมกับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของธนาคารเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และการลงทุนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า รวมถึงการเปิดตัวเครื่องมือวางแผนทางการเงิน โทเทิล เวลท์ แอดไวเซอร์ โดยในปีนี้ ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 30 กองทุน 5 ตราสารหนี้ รวมผลิตภัณฑ์ทั้งสิ้น 161 กองทุน 46 ตราสารหนี้ นายดอน กล่าวสรุป

1 ใน 6 กองทุนที่เป็นไฮไลท์ของงานเปิดตัว คือกองทุนกลุ่ม ""NextStep Series"" เป็น 3 กองทุนที่มีความหลากหลายและรวบรวมความต้องการของนักลงทุนในปัจจุบันไว้อย่างครบถ้วน เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน โดยพอร์ตการลงทุนเน้นลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือกทั่วโลก

กองทุนกลุ่ม ""NextStep Series"" เป็นกองทุนมัลติแอสเซท (Milti-Asset) เน้นการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ ทั่วโลก โดยมีการกระจายการลงทุนตามกลยุทธ์ของแต่ละกองทุน ได้แก่

1. กองทุน Franklin NextStep Stable Growth Fund โดยกลยุทธ์การลงทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง หรือนักลงทุนที่ต้องการลดความผันผวนของตลาดหรือผู้ที่ต้องการลงทุนเป็นระยะเวลาสั้น เช่น ผู้เกษียณอายุ

2. กองทุน Franklin NextStep Balanced Growth Fund เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง คาดหวังผลตอบแทนที่เติบโตในระยะยาว และต้องการกระจายการลงทุนแบบสมดุลเพื่อผลตอบแทนและความเสี่ยงโดยรวม

3. กองทุน Franklin NextStep Dynamic Growth Fund เป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวและมีความสามารถในการยอมรับความผันผวนของตลาดได้มากและสามารถยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับสูง

มร. ริคกี้ ชาว ผู้อำนวยการฝ่าย Multi-Asset Solutions ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแฟรงคลิน เทมเพิลตัน กล่าวว่า กองทุนกลุ่ม ""NextStep Series"" นักลงทุนสามารถมอบความไว้วางใจให้แก่ผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการความผันผวนของตลาด โดยมีการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมอยู่เป็นระยะ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ และได้รับผลกระทบจากความผันผวนน้อยที่สุด

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแฟรงคลิน เทมเพิลตันเป็นคู่ค้าธุรกิจกับธนาคารซิตี้แบงก์ ทั่วโลก เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ในการออกผลิตภัณฑ์กองทุนกลุ่ม ""NextStep Series"" ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตจากกลุ่มนักลงทุนเกิดใหม่ที่มีฐานะ เรามุ่งหวังที่จะนำเสนอนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนในประเทศไทย ให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านการลงทุนที่ดีที่สุด มร. ริคกี้ กล่าวสรุป

แฟรงคลิน เทมเพิลตัน เป็น บลจ.ขนาดใหญ่จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีเครือข่ายให้บริการการจัดการด้านการลงทุน ระดับโลกแก่ลูกค้ารายย่อยและสถาบันการเงินในกว่า 170 ประเทศ มีความชำนาญในการบริหารสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั้งตราสารทุน ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องอื่นๆ โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งถือเป็นตลาดการลงทุนที่กำลังเป็นที่จับตามองของนักลงทุนในปัจจุบัน โดยปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนกว่า 650 คนทั่วโลก โดยมีสำนักงานในกว่า 33 ประเทศ มีประสบการณ์การลงทุนมากกว่า 70 ปีและมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) กว่า 753 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 25,225.5 พันล้านบาท ณ วันที่ 31 กันยายน พ.ศ. 2560

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือเข้ารับการบริการแนะนำการลงทุนได้ที่ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย www.citibank.co.th หรือ www.citi.co.th


Latest Press Release

กลุ่ม KTIS ลดต้นทุนฝ่ากระแสโควิด ส่งผลปี 2563 มีกำไร 569 ล้านบาท

กลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร แจงปัจจัยที่ทำให้ผลการดำเนินงาน ปี 2563 (ต.ค. 62 - ก.ย. 63) ฝ่ามรสุมโควิด-19 ได้สำเร็จ มีกำไรสุทธิ 568.7 ล้านบาท เพราะสามารถควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ดีในทุกด้าน ทั้งต้นทุนขาย บริหาร...

ไทยพาณิชย์เตรียมความพร้อมเอสเอ็มอีไทย สู่หนทางรอดอย่างยั่งยืนในยุค Next Normal ผ่านแนวคิด 5 ผู้รับรางวัล "Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 16"

ท่ามกลางสภาวการณ์ที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยต้องปรับตัวให้อยู่รอดจากความท้าทายหลายประการ โดยมีสถานการณ์โควิด 19 เป็นตัวเร่งนั้น หลายธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ก็ยังมีอีกหลายธุรกิจที่มุ่งค้นหาวิธีในการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ...

ก.ล.ต. เตรียมปรับปรุง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในส่วนที่เกี่ยวกับตราสารหนี้ ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน

พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ในส่วนที่เกี่ยวกับตราสารหนี้ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการระดมทุนของผู้ออกและเสนอขาย และเพิ่มความคุ้มครองผู้ถือหุ้นกู้ ด้วยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้พิจารณาทบทวน พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ...

PRAPAT พบนักลงทุน OPPORTUNITY DAY Q3/63

นายวีระพงค์ ลือสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางสาวประภัสสร จำปาทอง ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT ร่วมนำเสนอข้อมูลผลประกอบการของบริษัทฯ ประจำไตรมาสที่ 3/2563 และแผนการดำเนินงานของบริษัท ต่อนักลงทุน ในงาน...

TPIPP กวาดกำไรสุทธิ 9 เดือน 3,345 ล้านบาท เผยโค้งสุดท้ายเติบโตแกร่ง ตามปริมาณขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

'บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์' หรือ TPIPP ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งรายใหญ่ของไทย เผยผลงานไตรมาส 3/2563 กำไรสุทธิ 1,206 ล้านบาท และรายได้รวม 3,011 ล้านบาท ดันผลงาน 9 เดือนแรก 2563 ทำกำไรสุทธิ 3,345...

Related Topics