นายรอย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า "ในสถานการณ์ปัจจุบันที่หนี้ครัวเรือนและหนี้เสียมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารไทยเครดิตฯ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสนับสนุนด้านสินเชื่อเท่านั้น หากแต่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการมอบองค์ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) แก่ลูกค้าของธนาคาร เราเชื่อว่าเมื่อพ่อค้าแม่ค้าจะได้รับทั้งวงเงินสินเชื่อและทักษะทางการเงินที่ถูกต้อง ทำให้พวกเขาสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง การให้สินเชื่อเปรียบเสมือนการเปิดโอกาสทางธุรกิจ ในขณะที่ความรู้ทางการเงินเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญที่ทำให้โอกาสนั้นเติบโตอย่างยั่งยืน"
นายกมลภู ภูริดิฐสกุล รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครไฟแนนซ์และสาขาสินเชื่อ กล่าวเสริมว่า "ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการส่งเสริมความรู้ทางการเงินกว่า 9 ปีที่ผ่านมา ธนาคารไทยเครดิตฯ ยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการรายย่อยมาโดยตลอด เราไม่เพียงแต่ส่งเสริมให้พ่อค้าแม่ค้าเติบโตทางรายได้หรือขยายธุรกิจ แต่ยังมุ่งหวังให้พวกเขาต้องมีความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นองค์ความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะความรู้ทางการเงินในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย นอกจากการดำเนินโครงการ 'ตังค์โต Know-How' แล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการประเมินและติดตามผลลัพธ์ เพื่อมั่นใจได้ว่าลูกค้าสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนได้จากพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีขึ้น เช่น ลูกค้าสามารถชำระค่างวดได้มากขึ้น หรือชำระตรงเวลายิ่งขึ้น"
จากการสำรวจผลลัพธ์ของธนาคาร ในปี 2567 พบว่าโครงการ "ตังค์โต Know-How" สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม โดย:
- 79% ของผู้ผ่านการอบรมได้นำความรู้เรื่องการบริหารค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไปปรับใช้
- 75% นำความรู้เรื่องการวางแผนเป้าหมายทางการเงินไปปรับใช้
- 69% เริ่มออมเงินเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต
ที่สำคัญ ผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 60% และมีอัตราการชำระหนี้ดีสูงถึง 89% สะท้อนให้เห็นว่าความรู้ทางการเงินไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจและส่งเสริมวินัยทางการเงินอย่างยั่งยืน
ตั้งแต่ปี 2560 มีผู้ผ่านการอบรม "ตังค์โต Know-how" กับธนาคารไทยเครดิตไปแล้วกว่า 240,338 ราย และในปี 2568 ธนาคารฯ ตั้งเป้าจัดอบรมให้แก่ลูกค้าสินเชื่อฯ ผ่านสาขาสินเชื่อเพื่อรายย่อยทั่วประเทศอีก 30,000 ราย ภายใต้หลักการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งทางการเงินในระยะยาว โดยเฉพาะลูกค้าสินเชื่อรายใหม่ที่ต้องได้รับการอบรมความรู้ดังกล่าวเหล่านี้เพื่อนำมาปรับใช้กับเป้าหมายทางการเงินของลูกค้าในแต่ละราย ให้มีการบริหารทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น
หากสินเชื่อเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยต่อยอดหรือเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ ความรู้ทางการเงินที่ธนาคารมอบให้ก็เปรียบเสมือนคู่มือการใช้งานเครื่องมือดังกล่าว เพื่อให้การบริหารจัดการสินเชื่อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงปณิธานของธนาคารในการดำเนินธุรกิจเคียงข้างผู้ประกอบการรายย่อยอย่างแท้จริง
โครงการ "ตังค์โต Know-How" เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ทางการเงินได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สอดคล้องกับปรัชญาสำคัญของธนาคารที่ว่า "Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ"