โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิดศักราชใหม่ด้วยโปรโมชั่นและกิจกรรมมากมายตลอดทั้งเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ 2569

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เชิญทุกท่านมาเริ่มต้นปีด้วยโปรโมชั่นและกิจกรรมที่น่าสนใจ ที่จะมาทำให้ช่วงต้นปีของทุกคนเต็มไปด้วยสีสัน ไม่ว่าจะเป็น ชุดอาฟเตอร์นูนทีใหม่ หรือประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟโดยเชฟชื่อดังจากประเทศมัลดีฟส์และญี่ปุ่น

Tuesday 13 January 2026 09:06
โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิดศักราชใหม่ด้วยโปรโมชั่นและกิจกรรมมากมายตลอดทั้งเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ 2569

CARNE DIEM GRILL in Bangkok 22 - 25 มกราคม 2569 (17.30 น. เป็นต้นไป) | ห้องอาหารอลาตี้

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การรับประทานสุดพิเศษ เมื่อหนึ่งในเชฟชื่อดังระดับโลก "ดาร์ชาน มูนิดาซา" (Dharshan Munidasa) เชฟและผู้ประกอบการร้านอาหารชื่อดังชาวศรีลังกา-ญี่ปุ่น ผู้มีชื่อเสียงจากการทำอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไร้ขอบเขต โดยได้รับอิทธิพลทางอาหารที่หลากหลายทั้งญี่ปุ่น ศรีลังกา นำเสนอเรื่องราวและที่มาที่ไปของอาหารแต่ละจานได้อย่างเผ็ดร้อนและน่าสนใจ นอกจากนี้เชฟดาร์ชานยังเป็นหนึ่งในเชฟที่มีชื่อเสียงในระดับสากลรวมถึงรางวัล Asia's 50 Best เป็นเชฟที่สามารถทำพาห้องอาหารในนามของประเทศศรีลังกาติดรางวัล Asia's 50 Best และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในหลากหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย

เชฟดาร์ชานจะมาเปิดประสบการณ์แบบป๊อปอัพเป็นครั้งแรกที่ห้องอาหารอลาตี้ ของโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 มกราคม 2569 เป็นนำเสนอคอนเซ็ปท์ห้องอาหาร CARNE DIEM GRILL ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสเต็กเฮ้าส์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของมัลดีฟส์ และมีโอกาสได้ต้อนรับแฟนๆ จากทั่วโลกมาอย่างยาวนาน เมนูที่เชฟดาร์ชานจะพกพาเมนูมาสร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ ชาวไทยในครั้งนี้ จะสอดคล้องกับคอนเซปท์การทำอาหารของอลาตี้ คือการใช้ความร้อน และการปรุงรสชาติแบบเล็กน้อยแต่ได้รสชาติที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกและรสสัมผัสที่เข้มข้น ไฮไลท์ของงานได้แก่เตาอบ "Ignis Maximus" ของเชฟดาร์ชาน ที่เจ้าตัวได้ทำการออกแบบโครงสร้างและวิศวกรรมด้วยตนเอง โดยได้รับแรงบันดาลใจมากการย่างสไตล์ยากิโทริของญี่ปุ่น คือการย่างที่ใช้ความหวานและความเค็มเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติให้กับอาหาร นอกจากนี้ ความพิเศษของเตาอบนี้คือการใช้ความร้อนที่สูงกว่า 750 องศาเซลเซียส เพื่อทำการย่างเนื้อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุด

ห้องอาหาร CARNE DIEM GRILL เป็นห้องอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจด้านการทำอาหารที่ทันสมัย แตกต่าง และไม่เหมือนที่อื่นใด เชฟดาร์ชานให้ความสำคัญกับเนื้อ ความร้อน และเกลือ สามสิ่งวิเศษสำหรับเชฟดาร์ชานที่จะยกระดับให้กับอาหารทุกจานเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว จนทำให้แขกมากมายต่างยกย่องว่าเป็นจานสเต็กที่ดีที่สุดเท่าเคยลิ้มลอง นอกจากนี้ เชฟดาร์ชานยังเป็นเชฟเชื้อสายศรีลังกาคนแรกที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการนำพาร้านอาหารสัญชาติศรีลังกาขึ้นรับรางวัล Asia's 50 Best ได้อย่างภาคภูมิใจ และยังเป็นเชฟผู้อยู่เบื้องหลังความโด่งดังของร้าน Nihonbashi ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังของศรีลังกา และร้าน Ministry of Crab ที่มีสาขามากมายในเอเชีย รวมถึงกรุงเทพมหานคร อีกด้วย

เชฟดาร์ชานพร้อมต้อนรับทุกท่านสู่ประสบการณ์สุดพิเศษในครั้งนี้ที่ห้องอาหารอลาตี้เพียงสี่ค่ำคืนเท่านั้น ระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 มกราคม 2569 ที่ห้องอาหารอลาตี้ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ราคาท่านละ 3,500 บาท++ (เหมาะสำหรับการมารับประทานจำนวนสองท่านขึ้นไป) และเลือกรับไวน์แพร์ริ่งเพิ่มได้ในราคาท่านละ 1,900 บาท++ เพื่อยกระดับให้แต่ละจานเต็มไปด้วยมิติที่น่าสนใจ

Rogue Berry Afternoon Tea วันนี้ - 15 มีนาคม 2569 (13.00 น. - 17.00 น.) | 1897 เลาจ์น

1897 เลาจ์นเปิดตัวอาฟเตอร์นูนทีชุดใหม่ ที่เลือกใช้สตรอว์เบอร์รีสัญชาติไทยจากโครงการหลวง ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยมาเป็นส่วนผสมหลัก เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตรภายในประเทศและการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ให้บริการตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 มีนาคม นี้เท่านั้น

การเพาะปลูกสตรอว์เบอร์รี่ในเมืองไทยได้รับความนิยมในพื้นที่ของโครงการหลวง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 โดยได้นำเข้าเมล็ดพันธุ์มาจากประเทศญี่ปุ่น และได้ทำการพัฒนาสายพันธุ์ภายใต้การศึกษาวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง จนได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมและกลายออกมาเป็น "สายพันธุ์ 80" มีคุณประโยชน์ครบถ้วนและยังให้รสชาติที่หวานหอมเฉพาะตัว จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย

ไฮไลท์ของเมนูได้แก่ มูสช็อกโกแลตและสตรอว์เบอร์รี่ (Chocolate & Strawberry Mousse Rocher) เอแคลร์สตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry Inspiration Eclair) อองทริเมสตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry Pistachio Entremets) มาเดอลีนช็อกโกแลตสตรอว์เบอร์รี่ (Chocolate Madeline with Strawberry Compote & Sakura Jelly) และอีกมากมาย ที่ล้วนแล้วได้สร้างสรรค์โดยใช้ผลจากสตรอว์เบอร์รี่จากโครงการหลวง ให้บริการทุกวันที่ 1897 เลาจ์น ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ถึง 17.00 น. ในราคา 1,450 บาท++ ต่อท่าน พร้อมรับชาหรือกาแฟอย่างดีหนึ่งประเภท

Whispers of the Land - January Menu วันนี้ เป็นต้นไป (มื้อกลางวันและมื้อค่ำ) | ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน

ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน นำเสนอรูปลักษณ์ใหม่ของเมนู Whispers of the Land ประจำเดือนมกราคม ที่จะเพิ่มความน่าตื่นเต้นให้กับนักชิมทุกท่านด้วยการนำเสนอที่แปลกตาและน่าสนใจ ผ่านจิตวิญญาณของการทำอาหารที่ให้ความสำคัญกับความแปลกใหม่ การจัดการวัตถุดิบอย่างชาญฉลาด รวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบที่หาได้ในประเทศไทยเพื่อเป็นการส่งเสริมวัตถุดิบท้องถิ่น บอกเล่าเรื่องความรุ่มรวยของประเทศไทยในฐานะแหล่งวัตถุดิบชั้นนำของภูมิภาค

เชฟเฮนริค อูล แอนเดอร์เซน (Henrik Yde-Andersen) และหัวหน้าพ่อครัวอาวุโส เชฟเบิ้ม ชยวีร์ สุจริตจันทร์ ได้ร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อนำเสนออัตลักษณ์อาหารไทยในแบบร่วมสมัย นำเสนอรูปร่างหน้าตาอาหารเพื่อให้เกิดความน่าตื่นเต้นตลอดการรับประทานอาหาร นอกจากนี้ยังรวมถึงเมนูใหม่ ที่จะมาเพิ่มสีสันให้กับมื้ออาหาร ได้แก่ ต้มโคล้งปลากรอบ, ผัดกะเพราปลาหมึกน้ำดำกับไข่แดง และข้าวหน้าเนื้อห่อผักซอสพริกไทยดำ ฯลฯ

"เราได้ทำการเพิ่มสีสันเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเซ็ตเมนูนี้ เพื่อสร้างความแตกต่างและความน่าประทับใจให้กับทุกคนที่ได้ลองรับประทาน และเราก็ยังคงยืนหยัดที่จะนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นไทย ที่ผ่านกรรมวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและให้ความสำคัญกับการจัดการความยั่งยืนสูงสุด ทั้งต่อแขกของเรา ห้องอาหารฯ และเกษตรกรผู้ทำการเพาะปลูก" เชฟเฮนริค อูล แอนเดอร์เซน กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของเมนูครั้งนี้

Whispers of the Land ให้บริการทุกวัน มื้อกลางวันเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 15.00 น. (ลาสออเดอร์เวลา 14.00 น.) ราคา 2,200 บาท++ ต่อท่าน สำหรับแบบสามคอร์ส หรือเลือกรับประทานแบบห้าคอร์ส ราคา 3,800 บาท++ ต่อท่าน และแบบเจ็ดคอร์ส ราคา 4,800 บาท++ ต่อท่าน ที่ให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 24.00 น. (ลาสออเดอร์เวลา 21.30 น.) เลือกจับคู่กับเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ได้ในราคาเริ่มต้นที่ 1,200 บาท++ ต่อท่าน หรือไวน์แพร์ริ่ง ในราคาเริ่มต้นที่ 2,900 บาท++ ต่อท่าน

Restaurant MOKO in Bangkok 4 - 9 กุมภาพันธ์ 2569 (17.30 น. - 24.00 น.) | ห้องอาหารนิช

ลิ้มลองเมนูอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยโดยเชฟอเล็กซิส โมโกะ (Alexis Moko) เชฟชาวฝรั่งเศสจากห้องอาหาร Restaurant MOKO ในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นเจ้าของมิชลินสตาร์หนึ่งดาว และจะเป็นครั้งแรกของการมาเยือนประเทศไทยของเชฟอเล็กซิสอีกด้วย โดยจะนำปรัชญาการทำอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย ให้ความสำคัญกับกรรมวิธีการทำที่เหนือชั้นและทันสมัย เพื่อดึงคุณภาพของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด โดยการมาเยือนประเทศไทยของเชฟอเล็กซิสและทีมห้องอาหารโมโกะในครั้งนี้ จะเป็นการเลือกใช้วัตถุดิบที่หาได้ภายในประเทศไทยเป็นหลัก เพื่อเป็นการสานต่อปรัชญาของห้องอาหารฯ ที่ต้องการสนับสนุนวัตถุดิบพื้นเมืองเพื่อเป็นการสร้างอัตลักษณ์ของห้องอาหารป๊อปอัพที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก

นอกจากนี้ เมนูอาหารของห้องอาหารโมโกะให้ความสำคัญกับซอสเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้จานอาหารมีความน่าสนใจมากขึ้นทั้งจากเรื่องราว รูปลักษณ์ และรสชาติ เป็นอีกหนึ่งวิธีการสื่อสารที่ยอดเยี่ยมในการนำเสนอความละเอียดอ่อนในการสร้างสรรค์อาหารแต่ละจานขึ้นมา ซอสแต่ละชนิดจะได้รับการออกแบบมาอย่างดีให้เข้ากับวัตถุดิบหลักของแต่ละจาน ส่งเสริมมิติให้กับรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบทุกส่วนของจาน

ห้องอาหารป๊อปอพโดยเชฟอเล็กซิส โมโกะ จะให้บริการระหว่างวันที่ 4 ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะมื้อค่ำ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ราคา 5,200 บาท++ ต่อท่าน และค่ำคืนพิเศษในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เชฟอเล็กซิสจะจับมือกับเชฟเบิ้ม ชยวีร์ สุจริตจันทร์ แห่งห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน เพื่อร่วมกันนำเสนอเมนูพิเศษในแบบฉบับของตนเอง ที่เรียกได้ว่าแตกต่างแบบลงตัว เพียงค่ำคืนเดียวเท่านั้น ราคา 5,200 บาท++ ต่อท่าน พร้อมเลือกยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษด้วยไวน์ แพร์ริ่งในราคาเริ่มต้นที่ 1,800 บาท++ ต่อท่าน สำหรับสามแก้ว และราคา 3,000 บาท++ ต่อท่าน สำหรับห้าแก้ว

(ราคาดังกล่าวยังไม่รวมเครื่องดื่ม ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าบริการ 10%)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่ง โทร 02 162 9000 หรือ อีเมล [email protected]
หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ของโรงแรมได้ที่ https://www.kempinski.com/en/siam-hotel/restaurants-bars หรือติดต่อ LINE @SiamKempinskiHotel