กรมอนามัย ลุยเขตบางนา เร่งดูแลสุขภาพประชาชน เน้นกลุ่มเสี่ยง พร้อมรับมือฝุ่น PM 2.5

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยนายแพทย์ชลพันธ์ ปิยถาวรอนันต์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง และทีมเจ้าหน้าที่กรมอนามัย ลงพื้นที่รณรงค์เร่งสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง เพื่อรับมือและลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ณ ชุมชนวัดผ่องพลอยอนุสรณ์ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

Wednesday 14 January 2026 09:23
กรมอนามัย ลุยเขตบางนา เร่งดูแลสุขภาพประชาชน เน้นกลุ่มเสี่ยง พร้อมรับมือฝุ่น PM 2.5

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1-12 มกราคม 2569 พบว่า เริ่มมีแนวโน้มเพิ่มสูงเกินค่ามาตรฐาน โดยค่าสูงสุดเท่ากับ 70.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 บริเวณริมถนนพหลโยธิน แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร ซึ่งวันนี้ เวลา 12.00 น. พบว่า ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร มีค่า PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน โดยคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 13-19 มกราคม 2569 พบว่า ฝุ่น PM 2.5 จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการระบายอากาศไม่ดี และบรรยากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะปิด ทำให้ค่าฝุ่นเกิดสะสม และส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนทั้งการไอ จาม ระคายเคืองตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ หากได้รับสัมผัสในระดับสูง หรือเป็นระยะเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้ป่วย 5 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคผิวหนัง โรคเยื่อบุตา โรคหอบหืด และโรคมะเร็ง กรมอนามัยจึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อย่างใกล้ชิด ก่อนออกจากบ้านหรือทำกิจกรรมนอกบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน "Air4Thai" หรือ "AirBKK" หรือ "Life Dee" หรือประกาศแจ้งเตือนจากสื่อต่าง ๆ ในวันที่ฝุ่นสูงควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง และเลือกใช้หน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่น PM2.5

"นอกจากนี้ การป้องกันฝุ่น PM 2.5 สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่ไม่ได้อยู่ในห้องที่เป็นระบบปิด ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่มีเครื่องกรองอากาศ กรมอนามัยยังคงแนะนำ "มุ้งสู้ฝุ่น" เพื่อช่วยป้องกันฝุ่น PM2.5 ซึ่งจะมีความแตกต่างจากมุ้งธรรมดาทั่วไป คือ ใช้ผ้าฝ้ายที่มีความถี่มากกว่าร่วมกับการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศภายในมุ้ง ซึ่งจะทำหน้าที่กรองฝุ่นจากภายนอกเข้ามาในมุ้งและดันฝุ่นและอากาศที่ไม่สะอาดออกจากมุ้ง ตามหลักการแรงดันบวก (Positive pressure) จะสามารถช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพ และลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

นายแพทย์ชลพันธ์ ปิยถาวรอนันต์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2568 พบกลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ 2,661 ราย กลุ่มโรคตาอักเสบ 2,462 ราย กลุ่มโรคทางเดินหายใจ 869 ราย กลุ่มโรคหัวใจหลอดเลือด 476 ราย สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในเขตเมือง นอกจากกลุ่มเปราะบางแล้ว ยังต้องเฝ้าระวังกลุ่มผู้ที่ต้องปฏิบัติงานกลางแจ้งเพิ่มเติมอีกด้วย สำหรับเขตบางนาเป็นพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นและเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางหลักของกรุงเทพมหานคร เมื่อสภาพอากาศปิด ฝุ่นจากยานพาหนะและโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ไม่สามารถแพร่กระจายไปไหนได้ จึงเกิดการสะสมตัว ประกอบกับฝุ่นจากพื้นที่รอบนอกหรือการเผาในที่โล่งจากจังหวัดใกล้เคียงถูกพัดพาเข้ามาสะสมในพื้นที่ชั้นในเพิ่มเติม

กรมอนามัยจึงได้ลงพื้นที่เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างถูกต้อง พร้อมมอบหน้ากากป้องกันฝุ่น มุ้งสู้ฝุ่น และสื่อความรู้ด้านสุขภาพ ให้กลุ่มที่มีภาวะพึ่งพิงหรือผู้ป่วยติดเตียง ชุมชนวัดผ่องพลอยอนุสรณ์ เขตบางนา จำนวน 5 ครัวเรือน กลุ่มเด็กเล็กณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดผ่องพลอยอนุสรณ์ จำนวน 80 คน เยี่ยมห้องปลอดฝุ่นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดผ่องพลอย และสาธิตการใช้งานมุ้งสู่ฝุ่นให้กับประชาชนในชุมชน

กรมอนามัย ลุยเขตบางนา เร่งดูแลสุขภาพประชาชน เน้นกลุ่มเสี่ยง พร้อมรับมือฝุ่น PM 2.5