ถ้าใครกำลังเจออาการเหล่านี้บ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายเริ่มได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 แล้วค่ะ
- ไอ เจ็บคอ ระคายคอบ่อยๆถ้าไม่ได้เป็นหวัด แต่กลับไอถี่ เจ็บคอ แสบคอ โดยเฉพาะวันที่ฝุ่นขึ้นสูง อาจเกิดจากฝุ่น PM2.5 ที่ทำให้ทางเดินหายใจระคายเคือง แนะนำให้ใส่หน้ากากและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะค่ะ
- เหนื่อยง่าย หายใจไม่ค่อยอิ่มบางคนอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ เดินนิดเดียวก็หอบ หรือหายใจไม่เต็มปอด อาการนี้อาจเกิดจากปอดได้รับผลกระทบจากฝุ่น โดยเฉพาะคนที่มีโรคปอดหรือภูมิแพ้ ควรระวัง! เป็นพิเศษ
- แสบตา ตาแดง น้ำตาไหลฝุ่น PM2.5 สามารถระคายเคืองดวงตาได้ ทำให้แสบตา ตาแดง หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรเข้าตา ถ้าเป็นบ่อยแนะนำให้หลีกเลี่ยงฝุ่น และอาจใช้น้ำตาเทียมช่วยบรรเทาอาการ
- ปวดหัว หรือความดันขึ้นบางคนอาจมีอาการปวดหัว มึนๆ หรือวัดความดันแล้วสูงกว่าปกติ ซึ่งฝุ่น PM2.5 มีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือคนที่มีโรคประจำตัว
- ผิวแห้ง คัน หรือผื่นขึ้นง่ายฝุ่นสามารถเกาะผิว ทำให้ผิวระคายเคือง แห้ง คัน หรือเกิดผื่นได้ง่าย ใครที่ผิวแพ้ง่ายอาจรู้สึกชัด แนะนำให้ล้างหน้า อาบน้ำทันทีหลังกลับมาจากข้างนอก และดูแลผิวให้ชุ่มชื้น
ถ้าใครมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง หรือรู้สึกว่าอาการหนักขึ้น แนะนำว่าอย่ามองข้ามนะคะ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจ และช่วงนี้พยายามหลีกเลี่ยงออกไปข้างนอก หรือเช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ใส่หน้ากากกันฝุ่น และดูแลสุขภาพตัวเองให้มากขึ้นค่ะ…
นอกจากนี้ฝุ่น PM2.5 ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง "มะเร็งปอด" โดยเฉพาะคนที่ต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษเป็นประจำ หลายครั้งปอดเริ่มมีความผิดปกติโดยที่เรายังไม่รู้ตัว การตรวจ CT Lung (Low-Dose) จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้เราเห็นความผิดปกติของปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่อาการจะลุกลามหรือรุนแรงมากขึ้น
ใครที่อยู่ในพื้นที่ฝุ่นเยอะ มีอาการไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย หรือแม้แต่อยากตรวจเพื่อความสบายใจลองหาเวลามาตรวจสุขภาพปอดดูสักครั้งนะคะ ถือว่าเป็นการดูแลตัวเองเล็กๆ เพื่อป้องกันปัญหาใหญ่ในอนาคตค่ะ...