ขณะเดียวกัน สนพ. ได้เพิ่มความเข้มข้นมาตรการเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหนาแน่น และย่านพักอาศัยที่มีชาวต่างชาติจากประเทศที่มีการระบาด อาทิ ประเทศอินเดีย พำนักอยู่เป็นจำนวนมาก โดยให้ความสำคัญกับผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดภายใน 45 วัน และมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ หรือมีอาการทางระบบประสาท พร้อมแนะนำสถานประกอบการโรงแรมและที่พักสังเกตอาการเบื้องต้นของผู้เข้าพัก หากพบผู้ที่มีอาการเข้าข่ายตามเกณฑ์ เช่น ไข้สูง ซึม สับสน หรือหายใจลำบาก ให้รีบประสานส่งต่อสถานพยาบาลทันที หากประชาชนมีข้อสงสัย หรือมีอาการเจ็บป่วย สามารถพบแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine แอปพลิเคชัน "หมอ กทม." เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว หรือสามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพผ่านสายด่วนสุขภาพ สำนักการแพทย์ โทร. HOTLINE 1646 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ สนพ. ได้มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน เนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นโรคที่มีความรุนแรง และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 40-75 ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีน หรือยาต้านไวรัสจำเพาะ การรักษาจึงเป็นการประคับประคองตามอาการ ดังนั้น การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สำหรับแนวทางป้องกันการติดเชื้อจากสัตว์และสิ่งแวดล้อม ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวกินผลไม้ สุกร หรือสัตว์ที่ป่วย รักษาสุขอนามัยด้านอาหาร ล้างผลไม้ให้สะอาด ปอกเปลือกก่อนรับประทาน หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยกัดของสัตว์ และงดดื่มน้ำจากช่อดอกไม้สด เช่น น้ำมะพร้าว หรือน้ำอินทผลัม ที่ไม่ได้ผ่านการต้มสุก ส่วนการป้องกันการติดเชื้อจากคนสู่คน ได้เน้นย้ำมาตรการ "สวมหน้ากาก ล้างมือ" โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด หรือเมื่อดูแลผู้ป่วย เนื่องจากเชื้อสามารถติดต่อผ่านฝอยละอองน้ำลายและสารคัดหลั่งในร่างกาย รวมถึงงดใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และหากมีประวัติสัมผัสโรค ขอให้เฝ้าสังเกตอาการตนเองอย่างน้อย 21 วัน