ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า นำคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย นางสาวกษมา กองสมัคร รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ (กลุ่มงานยุทธศาสตร์และความมั่นคง) ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ (กลุ่มงานโครงการพิเศษ และผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม) ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ (กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล) และ ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ (กลุ่มงานส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล) ร่วมแถลงแผนการดำเนินงาน ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด depa Unstoppable ปีที่ 9 ก้าวอย่างไม่สิ้นสุด
ผศ.ดร.ณัฐพล เปิดเผยว่า ปี 2569 ดีป้า พร้อมดำเนินการตามแผนงานที่สอดรับกับภารกิจรอบด้าน ตั้งแต่การพัฒนากำลังคนและบุคลากรดิจิทัล การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล การส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล และการพัฒนาระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งทั้งหมดจะเป็นไปตามแนวทาง 'perform better, think faster and live better' ตอกย้ำภาพการทำงานเพื่อคนไทยและประเทศไทยตลอด 9 ปีที่ผ่านมาและจากนี้
สำหรับมิติด้านการพัฒนากำลังคนและบุคลากรดิจิทัล ดีป้า จะขยายผลโครงการ Coding Thailand โครงการส่งเสริมการพัฒนาความรู้และทักษะด้านโค้ดดิ้งแก่เยาวชน ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยในปี 2569 โครงการดังกล่าวจะเดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะด้านโค้ดดิ้งและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมตั้งเป้ายกระดับสถานศึกษา รวมถึงสถาบันอาชีวศึกษา พัฒนาบุคลากรทางการศึกษา และเยาวชน นอกจากนี้ยังมีกรอบแนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับคนไทยทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย หรือ Digital Skill Roadmap ใน 3 กลุ่มทักษะ รวมถึงโครงการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลแก่กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงวัย และผู้ว่างงาน โดยจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมแนวทางการเพิ่มรายได้ และการขยายโอกาสทางอาชีพ
นอกจากการส่งเสริมให้เกิดการยกระดับผลิตภัณฑ์/บริการดิจิทัลไทยตามมาตรฐานสากลผ่านการรับรองโดยตราสัญลักษณ์ dSURE เพื่อผลักดันสู่การขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลแล้ว ในมิติของการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล ดีป้า จะสานต่อกลไกการส่งเสริมให้เกิดดิจิทัลสตาร์ทอัพรายใหม่ รวมถึงกลไกบ่มเพาะ โดยการบูรณาการการทำงานกับเครือข่าย Venture Capital (VC) และ Corporate Venture Capital (CVC) พร้อมเป็นส่วนช่วยผลักดันออกสู่ตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ดีป้า จะสนับสนุนสตาร์ทอัพที่จดจัดตั้งในประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพที่ต้องการย้ายฐานที่ตั้ง (Relocate) เข้ามาจดจัดตั้งในประเทศไทย รวมถึงสตาร์ทอัพต่างชาติที่จดทะเบียนในไทย
ในส่วนของการส่งเสริมอุตสาหกรรม ดีป้า เล็งเห็นว่า ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นรากฐานสำคัญของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล จึงได้ริเริ่มผลักดันการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลของไทยสู่มาตรฐาน ISO 27001 พร้อมกันนี้จะส่งเสริมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ต่อเนื่อง
ด้านการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ดีป้า จะยังคงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ภาคประชาชน และตอบโจทย์ของเมืองที่มีความแตกต่างได้อย่างตรงจุด โดยจะให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการยกระดับผลิตภัณฑ์/บริการดิจิทัลไทยให้ได้รับตราสัญลัษณ์ dSURE เพื่อผลักดันสู่การขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลมากขึ้น พร้อมประเมินว่า ในอนาคตเทคโนโลยีดิจิทัลอาจต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับบริบทของเมือง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของเมือง และแก้ไขปัญหาของเมืองได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์ เช่นเดียวกับผู้ประกอบการดิจิทัล
พร้อมกันนี้ ดีป้า จะขยายผลโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนในปีที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลไปประยุกต์ใช้พัฒนาเมืองอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็น
- OTOD#3 โครงการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่เกษตรกร กลุ่มชุมชน และช่างชุมชน
- ทุเรียนดิจิทัล โครงการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนไทยนำแพลตฟอร์มดิจิทัล (แอปพลิเคชัน) มาประยุกต์ใช้
- Smart Living โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลแก่กลุ่มชุมชนและเกษตรกรทั่วประเทศผ่านการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเข้าใจและเกิดประโยชน์สูงสุด
- 5G Ambulance โครงการยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉินด้วยการนำเทคโนโลยี 5G และอุปกรณ์ดิจิทัลทางการแพทย์มาใช้เต็มรูปแบบบนรถพยาบาลฉุกเฉิน
ขณะที่การพัฒนาระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล นั้น โครงการ Thailand Digital Valley มีแผนที่จะแล้วเสร็จภายในช่วงไตรมาสที่สามของปี ซึ่ง ดีป้า จะสรรหาบริษัทเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนา ซึ่ง Thailand Digital Valley จะเป็นศูนย์กลางการออกแบบ พัฒนา วิเคราะห์ ทดสอบ ทดลองเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Digital Hub) พร้อมเปิดมิติใหม่ทางการค้าสู่ตลาดสากลด้วยบทบาทเจ้าของเทคโนโลยีที่มีความร่วมมืออันดีกับเครือข่ายพันธมิตร ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนผ่านกลไกต่าง ๆ โดย ดีป้า จะส่งเสริมการจัดตั้ง Software - Hardware Test Lab ศูนย์ทดสอบเพื่อส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
สำหรับสองอาคารสุดท้ายในพื้นที่ Thailand Digital Valley คือ Digital Edutainment Complex จะเป็นระบบนิเวศที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตของประเทศ โดยจะมีการจัดตั้ง Esports Arena เพื่อขับเคลื่อนไทยก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมในภูมิภาค อีกทั้งเป็นศูนย์พัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Robotics) และสนามแข่งขันหุ่นยนต์อัจฉริยะ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการศึกษารูปแบบใหม่ ทั้งการออกแบบ และการแข่งขัน และยังเป็นศูนย์พัฒนานวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญสำหรับภาคการขนส่ง ภาคการเกษตร และด้านอื่น ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรม ภาคการสำรวจและกู้ภัย ขณะที่ Digital Go Global Center ถูกออกแบบให้เป็น Sandbox สำหรับดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยที่วางแผนก้าวสู่ระดับโลก เพื่อนำมาซึ่งผลงานการออกแบบ พัฒนา และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ก่อนออกสู่ตลาดในที่สุด นอกจากนี้ ดีป้า จะให้ความสำคัญกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน โดยร่วมส่งเสริมการพัฒนา NDTP (National Digital Trade Platform) ซึ่งจะส่งผลดีต่อการค้าระหว่างประเทศของไทยในอนาคต
"ตลอดระยะเวลา 9 ปีแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดก้าวไปข้างหน้า เพื่ออนาคตของคนไทย และประเทศไทย ดีป้า จะสานต่อการทำงานเพื่ออนาคตของคนไทย และพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้อยู่ในระดับชั้นนำของโลกตามภารกิจในแต่ละด้านของสำนักงานฯ ต่อไป" ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว