ลักษณะอาการของโรคใบจุดสีน้ำตาล พบได้มากในช่วงข้าวระยะแตกกอ โดยสามารถสังเกตจากอาการแผลที่ใบข้าว ลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาล รูปกลมหรือรูปไข่ ขอบนอกสุดของแผลมีสีเหลือง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-1 มิลลิเมตร แผลที่พัฒนาเต็มที่ขนาดประมาณ 1 - 2 x 4 - 10 มิลลิเมตร บางครั้งพบเป็นรอยเปื้อนคล้ายสนิมกระจัดกระจายทั่วไปบนใบข้าว และแผลยังสามารถเกิดบนเมล็ดข้าวเปลือก กลายเป็นโรคเมล็ดด่างด้วย บางแผลอาจใหญ่คลุมเมล็ดข้าวเปลือก ทำให้เมล็ดข้าวเปลือกสกปรก เสื่อมคุณภาพ เมื่อนำไปสีข้าวสารจะหักง่าย
การแพร่ระบาด เกิดจากสปอร์ของเชื้อราปลิวไปตามลม และติดไปกับเมล็ดพันธุ์ ควรเลี่ยงการปลูกข้าวต่อเนื่อง ไม่พักดิน ขาดการปรับปรุงบำรุงดิน จะเพิ่มการระบาดของโรคใบจุดสีน้ำตาล และเกิดการระบาดที่รุนแรงได้
การป้องกันกำจัดโรคขอบใบแห้ง หมั่นสำรวจแปลงข้าวของตนเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง แช่เมล็ดพันธุ์ข้าวก่อนปลูกด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา อัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 200 ลิตร ต่อเมล็ดพันธุ์ข้าว 100 กิโลกรัม เพื่อป้องกันการเกิดโรคดังกล่าว หรือคลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวก่อนปลูกด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น แมนโคเซบ หรือคาร์เบนดาซิม อัตรา 3 กรัม ต่อเมล็ดพันธุ์ข้าว 1 กิโลกรัมหมั่นกำจัดวัชพืชภายในนา ดูแลแปลงให้สะอาด และใส่ปุ๋ยในอัตราที่เหมาะสม เมื่อเริ่มพบอาการของโรคใบจุดสีน้ำตาล พ่นด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา อัตรา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 100 ลิตร หากพบการระบาดรุนแรง เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของโรคใบจุดสีน้ำตาล พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อราตามที่กรมการข้าวแนะนำ ได้แก่ ไดฟีโนโคนาโซล + โพรพิโคนาโซล หรือ แมนโคเซบ หรือ คาร์เบนดาซิม อัตราการใช้ตามคำแนะนำในฉลาก และหากสิ้นสุดฤดูกาลผลิตแล้วให้ไถกลบฟาง ปลูกพืชปุ๋ยสด หรือปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อตัดวงจร และช่วยลดความรุนแรงของโรคใบจุดสีน้ำตาล