ทีทีบี หนุนโรงแรมสีเขียว เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านโครงการ G-Green ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ได้อย่างยั่งยืน

ทีทีบี ตอกย้ำบทบาท "การธนาคารเพื่อความยั่งยืน" (Sustainable Banking) ภายใต้กรอบ B+ESG ผสานธุรกิจและความยั่งยืนเป็นหนึ่งเดียว มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเข้าร่วมโครงการ G-Greenของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนธุรกิจโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม

Monday 2 February 2026 16:04
ทีทีบี หนุนโรงแรมสีเขียว เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านโครงการ G-Green ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ได้อย่างยั่งยืน

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ทีทีบีตระหนักถึงบทบาทของสถาบันการเงินในการดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมุ่งพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้ เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างยั่งยืน

ทีทีบีเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยสถาบันการเงินมีบทบาทสำคัญเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงเงินทุนไปสู่กิจกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุดธนาคารได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมสนับสนุนเชิงธุรกิจและการตลาดแก่โรงแรมที่ได้รับการรับรองเป็นโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) ภายใต้โครงการ G-Green ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งพลังงาน น้ำ และวัสดุสิ้นเปลือง การปรับรูปแบบการดำเนินงานจึงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และตอบโจทย์ความคาดหวังของนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ธนาคารส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกค้ากลุ่มธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องผ่านโซลูชันทางการเงินที่หลากหลาย อาทิ

สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน (ttb sustainability-linked loan) สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นเงินกู้ระยะยาวอัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยมีการกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ท้าทาย เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดการใช้น้ำ หรือการได้รับใบรับรองที่ได้มาตรฐาน Green Hotel หรือ Green Hotel Plus ภายใต้โครงการG-Green เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจโรงแรมยุคใหม่ที่ต้องการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เจาะกลุ่มนักเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ประหยัดต้นทุนด้วยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการวางรากฐานเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ทีทีบี (ttb solar rooftop solution) ช่วยลดภาระและประหยัดต้นทุนธุรกิจในระยะยาว ให้วงเงินกู้สูงสุด 100% ของมูลค่าการลงทุนแผงโซลาร์ ผ่อนชำระนานสูงสุด 8 ปี ไม่กระทบเงินทุนหมุนเวียน สะดวกและมั่นใจได้ เพราะมีพันธมิตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำแนะนำด้านเทคนิค รวมถึงการขอใบอนุญาตแบบครบวงจร โดยการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้กว่า 40-50% พร้อมสิทธิ์ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 3 ปี และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ อีกทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ธุรกิจด้านการลดการใช้คาร์บอนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ

สินเชื่อเพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืน (ttb green & blue loan program) ให้วงเงินสูงสุดไม่จำกัด ตามระยะเวลาโครงการ สนับสนุนโครงการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายยั่งยืนตามหลักสากล รวมทั้งสนับสนุนการลงทุน Green Project ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมโครงการหลายรูปแบบ ทั้งพลังงานหมุนเวียน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการน้ำและน้ำเสียอย่างยั่งยืน การป้องกันมลพิษและการจัดการของเสีย การขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด อาคารสีเขียว และการจัดการแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ทีทีบียังร่วมสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการโรงแรมที่ได้รับการรับรองGreen Hotel และ Green Hotel Plus ผ่านการมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทีทีบี เมื่อใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิต ttb ณ โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ G-Green รับส่วนลดสูงสุด 35% อาทิ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ, โรงแรม วีรันดา ไฮ รีสอร์ท เชียงใหม่ - เอ็มแกลเลอรี่ คอลเล็คชั่น, เคป ดารา รีสอร์ท พัทยา, โรงแรม โอโซ่ นอร์ธ พัทยา, โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น ป่าตอง บีช และโรงแรมอื่น ๆ ครอบคลุมทั่วประเทศ

"ทีทีบียังคงมุ่งพัฒนาแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าโซลูชันทางการเงินที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจสามารถรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างคุณค่าในระยะยาว การผนึกกำลังของทุกภาคส่วนจะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาประเทศไทยสู่การพัฒนาที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน" นายปิติ กล่าว