บรรยากาศภายในงานแถลงข่าวเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและภาคภูมิใจกับก้าวสำคัญของวงการอวกาศไทย คลาคล่ำไปด้วยเหล่านักวิจัย วิศวกรอวกาศ ตัวแทนจากหน่วยงานภาคี และสื่อมวลชนที่มารวมตัวกันอย่างหนาตา ทุกสายตาจับจ้องไปที่หน้าจอมอนิเตอร์ยักษ์กลางเวที ซึ่งถ่ายทอดสดสัญญาณตรงจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ภาพประวัติศาสตร์ที่ดาวเทียมฝีมือคนไทยขนาด CubeSat กำลังเริ่มออกเดินทางปฏิบัติภารกิจในวงโคจรต่ำของโลก (LEO) KNACKSAT-2 คือนวัตกรรมดาวเทียมขนาด 3U ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด "Ride-Sharing" เพื่อลดข้อจำกัดในการเข้าถึงอวกาศ (Pain Point) ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสามารถส่งอุปกรณ์ทดสอบ (Payload) ขึ้นสู่สภาวะอวกาศได้พร้อมกันสูงสุดถึง 10 รายการ โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาดาวเทียมทั้งระบบเอง ช่วยลดต้นทุนและเวลาให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้าถึงอวกาศได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องสร้างดาวเทียมเองทั้งดวง!
5 ภารกิจหลักบนฟากฟ้า มุ่งสู่การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในอวกาศ ได้แก่ 1) เชื่อมต่อระบบ IoT ในพื้นที่ห่างไกล 2) ติดตามตำแหน่งรถไฟ (APRS) เพื่อความปลอดภัย 3) การตรวจวัดค่าความเข้มข้นของรังสี UV 4) ทดสอบอุปกรณ์ป้องกันรังสีแกมมา และ 5) การพิสูจน์ทราบการทำงานของชิ้นส่วนในอวกาศ (In-orbit Verification) เพื่อยกระดับอุปกรณ์สู่มาตรฐาน "Flight Heritage" ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นในการต่อยอดภารกิจถัดไปในอนาคต โดยดาวเทียม KNACKSAT-2 จะโคจรที่ระดับความสูงประมาณ 400 กิโลเมตร จากพื้นโลก มีอายุการปฏิบัติภารกิจประมาณ 18 เดือน และโคจรผ่านประเทศไทยวันละ 5 รอบ เพื่อส่งข้อมูลวิจัยกลับมาต่อยอดเศรษฐกิจอวกาศ ความสำเร็จของโครงการ KNACKSAT-2 ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาดาวเทียมเชิงพาณิชย์และเศรษฐกิจอวกาศอย่างยั่งยืนในอนาคต