นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า กปภ. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ โดยประกาศยกเว้นการเรียกเก็บค่าน้ำประปาและค่าบริการทั่วไป รวมมูลค่าความช่วยเหลือทั้งสิ้นกว่า 6.13 ล้านบาท ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมการเยียวยาใน 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ ผู้ใช้น้ำประเภท 1 ที่อยู่อาศัยและอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จำนวน 20,808 ราย ในพื้นที่ กปภ. 4 สาขา ได้แก่ กปภ.สาขาเดชอุดม (หน่วยบริการนาจะหลวย หน่วยบริการน้ำยืน) กปภ.สาขาละหานทราย (แม่ข่ายละหานทราย หน่วยบริการบ้านกรวด) กปภ.สาขากันทรลักษ์ (หน่วยบริการขุนหาญ แม่ข่ายกันทรลักษ์) และ กปภ.สาขาสังขะ (หน่วยบริการกาบเชิง หน่วยบริการบัวเชด หน่วยบริการภูสิงห์ แม่ข่ายสังขะ) โดยยกเว้นค่าน้ำประปาและค่าบริการทั่วไป สำหรับใบแจ้งค่าน้ำประปาเดือนมกราคม 2569 (รอบการใช้น้ำเดือนธันวาคม 2568) คิดเป็นมูลค่ากว่า 4.16 ล้านบาท กลุ่มที่สองคือ ศูนย์อพยพหรือศูนย์พักพิงที่เป็นผู้ใช้น้ำของ กปภ. รวม 97 แห่ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.97 ล้านบาท โดยยกเว้นค่าน้ำประปาสำหรับใบแจ้งค่าน้ำประปาเดือนมกราคม 2569 ให้แก่ศูนย์อพยพหรือศูนย์พักพิงในพื้นที่ความรับผิดชอบของ กปภ.สาขาสระแก้ว ศรีสะเกษ เดชอุดม บุรีรัมย์ นางรอง สุรินทร์ ศีขรภูมิ รัตนบุรี และสังขะ นอกจากนี้ กปภ. ยังได้ให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษแก่วัดเทพสุรินทร์วราราม (ผู้ใช้น้ำของ กปภ.สาขาสุรินทร์) ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงหลัก โดยยกเว้นค่าน้ำประปาต่อเนื่องรวม 4 เดือน สำหรับใบแจ้งค่าน้ำประปาเดือนตุลาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อพยพและบรรเทาภาระของหน่วยงานในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง
ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ. พร้อมเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงน้ำสะอาดอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง พร้อมทั้งจะดูแลและควบคุมคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือด้านน้ำสะอาด สามารถติดต่อ กปภ.สาขาในพื้นที่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ PWA Contact Center 1662 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง