บพข. ร่วมยินดี "KNACKSAT-2" ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จ! เผยเบื้องหลังหนุน "IoT Payload" ฝีมือไทย

ผนึก AIS ใช้โจทย์อวกาศทดสอบระบบ "Digital Connectivity" ปิดช่องว่างสัญญาณพื้นที่ห่างไกล ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้จริง

Friday 6 February 2026 16:46
บพข. ร่วมยินดี "KNACKSAT-2" ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จ! เผยเบื้องหลังหนุน "IoT Payload" ฝีมือไทย

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จครั้งสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย หลังดาวเทียม "แนคแซท 2 (KNACKSAT-2)" ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่เกิดจากความร่วมมือของหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) สำเร็จเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยในภารกิจนี้ บพข. ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา "IoT Payload" หรืออุปกรณ์รับส่งสัญญาณเพื่อการสื่อสาร ผ่านโครงการ "การพัฒนาอุปกรณ์ IoT ฐานอวกาศเพื่อการสาธิตในวงโคจร" ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AIS)

รศ. ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ บพข. เปิดเผยว่า ความสำเร็จของ KNACKSAT-2 ถือเป็นหมุดหมายที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทย โดยในส่วนที่ บพข. เข้าไปมีบทบาทสนับสนุน คือการผลักดันเทคโนโลยีด้าน Digital Platform โดยเฉพาะเรื่อง Internet of Things (IoT) ซึ่งเรามองเห็นโจทย์ใหญ่ของประเทศเรื่องการเข้าถึงสัญญาณสื่อสารในพื้นที่ห่างไกล (Remote Area) จึงได้อนุมัติทุนสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) นำโดย ดร.พงศธร สายสุจริต ในการพัฒนาอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ (IoT Payload) เพื่อนำขึ้นไปทดสอบการทำงานจริงบนอวกาศ โดยอาศัยดาวเทียม KNACKSAT-2 เป็นฐานในการทดสอบ

"การสนับสนุนของ บพข. ในครั้งนี้ เรามองเห็นโอกาสในการสร้าง Use Case ทางธุรกิจ ที่ชัดเจนสำหรับการขยายขีดความสามารถด้าน Digital Connectivity ของประเทศ โดยใช้พื้นที่อวกาศเป็น Sandbox ในการทดสอบระบบ (Flight Heritage) เพื่อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยี IoT ฝีมือคนไทย สามารถทำงานได้จริง ซึ่งจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นในการนำมาใช้งานเชิงพาณิชย์เพื่อปิดจุดบอดของสัญญาณเครือข่ายภาคพื้นดิน"

โครงการพัฒนาอุปกรณ์ IoT ฐานอวกาศฯ ที่ บพข. และ AIS ร่วมลงทุน (Co-Funding) มุ่งเน้นการพัฒนา IoT Payload (อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ) ขึ้นไปติดตั้งบนดาวเทียม เพื่อทำหน้าที่เป็น Gateway บนอวกาศ โดยใช้ระบบ LoRaWAN บนดาวเทียม ซึ่งมีจุดเด่นคือการกินพลังงานต่ำแต่ส่งสัญญาณได้ไกล โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ในพื้นที่ที่เสาสัญญาณมือถือเข้าไม่ถึง เช่น การติดตามตำแหน่งเรือเดินทะเลกลางมหาสมุทร การตรวจวัดสภาพอากาศในป่าลึก หรือพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ เพื่อส่งข้อมูลกลับมาประมวลผลที่สถานีภาคพื้นดินและ Cloud Server ของ AIS เพื่อประมวลผล ซึ่งถือเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สำคัญให้กับประเทศ

รศ. ดร.กานดา กล่าวเน้นย้ำถึงทิศทางการให้ทุนวิจัยว่า แผนงานดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) บพข. มุ่งเน้นสนับสนุนงานวิจัยที่มีศักยภาพในการขยายผลเชิงพาณิชย์ (Scalability) เป็นเทคโนโลยีที่พร้อมจะออกจากห้องแล็บ (TRL 4 ขึ้นไป) เพื่อไปสู่การใช้งานจริง หรือทดสอบในสภาวะจริง มีภาคเอกชนร่วมลงทุน (Co-Funding) อย่างเช่นโครงการนี้ที่มี AIS ร่วมสนับสนุนทุน 50% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดจริงและมีผู้นำไปใช้ประโยชน์ต่อแน่นอน และต้องเป็นโครงการที่สร้างผลกระทบวงกว้าง (High Impact) ช่วยแก้ปัญหาระดับประเทศ หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อให้เกิด Ecosystem ใหม่ๆ ในประเทศ เช่น Digital Transformation ในภาคอุตสาหกรรม

"ความสำเร็จในวันนี้ คือบทพิสูจน์ของการทำงานร่วมกันระหว่าง นักวิจัย ภาครัฐ และเอกชน เพื่อปลดล็อกขีดความสามารถการแข่งขัน ผลักดันงานวิจัยไทยสู่ตลาดจริง โครงการนี้ นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จของ บพข. ในการสร้าง Use Case ทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง โดยความร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้ จะนำไปสู่การขยายโครงข่าย IoT ให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทยโดยไม่ต้องลงทุนตั้งสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน และเราพร้อมที่จะสนับสนุนโครงการศักยภาพสูงเช่นนี้ต่อไป เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง" รศ. ดร.กานดา กล่าวทิ้งท้าย