อาการเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจขาดเลือดมักมีอาการแน่น อึดอัด หรือเหมือนมีของหนักกดทับบริเวณกลางอก ไม่ใช่อาการเจ็บแปลบเฉพาะจุด และอาจร้าวไปที่แขนซ้าย คอ กราม หรือแผ่นหลังได้ นอกจากนี้ยังอาจมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น เหงื่อออกมาก หายใจลำบาก คลื่นไส้ เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
แตกต่างจากอาการเจ็บหน้าอกทั่วไป เช่น ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ ที่เรามักเจ็บเมื่อขยับตัวหรือกดแล้วเจ็บ หรือภาวะกรดไหลย้อนที่มักจะสัมพันธ์กับการรับประทานอาหารหรือมีอาการแสบร้อนกลางอก อย่างไรก็ตาม หากไม่แน่ใจ ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน เพราะอาการของโรคหัวใจในบางรายอาจไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในผู้หญิงและผู้สูงอายุที่อาจมีเพียงอาการเหนื่อยง่ายหรือหายใจลำบากเท่านั้น
ปัจจุบันโรคหัวใจพบในคนอายุน้อยมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนอนน้อย ความเครียดเรื้อรัง การไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และการรับประทานอาหารที่มีไขมันหรือโซเดียมสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สะสมโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก
สัญญาณอันตราย 5 ข้อ ที่ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
- เจ็บแน่นหรืออึดอัดกลางอก
- อาการเจ็บร้าวไปที่แขน คอ กราม หรือแผ่นหลัง
- หายใจลำบาก เหงื่อแตก หน้ามืด หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย
- พักแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรงขึ้น
- มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆร่วมด้วย เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง หรือมีพฤติกรรมสูบบุหรี่
หากมีอาการดังกล่าว ไม่ควรรอดูอาการ ควรรีบเข้ารับการรักษาให้เร็วที่สุด หรือหากพบผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรงและหมดสติ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือความปลอดภัยว่าเราสามารถเข้าช่วยเหลือเขาได้หรือไม่ จากนั้นรีบขอความช่วยเหลือ และโทร 1669 หากผู้ป่วยไม่หายใจหรือหายใจผิดปกติ ควรเริ่มการกดหน้าอก CPR ทันที พร้อมใช้เครื่อง AED หากมีอุปกรณ์ การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วตั้งแต่ระยะแรกเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมาก
ในเดือนแห่งความรัก การรักหัวใจตัวเองเริ่มต้นได้จากการดูแลสุขภาพในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด ลดหวาน มัน เค็ม และตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพราะหัวใจที่แข็งแรง คือความรักที่อยู่กับเราได้นานที่สุด