กทม. แจงกรณีให้เอกชนบริการที่จอดรถใต้ดินลานคนเมือง ยืนยันไม่โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน ยึดหลักโปร่งใสและประโยชน์สาธารณะ

นายศุภฤกษ์ หูไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการปลัดกรุงเทพมหานคร (สลป.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อวิจารณ์การนำพื้นที่จอดรถใต้ดินบริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) ให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการและใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ว่า การให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่จอดรถใต้ดินลานคนเมือง มิได้เป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะพื้นที่สาธารณะ หรือโอนทรัพย์สินของทางราชการแต่อย่างใด แต่เป็นการปรับรูปแบบการบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบของ กทม. ที่ใช้อยู่

Tuesday 17 February 2026 11:01
กทม. แจงกรณีให้เอกชนบริการที่จอดรถใต้ดินลานคนเมือง ยืนยันไม่โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน ยึดหลักโปร่งใสและประโยชน์สาธารณะ

อีกทั้งที่ผ่านมาพื้นที่จอดรถใต้ดินบริเวณลานคนเมืองมีการใช้งานไม่เต็มศักยภาพ กทม. จึงปรับรูปแบบให้สามารถเปิดบริการแก่ประชาชนในช่วงนอกเวลาราชการ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจอดรถในย่านเมืองเก่า ลดการจอดรถกีดขวางการจราจรบนถนนโดยรอบ สนับสนุนกิจกรรมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการใช้พื้นที่เมืองอย่างเหมาะสม ตลอดจนลดภาระงบประมาณภาครัฐในการดูแลและบริหารจัดการ โดยการดำเนินการเป็นเพียง "การให้สิทธิบริหารจัดการตามระยะเวลา" มิใช่การจำหน่าย หรือโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน ซึ่งกรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของ กทม. ทั้งหมด กระบวนการดำเนินงานโครงการดังกล่าวเป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การทรัพย์สิน พ.ศ. 2538 และผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยใช้วิธีประกวดราคา เปิดให้เอกชนแข่งขันอย่างเสรีและตรวจสอบได้ มีการเผยแพร่ร่างประกาศและเอกสารประกวดราคาผ่านช่องทางสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและเสนอข้อคิดเห็นก่อนดำเนินการ ตามหลักความโปร่งใสของภาครัฐ

สำหรับพื้นที่ลานคนเมืองด้านบนยังคงเป็นพื้นที่สาธารณะของประชาชนและเปิดให้ประชาชนใช้จัดกิจกรรมสาธารณะ พักผ่อน และออกกำลังกายได้ตามปกติ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนผู้มาติดต่อราชการในเวลาราชการได้รับการยกเว้นค่าจอดรถ ขณะที่การให้บริการเชิงพาณิชย์จำกัดเฉพาะช่วงเวลานอกเวลาราชการเท่านั้น โดยรายได้ที่เกิดขึ้นจะนำกลับมาพัฒนาบริการสาธารณะและบำรุงรักษาพื้นที่ของเมือง ซึ่ง กทม. สามารถลดภาระงบประมาณในการจ้างเหมาดูแลและบริหารจัดการลานจอดรถใต้ดิน ซึ่งเดิมต้องใช้งบประมาณปีละกว่า 2,000,000 บาท/ปี โดยให้เอกชนเป็นผู้รับผิดชอบการดูแล บริหารจัดการระบบ ความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกทั้งในวันราชการและวันหยุดราชการ ส่งผลให้ภาครัฐลดค่าใช้จ่ายประจำที่ กทม. ยังคงกำกับมาตรฐานการให้บริการอย่างใกล้ชิด โดยยืนยันหลักการบริหาร "ทรัพย์สินสาธารณะเพื่อประโยชน์สาธารณะ" มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพย์สินของเมือง มิใช่เพื่อให้เอกชนแสวงหากำไรจากพื้นที่สาธารณะ แต่เป็นความร่วมมือในรูปแบบที่ภาครัฐยังคงกำกับ ดูแล และกำหนดเงื่อนไขทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ ลานคนเมืองยังคงเป็นพื้นที่ของประชาชนเช่นเดิม การปรับรูปแบบบริหารเฉพาะส่วนที่เป็นลานจอดรถใต้ดิน เป็นมาตรการเพิ่มความสะดวก ลดปัญหาจราจร และใช้ทรัพยากรของเมืองให้คุ้มค่า โดยอยู่ภายใต้กฎหมาย ความโปร่งใส และการกำกับดูแลของ กทม. ทุกขั้นตอน