เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน จนถึงการประกาศจ่ายเงินครั้งล่าสุด SUPEREIF จ่ายเงินปันผลรวม 23 ครั้ง คิดเป็นเงิน 4.06000 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนไป 7 ครั้ง คิดเป็นเงิน 1.121 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินปันผลและเงินลดทุนที่จ่ายออกไปทั้งสิ้น 5.18100 บาทต่อหน่วย
โดยตั้งแต่ปีปฏิทิน 2566 เป็นต้นไป หากกองทุนมีเงินลดทุนสำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างปีปฏิทิน กองทุนจะรวบรวมเงินลดทุนดังกล่าวไปจ่าย พร้อมกับเงินจ่ายที่จะพิจารณาจากรอบผลการดำเนินงานสุดท้ายของปีปฏิทินนั้นๆ โดยสำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 กองทุนมีสภาพคล่องคงเหลือหลังจากการกันสำรองต่างๆ ประมาณ 125.5 ล้านบาท หรือ 0.244 บาทต่อหน่วย สำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 กองทุนมีสภาพคล่องคงเหลือหลังจากการจ่ายเงินปันผลและการกันสำรองต่าง ๆ ประมาณ 0.4 ล้านบาท หรือ 0.001 บาทต่อหน่วย และสำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 กองทุนจะมีสภาพคล่องคงเหลือหลังจากการจ่ายเงินปันผลและการกันสำรองต่างๆ ประมาณ 3.3 ล้านบาท หรือ 0.006 บาทต่อหน่วย
สรุปผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4 ปี 2568 พบว่า กองทุนมีรายได้รวมเท่ากับ 182.4 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 13.5% จากไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิลดลง 6.8% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็น 181.4 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 13.3% จากไตรมาสก่อน ส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 151.7 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากรายได้รวมลดลงสูงกว่าค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้น 18.3% จากไตรมาสก่อน ทั้งนี้ อัตรากำไรจากรายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 83.2% เมื่อเทียบกับ 81.5% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ 79.8% ในไตรมาสก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2568 พบว่า กองทุนมีรายได้รวมเท่ากับ 740.3 ล้านบาท ลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสาเหตุหลักของการลดลงดังกล่าวเกิดจากรายได้จากเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิลดลง 5.5% จากปีก่อน เป็น 737.1 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 608.3 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากปีก่อน สาเหตุจากรายได้รวมลดลงสูงกว่าค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลง ทั้งนี้ อัตรากำไรจากรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 82.2% เพิ่มขึ้นจาก 78.6% ในปีก่อน
กองทุนรวม SUPEREIF ลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิจากการดำเนินโครงการกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินขนาดเล็กมากของบริษัท 17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัดจำนวน 19 โครงการ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี สระบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ปราจีนบุรี สระแก้ว พิจิตร และเพชรบูรณ์ โดยมีปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุดที่เสนอขายตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือการไฟฟ้านครหลวง (แล้วแต่กรณี) รวม 118 เมกะวัตต์
ขณะที่ ระยะเวลาโอนสิทธิรายได้สุทธิ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2562 จนถึงวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแต่ละโครงการ ซึ่งระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้าภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 21-22 ปี นับจากวันที่ 14 สิงหาคม 2562 โดยวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าโครงการสุดท้ายจะสิ้นสุดในวันที่ 26 ธันวาคม 2584
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต